เวลาเราขับรถไปไหนๆ แบบไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องขับจี้ ไม่คอยหาช่องขับมุดไปมา
ไม่ต้องคิดว่าจะไปอย่างไรให้เร็วกว่าใครๆ ใครจะแซงก็หลบให้ เราขับตามๆ กันไป
จิตใจไม่เครียด ว้าวุ่น เร่งรีบ ไม่กังวลเรื่องเวลา เพราะเรามีเวลาพอ
ขับตามสภาพจราจรไปแบบนี้ ตามๆกันไป
มันนับว่าเป็นความหรูหรา หรือความสบายใจในการขับรถไหมนะ
เหมือนว่าพอเราไม่คิดว่าจะต้องไปให้เร็วกว่าใคร
การขับรถก็เปลี่ยนจากการแข่งขันเล็ก ๆ ตลอดทาง มาเป็นการเคลื่อนที่เฉย ๆ ตามสภาพจราจร
ใครจะแซงก็ให้แซง ช่องไหนแน่นก็ไม่ต้องฝืน ข้างหน้าช้าก็ช้าตามนั้น
สมองไม่ต้องคอยประเมินทุกวินาทีว่า จะแทรกตรงไหน จะแซงเมื่อไร เลนไหนเร็วกว่า
รถติดเท่าเดิม ถนนเส้นเดิม คนขับรอบข้างก็เหมือนเดิม
แต่ประสบการณ์ในหัวเราเปลี่ยนไปมาก เพราะเราไม่ได้เพิ่มแรงต้านเข้าไปในสถานการณ์
มันคือความหรูหราของการไม่ต้องรีบใช่ไหมนะ
หรือความสงบบนถนนเริ่มต้นขึ้น เมื่อเวลาไม่ใช่ศัตรูของเราอีกต่อไป
การที่เราขับรถไปเรื่อยๆ ไม่รีบนับว่าเป็นความหรูหราหรือไม่
ไม่ต้องคิดว่าจะไปอย่างไรให้เร็วกว่าใครๆ ใครจะแซงก็หลบให้ เราขับตามๆ กันไป
จิตใจไม่เครียด ว้าวุ่น เร่งรีบ ไม่กังวลเรื่องเวลา เพราะเรามีเวลาพอ
ขับตามสภาพจราจรไปแบบนี้ ตามๆกันไป
มันนับว่าเป็นความหรูหรา หรือความสบายใจในการขับรถไหมนะ
เหมือนว่าพอเราไม่คิดว่าจะต้องไปให้เร็วกว่าใคร
การขับรถก็เปลี่ยนจากการแข่งขันเล็ก ๆ ตลอดทาง มาเป็นการเคลื่อนที่เฉย ๆ ตามสภาพจราจร
ใครจะแซงก็ให้แซง ช่องไหนแน่นก็ไม่ต้องฝืน ข้างหน้าช้าก็ช้าตามนั้น
สมองไม่ต้องคอยประเมินทุกวินาทีว่า จะแทรกตรงไหน จะแซงเมื่อไร เลนไหนเร็วกว่า
รถติดเท่าเดิม ถนนเส้นเดิม คนขับรอบข้างก็เหมือนเดิม
แต่ประสบการณ์ในหัวเราเปลี่ยนไปมาก เพราะเราไม่ได้เพิ่มแรงต้านเข้าไปในสถานการณ์
มันคือความหรูหราของการไม่ต้องรีบใช่ไหมนะ
หรือความสงบบนถนนเริ่มต้นขึ้น เมื่อเวลาไม่ใช่ศัตรูของเราอีกต่อไป