❖ หลวงปู่มั่น ล้นเกล้า รัชกาลที่ ๔ เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร ❖
พระวชิรญาณเถร (ล้นเกล้า รัชกาลที่ ๔)
ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
ท่านเทวธมฺมี (ม้าว) มีสมเด็จพระสังฆราช (สา)
เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ท่านเทวธมฺมี (ม้าว)
เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต)
และพระครูมหิทธิเมธาจารย์ (แสง ธมฺมธีโร)
พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต)
เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
พระครูมหิทธิเมธาจารย์ (แสง ธมฺมธีโร)
เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล)
พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล)
เป็นพระอุปัชฌาย์ ที่ให้การอุปสมบทแก่พระกรรมฐาน
สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต หลายรูป ดังนี้
๑. พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน)
วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จังหวัดอุดรธานี
๒. พระธรรมฐิติญาณ (สิงห์ สุทฺธจิตฺโต)
วัดศรีอุบลรัตนาราม จังหวัดอุบลราชธานี
๓. พระเทพสังวรญาณ (พวง สุขินฺทฺริโย)
วัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร
๔. พระราชวุฒาจารย์ (สวัสดิ์ ขันติวิริโย)
วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี
๕. พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ)
วัดอรัญญบรรพต จังหวัดหนองคาย
๖. พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (วัน อุตฺตโม)
วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จังหวัดสกลนคร
๗. พระวิสุทธิญาณเถร (สมชาย ฐิตวิริโย)
วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี
๘. พระปัญญาพิศาลเถร (ทูล ขิปฺปปญฺโญ)
วัดป่าบ้านค้อ จังหวัดอุดรธานี
๙. พระญาณสิทธาจารย์ (ทองพูล สิริกาโม)
วัดสามัคคีอุปถัมภ์ จังหวัดบึงกาฬ
๑๐. พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา (หลอด ปโมทิโต)
วัดใหม่เสนานิคม กรุงเทพมหานคร
๑๑. หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร
๑๒. หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู
๑๓. หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
วัดป่านิโครธาราม จังหวัดอุดรธานี
๑๔. หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ
วัดประสิทธิธรรม จังหวัดอุดรธานี
๑๕. หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง จังหวัดเลย
๑๖. หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร
วัดประชาชุมพลพัฒนาราม จังหวัดอุดรธานี
๑๗. หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ
วัดป่าวิเวกวัฒนาราม จังหวัดมุกดาหาร
๑๘. หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จังหวัดมุกดาหาร
๑๙. หลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม
วัดป่าเขาเขียว จังหวัดพิษณุโลก
๒๐. หลวงปู่ลี กุสลธโร
วัดเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์ (วัดภูผาแดง)
จังหวัดอุดรธานี
๒๑. หลวงปู่คำสุข ญาณสุโข
วัดป่าซับคำกอง จังหวัดเพชรบูรณ์
๒๒. หลวงตาแตงอ่อน กลฺยาณธมฺโม
วัดกัลยาณธัมโม (วัดป่าโชคไพศาล) จังหวัดสกลนคร
๒๓. หลวงปู่ฉลวย สุธมฺโม
วัดป่าบ้านวไลย (วัดป่าวิทยาลัย)
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
๒๔. หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ
วัดโพธิ์ชัยมะนาว จังหวัดกาฬสินธุ์
๒๕. พระราชมงคลวชิรธรรม
(หลวงปู่บุญมา คัมภีรธมฺโม)
