มุมมองความรักที่เปลี่ยนไป ของ ช รัก ช วัยเกษียณ

ผมเป็น ช รัก ช ที่ไม่แสดงออกไม่เปิดเผยตัวเอง ผมใช้ชีวิตผ่านเวลาที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ยุคที่สังคมยังไม่ค่อยเปิดรับ จนถึงยุคปัจจุบันที่สังคมเปิดรับมากขึ้นจนถึงการสมรสเท่าเทียม ปัจจุบันนี้ผมอยู่ในช่วงวัยเกษียณแล้ว นั่งมองตนเอง เห็นมุมมองของความรักที่เปลี่ยนไปตามวัย
 
ตอนจบมหาวิทยาลัยเริ่มทำงาน ผมเจอแฟนคนแรก อายุน้อยกว่าผม 7ปี ผ่านคอลัมน์หาเพื่อนในนิตยสารหนึ่ง ต่างคนต่างเป็นเด็กกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย มุมมองความรักจึงเป็นการหาเพื่อนที่เน้นมิตรภาพและกำลังใจในการสร้างสังคมที่สวยงามตามอุดมการณ์ของเรา ส่วนเรื่องเพศแม้จะเป็นสิ่งสำคัญแต่ก็เป็นประเด็นรองลงมา ผมและแฟนทำงานคนละภาคและต่างก็ไม่เปิดเผยต่อสังคม เพราะไม่อยากกระทบต่อหน้าที่การงาน แต่ก็คบกันมาถึง 7 ปี ก่อนจากกันไปเดินทางสร้างความฝันตามเส้นทางอาชีพของตน เป็นความรักที่ยินดีกับความเติบโตของกันและกัน
 
ผมเจอแฟนคนที่สองเมื่อเส้นทางอาชีพมั่นคงขึ้น กำลังเข้าสู่วัยหนุ่ม เขาอายุน้อยกว่าผม 2-3 ปี มุมมองความรักจึงเติบโตขึ้น แต่สังคมยังไม่เปิดกว้างจึงได้แต่มองอนาคตคร่าวๆ แฟนคนนี้เทคแคร์ดูแลผมดีมาก แต่ขี้งอนและการดูแลค่อนข้างจะควบคุมจนผมอึดอัด เขามักบอกผมเสมอๆว่าผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา แม้ผมจะอึดอัดในหลายๆครั้งแต่ก็คบกันประมาณ 5 ปี เขามักจะท้าเลิกเป็นระยะๆ ในที่สุดผมก็ตัดสินใจบอกเลิกกับเขาในที่สุด ทำให้ผมเข็ดกับความรักที่มุ่งจะครอบครองจนขาดอิสระ
 
ผมเจอแฟนคนที่สาม ตอนหนุ่มใหญ่เข้าวัยกลางคน เป็นรุ่นน้องในวงการ ที่เขาเข้ามาหาผมเอง เขาเป็นคนค่อนข้างกังวลกลัวสังคมจะรู้รสนิยมของเขา ในขณะที่ผมเริ่มรับรู้ถึงการเปิดกว้างของสังคม เขากลับกลัวคนรอบข้างจะรู้ เขามักจะวิตกมากหากมีคนมาพบเห็นเขากับผม สุดท้ายเราก็คบกันได้แค่ 1-2 ปี ก่อนเขาหนีจากไปเลย
 
ตอนผมใกล้เกษียณ ผมเจอรุ่นน้องอีกคนผ่านทางFacebook คนนี้อายุน้อยกว่าผมสิบกว่าปี แฟนคนนี้ทำตัวเป็นผู้ชายทั่วๆไปแต่ก็ไม่ได้ปิดบังรสนิยมทางเพศต่อคนรอบข้าง เขาเข้ามาหาผม บอกว่าชอบที่ผมเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่เมื่อคบกัน ช่องว่างระหว่างมุมมองชีวิตของคนสองวัยมันต่างกัน ในขณะที่ผมเริ่มมองบั้นปลายของชีวิตหลังเกษียณทั้งวิถีชีวิตและความรัก แต่ของเขายังมีความกระตือรือร้นทั้งในเรื่องชีวิต สนใจเรื่องวัตถุนิยมและการบริโภคต่างๆ ผมคบกับเขาประมาณ 3 ปี สุดท้ายความแตกต่างเหล่านี้ทำให้ผมบอกเลิกเขา เพื่อให้เขาไปใช้ชีวิตตามวิถีที่เขาต้องการ ซึ่งดูเขาจะยอมรับได้ด้วย
 
ปัจจุบันผมใช้ชีวิตหลังเกษียณมาได้สองสามปีแล้ว ยังมีคนติดต่อผ่านทางโซเชียลเข้ามาในชีวิตบ้างแล้วแต่ช่วง ผมมักจะเลือกคุยกับคนวัยใกล้ๆกัน แต่ก็ไม่ได้ตัดสินใจคบกับใคร เพราะแต่ละคนที่เข้ามาต่างก็มีใช้ชีวิตมานาน มีสไตล์และนิสัยที่เชื่อว่าคงเปลี่ยนได้ยาก ขึ้นกับว่าจะยอมรับได้แค่ไหน แม้หลายคนที่เข้ามาจะมีมุมมองชีวิตที่ใกล้กันมาก แต่ก็มีหลายอย่างที่ผมยังรู้สึกว่าน่าจะเป็นปัญหาหากคบกันในอนาคต เช่น บางคนพยายามจะสื่อสารถึงเรื่องsexเป็นหลัก บางคนคุณวุฒิสูงฐานะดีและอีโก้ก็สูงมาก บางคนต้องการความเชื่อมั่นและให้ผมต้องรายงานตัวตลอด หรือบางคนที่เคยนัดเจอทานข้าวกันก็กินมูมมามจนตกใจ
 
มองย้อนกลับไป ถ้าเราเข้าใจชีวิต มุมมองความรักของคนมันเติบโตและเปลี่ยนไปตามวัย จากความรักที่มองเส้นทางสร้างอนาคต ความรักแบบหนุ่มสาว ความรักแบบเข้าใจสังคม จนถึงวัยเกษียณ มันกลายเป็นมุมมองความรักแบบตกผลึกและไม่ต้องการอะไรเกินตัว เป็นกัลยาณมิตรที่เข้าใจกัน ร่วมทุกร่วมสุข ดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับใคร ไม่ยึดติดและยอมรับในสังขารที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัยของกันและกัน

เมื่อเราตกผลึกและเข้าใจชีวิต เราจะมีความสุขและยอมรับในเส้นทางปัจจุบันตนเองไม่ว่าจะมีใครหรือไม่มีใคร หวังว่าเรื่องที่เล่าคงให้แง่คิดกับใครที่อ่านได้บ้าง ไม่มากก็น้อยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่