นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกลางดึกคืน รอยต่อระหว่างวันที่ 21 ถึง 22 ก.ย. ว่า ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล ในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ตนยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส.จากพรรคลงมติ “เห็นชอบ” กับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่
1.ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว เนื่องจากมติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ ”งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค
2.ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตนได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ตนจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป โควตาการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่
ทั้งนี้ ตนจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ 1.พรรคประชาชน 2.พรรคประชาธิปัตย์ 3.พรรคไทยภักดี 4.พรรคเสรีรวมไทย และ 5.พรรคไทรวมพลัง ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ เช่น พ.ร.ก.เงินกู้ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570
“โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด” นายพริษฐ์ กล่าว
#พริษฐ์วัชรสินธุ #พรรคประชาชน
#พรรคกล้าธรรม #วิปฝ่ายค้าน
#ข่าวการเมือง #เดลินิวส์ออนไลน์
‘พริษฐ์’ แจงเหตุปรับ ‘กล้าธรรม’ ออกจากวิปฝ่ายค้าน หลังลงมติเห็นชอบงบฯ 70 สวนมติร่วม ย้ำ 5 พรรคฝ่ายค้านจับมือยื่นซักฟอกรัฐบาลเร็วๆ นี้
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ตนยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส.จากพรรคลงมติ “เห็นชอบ” กับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ 1.ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว เนื่องจากมติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ ”งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค
2.ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตนได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ตนจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป โควตาการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่
ตนจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ 1.พรรคประชาชน 2.พรรคประชาธิปัตย์ 3.พรรคไทยภักดี 4.พรรคเสรีรวมไทย และ 5.พรรคไทรวมพลัง ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ เช่น พ.ร.ก.เงินกู้ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570
“โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด”
#Thepolitics #พรรคประชาชน #ฝ่ายค้าน
‘พริษฐ์’ แจงเหตุปรับ ‘กล้าธรรม’ ออกจากวิปฝ่ายค้าน หลังลงมติเห็นชอบงบฯ 70 สวนมติร่วม