ทำไม ฟูโรซีไมด์ ถึงเป็นสารต้องห้าม ผลกระทบ "พิ้งค์ พิชฌามลณ์" หลังอดแข่งเอเชียนเกมส์ 2026
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 องค์กรตรวจสารต้องห้ามนานาชาติ (ITA) ในนามของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ออกแถลงการณ์ว่า "พิ้งค์ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์" นักแบดมินตันสาวทีมชาติไทย มือ 18 ของโลก ถูกสั่งพักการแข่งขันชั่วคราว
หลังตัวอย่างสารที่เก็บจากการตรวจเมื่อวันที่ 17 กันยายน มีผลเป็นบวก โดยพบสาร ฟูโรซีไมด์ (Furosemide) ในร่างกาย ทำให้เธอไม่สามารถลงแข่งขัน ฝึกซ้อม หรือร่วมกิจกรรมใดๆ ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ได้อีกระหว่างที่กระบวนการพิจารณายังดำเนินอยู่
ฟูโรซีไมด์ คืออะไร?
ฟูโรซีไมด์ เป็นยาประเภทขับปัสสาวะและสารบดบัง ซึ่ง WADA จัดให้อยู่ในบัญชีสารต้องห้ามหมวด S5 เป็นสารที่ห้ามใช้ตลอดเวลาทั้งในและนอกสนามแข่งขัน ในทางการแพทย์ ยาชนิดนี้ใช้รักษาภาวะบวมน้ำหรือความดันโลหิตสูง
แต่ในวงการกีฬากลับถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะสามารถใช้ขับน้ำออกจากร่างกายเพื่อลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬาที่ต้องควบคุมน้ำหนักให้เข้ารุ่น
ที่สำคัญกว่านั้นคือคุณสมบัติ "สารบดบัง" ฟูโรซีไมด์ สามารถเจือจางปัสสาวะจนบดบังร่องรอยของสารกระตุ้นชนิดอื่นที่อาจแฝงอยู่ในร่างกาย ทำให้ตรวจไม่พบสารต้องห้ามตัวจริง นี่คือเหตุผลหลักที่ WADA ขึ้นบัญชีห้ามอย่างเข้มงวด แม้ตัวยาเองจะไม่ใช่สารเพิ่มสมรรถภาพโดยตรงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ฟูโรซีไมด์ถูกจัดเป็น "สารระบุประเภท" (Specified Substance) ซึ่งต่างจากสารกระตุ้นร้ายแรงบางชนิด เพราะเปิดช่องให้นักกีฬาชี้แจงที่มาของสารได้ว่าไม่ได้ตั้งใจใช้เพื่อโกง
ขั้นตอนต่อจากนี้
ตอนนี้ยังอยู่ในขั้น "แจ้งเตือนเบื้องต้น" ไม่ใช่คำตัดสินที่สิ้นสุดแล้ว น้องพิ้งค์ มีสิทธิคัดค้านคำสั่งพักการแข่งขันชั่วคราวต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา และมีสิทธิ์ขอให้วิเคราะห์ตัวอย่าง B เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง ตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ระยะสั้น - หมดสิทธิ์ลงแข่งเอเชียนเกมส์ 2026 ทันที ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร
การตรวจสอบ B-Sample - หากผลตัวอย่าง B ยืนยันตรงกับตัวอย่าง A จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโทษอย่างเป็นทางการ
การไต่สวน - คณะกรรมการวินัยจะพิจารณาเจตนาและที่มาของสาร เช่น อาจมาจากอาหารเสริม ยาที่แพทย์สั่ง หรือการปนเปื้อน ซึ่งมีผลต่อบทลงโทษ
บทลงโทษที่เป็นไปได้ - ตั้งแต่ตักเตือน ไปจนถึงพักการแข่งขัน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับผลการไต่สวนว่ามีเจตนาหรือความประมาทเลินเล่อมากน้อยเพียงใด
เวลานี้ทุกฝ่ายจึงยังต้องรอผลการตรวจสอบตัวอย่าง B และคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากตัวนักกีฬาและทีมงานก่อนจะสรุปว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร
ที่มา
ทำไม ฟูโรซีไมด์ ถึงเป็นสารต้องห้าม ผลกระทบ "พิ้งค์ พิชฌามลณ์" หลังอดแข่งเอเชียนเกมส์ 2026
ทำไม ฟูโรซีไมด์ ถึงเป็นสารต้องห้าม ผลกระทบ "พิ้งค์ พิชฌามลณ์" หลังอดแข่งเอเชียนเกมส์ 2026
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 องค์กรตรวจสารต้องห้ามนานาชาติ (ITA) ในนามของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ออกแถลงการณ์ว่า "พิ้งค์ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์" นักแบดมินตันสาวทีมชาติไทย มือ 18 ของโลก ถูกสั่งพักการแข่งขันชั่วคราว
หลังตัวอย่างสารที่เก็บจากการตรวจเมื่อวันที่ 17 กันยายน มีผลเป็นบวก โดยพบสาร ฟูโรซีไมด์ (Furosemide) ในร่างกาย ทำให้เธอไม่สามารถลงแข่งขัน ฝึกซ้อม หรือร่วมกิจกรรมใดๆ ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ได้อีกระหว่างที่กระบวนการพิจารณายังดำเนินอยู่
ฟูโรซีไมด์ คืออะไร?