วัดป่าสีห์พนมประชาคม จังหวัดสกลนคร
๒๖. หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญฺญมากโร
วัดป่าหมู่ใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
๒๗. พระเนกขัมมมุนี (หลวงปู่ก้าน ฐิตธมฺโม)
วัดราชายตนบรรพต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
๒๘. พระราชวชิรมงคลญาณ (หลวงปู่ประสาร สุมโน)
วัดป่าหนองไคร้ จังหวัดยโสธร
๒๙. หลวงปู่ประไพร สุภโร
วัดป่าไพรรัตนวณาราม จังหวัดอุดรธานี
❖ ดุ ษ ฎี เ ท ว ธ มฺ มี ❖
ณ ครานี้ดิถีเบิก มหาฤกษ์มหาชัย
อรุณงามอร่ามใส สมัยงามอร่ามตา
ประกอบกิจประดิษฐ์ทำ พิธีกรรมมเหาฬา-
ระผูกพัทธสีมา เฉลิมโชคฉลองชัย
คณาข้า ฯ คนึงถึง พระคุณซึ่งกระลึงใจ
เชลงฉันท์ ประพันธ์ไข ประกาศคุณและความดี
พระคุณนี้ธชื่อ ❝ม้าว❞ ผิว่ากล่าวมคธที
ก็ชื่อ ❝เทวธมฺมี❞ เพราะมีเทวธรรมคุณ
ธจรรโลงประจงต่อ ผดุงบริหารจุน
นิกายธรรมยุติสุน- ทรารักษ์พิทักษ์เทา
และเป็นศิษยะสัทธิง- วิหาริกพระจอมเกล้า ฯ
สถิตในวนัยเนา ณธรรมาสถาพร
มโนมุ่งผดุงผล ประโยชน์ตนและชนบร
ธพร่ำสั่งและพร่ำสอน นิสิตให้ประพฤติดี
นิสิตเป็นพระราชา- คณาจาริเยศศรี
อุดมยศปกฏมี เชวงศักดิ์ประจักษ์หลาย
ก็ผองเกียรติคุณงาม ประดุจตามคำบรรยาย
จะฝังใจบได้หาย ฤลืมจน ณ วันมรณ์ ฯ
พระมหาสนั่น สรรพสาร ประพันธ์
(ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นที่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์)
มีข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง เล่าไว้ดังนี้
เมื่อตอนที่ท่านพนฺธุโล (ดี) ได้นำพระหลานชาย คือ ท่านเทวธมฺมี (ม้าว) เข้าถวายตัวเป็นศิษย์ของพระองค์ท่าน รัชกาลที่ ๔ เมื่อทรงผนวช และเป็นองค์อุปัชฌาย์
พระองค์ท่านได้ใช้เทียนส่องดูหน้าท่านเทวธมฺมี เป็นเวลานาน พระองค์ท่านคงตรวจดูบุคลิกลักษณะ ซึ่งท่านเป็นพระหนุ่ม ร่างใหญ่ ใบหน้าคมคาย เป็นที่สบอัธยาศัย
พระองค์ตรัสว่า เออ! ขรัวดี คนอย่างนี้ทำไมไม่เอามาเยอะๆ
ท่านพนฺธุโล (ดี) กราบทูลว่า ❝หายากพระเจ้าข้า❞
(จากหนังสือพระครูวิเวกพุทธกิจ หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม ๕)
ผู้ที่กล่าวว่าล้นเกล้า รัชกาลที่ ๔ ทรงทำสังฆเภทนั่นก็เท่ากับปรามาสพระกรรมฐานทั้งหลาย มีองค์หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เป็นต้น หากการปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูพระศาสนาของพระองค์เป็นสังฆเภท การอุปสมบทของพระองค์ก็ต้องถือเป็นโมฆะ การอุปสมบทของสัทธิวิหาริกอันเตวาสิกของพระองค์ก็ต้องถือเป็นโมฆะหมด ก็เท่ากับว่าผู้นั่นดูหมิ่นพระกรรมฐานทั้งหลายว่าเป็นพระเก๊ พระปลอม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ทรงตรัสว่า ❝หลักฐานตามที่กล่าวมาเหล่านี้ เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ทำสังฆเภท แต่ทรงเป็นผู้ฟื้นพระพุทธศาสนา ถ้าการปฏิบัติฟื้นพระพุทธศาสนาของพระองค์เป็นการทำสังฆเภทแล้ว การปฏิบัติฟื้นพระพุทธศาสนาของท่านผู้ฟื้นพระพุทธศาสนาทั้งหลายในอดีตดังที่เล่ามา ก็เป็นการทำสังฆเภททั้งหมด และการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวแก่สมานสังวาสานานาสังวาสห้ามสมาคมคบหากับภิกษุผู้อลัชชี หรือภิกษุผู้มีทิฏฐิลามกคัดค้านพระธรรมวินัย ก็จะไม่เป็นไปเพื่อทำสังฆเภทด้วยหรือ
นอกจากนี้ ยังน่าทำความระลึกให้เกิดขึ้นว่า ภิกษุแต่ละรูปในสังฆมณฑลอาจทำตนให้ชื่อว่าเป็นผู้ทำ หรือพยายามเพื่อทำสังฆเภทโดยไม่รู้ตัว เพราะเป็นอลัชชี หรือเพราะคิดแก้พระพุทธศาสนาให้ผิดแผกไปอย่างใดอย่างหนึ่ง❞
ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/19H9ahz3Z3/
ทำไม? พระนิกายธรรมยุติดีกว่ามหานิกายในไทย นี่คือลำดับปฏิสมุจบาท ของพระสงฆ์สายนิกายธรรมยุติ
พระวชิรญาณเถร (ล้นเกล้า รัชกาลที่ ๔)
ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
ท่านเทวธมฺมี (ม้าว) มีสมเด็จพระสังฆราช (สา)
เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ท่านเทวธมฺมี (ม้าว)
เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต)
และพระครูมหิทธิเมธาจารย์ (แสง ธมฺมธีโร)
พระอริยกวี (อ่อน ธมฺมรกฺขิโต)
เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
พระครูมหิทธิเมธาจารย์ (แสง ธมฺมธีโร)
เป็นพระอุปัชฌาย์ให้การอุปสมบทแก่
พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล)
พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล)
เป็นพระอุปัชฌาย์ ที่ให้การอุปสมบทแก่พระกรรมฐาน
สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต หลายรูป ดังนี้
๑. พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน)
วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จังหวัดอุดรธานี
๒. พระธรรมฐิติญาณ (สิงห์ สุทฺธจิตฺโต)
วัดศรีอุบลรัตนาราม จังหวัดอุบลราชธานี
๓. พระเทพสังวรญาณ (พวง สุขินฺทฺริโย)
วัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร
๔. พระราชวุฒาจารย์ (สวัสดิ์ ขันติวิริโย)
วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี
๕. พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ)
วัดอรัญญบรรพต จังหวัดหนองคาย
๖. พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (วัน อุตฺตโม)
วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จังหวัดสกลนคร
๗. พระวิสุทธิญาณเถร (สมชาย ฐิตวิริโย)
วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี
๘. พระปัญญาพิศาลเถร (ทูล ขิปฺปปญฺโญ)
วัดป่าบ้านค้อ จังหวัดอุดรธานี
๙. พระญาณสิทธาจารย์ (ทองพูล สิริกาโม)
วัดสามัคคีอุปถัมภ์ จังหวัดบึงกาฬ
๑๐. พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา (หลอด ปโมทิโต)
วัดใหม่เสนานิคม กรุงเทพมหานคร
๑๑. หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร
๑๒. หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู
๑๓. หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
วัดป่านิโครธาราม จังหวัดอุดรธานี
๑๔. หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ
วัดประสิทธิธรรม จังหวัดอุดรธานี
๑๕. หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง จังหวัดเลย
๑๖. หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร
วัดประชาชุมพลพัฒนาราม จังหวัดอุดรธานี
๑๗. หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ
วัดป่าวิเวกวัฒนาราม จังหวัดมุกดาหาร
๑๘. หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จังหวัดมุกดาหาร
๑๙. หลวงปู่อ่ำ ธมฺมกาโม
วัดป่าเขาเขียว จังหวัดพิษณุโลก
๒๐. หลวงปู่ลี กุสลธโร
วัดเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์ (วัดภูผาแดง)
จังหวัดอุดรธานี
๒๑. หลวงปู่คำสุข ญาณสุโข
วัดป่าซับคำกอง จังหวัดเพชรบูรณ์
๒๒. หลวงตาแตงอ่อน กลฺยาณธมฺโม
วัดกัลยาณธัมโม (วัดป่าโชคไพศาล) จังหวัดสกลนคร
๒๓. หลวงปู่ฉลวย สุธมฺโม
วัดป่าบ้านวไลย (วัดป่าวิทยาลัย)
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
๒๔. หลวงตาทองคำ จารุวณฺโณ
วัดโพธิ์ชัยมะนาว จังหวัดกาฬสินธุ์
๒๕. พระราชมงคลวชิรธรรม
(หลวงปู่บุญมา คัมภีรธมฺโม)
วัดป่าสีห์พนมประชาคม จังหวัดสกลนคร