ฟูโรซีไมด์ เป็นยาประเภทขับปัสสาวะและสารบดบัง ซึ่ง WADA จัดให้อยู่ในบัญชีสารต้องห้ามหมวด S5 เป็นสารที่ห้ามใช้ตลอดเวลาทั้งในและนอกสนามแข่งขัน ในทางการแพทย์ ยาชนิดนี้ใช้รักษาภาวะบวมน้ำหรือความดันโลหิตสูง
แต่ในวงการกีฬากลับถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะสามารถใช้ขับน้ำออกจากร่างกายเพื่อลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬาที่ต้องควบคุมน้ำหนักให้เข้ารุ่น
ที่สำคัญกว่านั้นคือคุณสมบัติ "สารบดบัง" ฟูโรซีไมด์ สามารถเจือจางปัสสาวะจนบดบังร่องรอยของสารกระตุ้นชนิดอื่นที่อาจแฝงอยู่ในร่างกาย ทำให้ตรวจไม่พบสารต้องห้ามตัวจริง นี่คือเหตุผลหลักที่ WADA ขึ้นบัญชีห้ามอย่างเข้มงวด แม้ตัวยาเองจะไม่ใช่สารเพิ่มสมรรถภาพโดยตรงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ฟูโรซีไมด์ถูกจัดเป็น "สารระบุประเภท" (Specified Substance) ซึ่งต่างจากสารกระตุ้นร้ายแรงบางชนิด เพราะเปิดช่องให้นักกีฬาชี้แจงที่มาของสารได้ว่าไม่ได้ตั้งใจใช้เพื่อโกง
ขั้นตอนต่อจากนี้
ตอนนี้ยังอยู่ในขั้น "แจ้งเตือนเบื้องต้น" ไม่ใช่คำตัดสินที่สิ้นสุดแล้ว น้องพิ้งค์ มีสิทธิคัดค้านคำสั่งพักการแข่งขันชั่วคราวต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา และมีสิทธิ์ขอให้วิเคราะห์ตัวอย่าง B เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง ตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ระยะสั้น - หมดสิทธิ์ลงแข่งเอเชียนเกมส์ 2026 ทันที ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร
การตรวจสอบ B-Sample - หากผลตัวอย่าง B ยืนยันตรงกับตัวอย่าง A จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโทษอย่างเป็นทางการ
การไต่สวน - คณะกรรมการวินัยจะพิจารณาเจตนาและที่มาของสาร เช่น อาจมาจากอาหารเสริม ยาที่แพทย์สั่ง หรือการปนเปื้อน ซึ่งมีผลต่อบทลงโทษ
บทลงโทษที่เป็นไปได้ - ตั้งแต่ตักเตือน ไปจนถึงพักการแข่งขัน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับผลการไต่สวนว่ามีเจตนาหรือความประมาทเลินเล่อมากน้อยเพียงใด
เวลานี้ทุกฝ่ายจึงยังต้องรอผลการตรวจสอบตัวอย่าง B และคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากตัวนักกีฬาและทีมงานก่อนจะสรุปว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร
ที่มา