๒๖. หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญฺญมากโร
วัดป่าหมู่ใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
๒๗. พระเนกขัมมมุนี (หลวงปู่ก้าน ฐิตธมฺโม)
วัดราชายตนบรรพต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
๒๘. พระราชวชิรมงคลญาณ (หลวงปู่ประสาร สุมโน)
วัดป่าหนองไคร้ จังหวัดยโสธร
๒๙. หลวงปู่ประไพร สุภโร
วัดป่าไพรรัตนวณาราม จังหวัดอุดรธานี
❖ ดุ ษ ฎี เ ท ว ธ มฺ มี ❖
ณ ครานี้ดิถีเบิก มหาฤกษ์มหาชัย
อรุณงามอร่ามใส สมัยงามอร่ามตา
ประกอบกิจประดิษฐ์ทำ พิธีกรรมมเหาฬา-
ระผูกพัทธสีมา เฉลิมโชคฉลองชัย
คณาข้า ฯ คนึงถึง พระคุณซึ่งกระลึงใจ
เชลงฉันท์ ประพันธ์ไข ประกาศคุณและความดี
พระคุณนี้ธชื่อ ❝ม้าว❞ ผิว่ากล่าวมคธที
ก็ชื่อ ❝เทวธมฺมี❞ เพราะมีเทวธรรมคุณ
ธจรรโลงประจงต่อ ผดุงบริหารจุน
นิกายธรรมยุติสุน- ทรารักษ์พิทักษ์เทา
และเป็นศิษยะสัทธิง- วิหาริกพระจอมเกล้า ฯ
สถิตในวนัยเนา ณธรรมาสถาพร
มโนมุ่งผดุงผล ประโยชน์ตนและชนบร
ธพร่ำสั่งและพร่ำสอน นิสิตให้ประพฤติดี
นิสิตเป็นพระราชา- คณาจาริเยศศรี
อุดมยศปกฏมี เชวงศักดิ์ประจักษ์หลาย
ก็ผองเกียรติคุณงาม ประดุจตามคำบรรยาย
จะฝังใจบได้หาย ฤลืมจน ณ วันมรณ์ ฯ
พระมหาสนั่น สรรพสาร ประพันธ์
(ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นที่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์)
มีข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง เล่าไว้ดังนี้
เมื่อตอนที่ท่านพนฺธุโล (ดี) ได้นำพระหลานชาย คือ ท่านเทวธมฺมี (ม้าว) เข้าถวายตัวเป็นศิษย์ของพระองค์ท่าน รัชกาลที่ ๔ เมื่อทรงผนวช และเป็นองค์อุปัชฌาย์
พระองค์ท่านได้ใช้เทียนส่องดูหน้าท่านเทวธมฺมี เป็นเวลานาน พระองค์ท่านคงตรวจดูบุคลิกลักษณะ ซึ่งท่านเป็นพระหนุ่ม ร่างใหญ่ ใบหน้าคมคาย เป็นที่สบอัธยาศัย
พระองค์ตรัสว่า เออ! ขรัวดี คนอย่างนี้ทำไมไม่เอามาเยอะๆ
ท่านพนฺธุโล (ดี) กราบทูลว่า ❝หายากพระเจ้าข้า❞
(จากหนังสือพระครูวิเวกพุทธกิจ หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม ๕)
ผู้ที่กล่าวว่าล้นเกล้า รัชกาลที่ ๔ ทรงทำสังฆเภทนั่นก็เท่ากับปรามาสพระกรรมฐานทั้งหลาย มีองค์หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น เป็นต้น หากการปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูพระศาสนาของพระองค์เป็นสังฆเภท การอุปสมบทของพระองค์ก็ต้องถือเป็นโมฆะ การอุปสมบทของสัทธิวิหาริกอันเตวาสิกของพระองค์ก็ต้องถือเป็นโมฆะหมด ก็เท่ากับว่าผู้นั่นดูหมิ่นพระกรรมฐานทั้งหลายว่าเป็นพระเก๊ พระปลอม
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ทรงตรัสว่า ❝หลักฐานตามที่กล่าวมาเหล่านี้ เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ทำสังฆเภท แต่ทรงเป็นผู้ฟื้นพระพุทธศาสนา ถ้าการปฏิบัติฟื้นพระพุทธศาสนาของพระองค์เป็นการทำสังฆเภทแล้ว การปฏิบัติฟื้นพระพุทธศาสนาของท่านผู้ฟื้นพระพุทธศาสนาทั้งหลายในอดีตดังที่เล่ามา ก็เป็นการทำสังฆเภททั้งหมด และการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวแก่สมานสังวาสานานาสังวาสห้ามสมาคมคบหากับภิกษุผู้อลัชชี หรือภิกษุผู้มีทิฏฐิลามกคัดค้านพระธรรมวินัย ก็จะไม่เป็นไปเพื่อทำสังฆเภทด้วยหรือ
นอกจากนี้ ยังน่าทำความระลึกให้เกิดขึ้นว่า ภิกษุแต่ละรูปในสังฆมณฑลอาจทำตนให้ชื่อว่าเป็นผู้ทำ หรือพยายามเพื่อทำสังฆเภทโดยไม่รู้ตัว เพราะเป็นอลัชชี หรือเพราะคิดแก้พระพุทธศาสนาให้ผิดแผกไปอย่างใดอย่างหนึ่ง❞
ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/19H9ahz3Z3/