🍄ออสเตรเลียพบวิธีผลิตไฮโดรเจนแบบใหม่! ซึ่งสามารถต่อยอดนำไปใช้ผลิตไฟฟ้า และใช้ในสารพัดอุตสาหกรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เมทานอล เหล็กกล้า ตลอดไปจนถึงการผลิตปุ๋ยเคมีสำหรับการเกษตรกรรม
.
โดยปกติแล้วแก๊สไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือที่เรียกว่า ‘ไฮโดรเจนขาว’ นั้นหาได้ยากมาก ๆ ทำให้มนุษย์ต้องผลิตไฮโดรเจนขึ้นมาใช้ในอุตสาหกรรมเอง ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าไฮโดรเจนที่เราใช้กันกว่า 90-95% นั้นสกัดมาจากแก๊สธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกทีหนึ่ง เรียกกันว่า ‘ไฮโดรเจนเทา’ สวนทางกับความคิดของคนทั่วไปที่ได้รับการโปรโมตจากสื่อมากมาย ว่าไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มที่จะมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคต
.
ส่วนสาเหตุที่ไฮโดรเจนเทาเป็นที่นิยมก็เพราะว่าไฮโดรเจนเทามีต้นทุนที่ในการผลิตที่ถูกที่สุด มากกว่ากรรมวิธีอื่น อย่างการสกัดพันธะไฮโดรเจนออกมาจากน้ำเปล่า ด้วยการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเราเรียกไฮโดรเจนกลุ่มนี้ว่า ‘ไฮโดรเจนเขียว’ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่นักวิทย์จะพยายามที่จะค้นหาแหล่งไฮโดรเจนขาวตามธรรมชาติมาทดแทนไฮโดรเจนเทาและเขียว ที่ต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูง ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แคนาดาเป็นชาติล่าสุดที่เจอแหล่งไฮโดรเจนขาวขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ
.
ทว่าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดิธ โคเวน (Edith Cowan University) ประเทศออสเตรเลีย กลับเสนอว่าแม้ออสเตรเลียจะไม่มีแหล่งไฮโดรเจนขาว แต่ก็มีแร่แมกนีไทต์ (Magnetite) ที่สามารถนำมาใช้ผลิตไฮโดรเจนเขียวได้ เพียงแค่นำแร่แมกนีไทต์มาทำปฏิกิริยากับน้ำร้อน ๆ ภายใต้ความดันสูงเท่านั้น ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่าการผลิตไฮโดรเจนเทา
.
โดยแร่แมกนีไทต์นั้นเป็นแร่เหล็กประเภทหนึ่งที่พบได้มากในชั้นหินในภูมิภาคทางตะวันตกของออสเตรเลีย ซึ่งอาจส่งผลให้ออสเตรเลียมีศักยภาพที่จะกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฮโดรเจนเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยนักวิจัยกลุ่มที่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาได้ลองทดสอบนำแมกนีไทต์มาทำปฏิกิริยากับน้ำที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ที่ไม่สามารถระเหยได้เนื่องจากความดันที่สูงมาก ๆ เป็นเวลา 60 วัน จนพบว่าภายใต้สภาวะดังกล่าวมีการผลิตแก๊สไฮโดรเจนจำนวนมากออกมาจากแร่แมกนีไทต์ โดยเฉพาะแร่แมกนีไทต์ในรูปแบบผงที่สามารถผลิตแก๊สไฮโดรเจนได้มากกว่ารูปแบบแผ่นถึง 5 เท่าต่อกรัม เนื่องจากพื้นที่ผิวสัมผัสกับน้ำที่มากกว่า
.
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแค่การทดลองดึงแก๊สไฮโดรเจนออกมาจากชั้นหินเพื่อนำมาใช้งาน แต่งานวิจัยนี้ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าใจกลไกการให้กำเนิดแก๊สไฮโดรเจนตามธรรมชาติ เพื่อนำไปพัฒนากระบวนการดึงไฮโดรเจนเขียวมาใช้ในระดับอุตสาหกรรม และอาจทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่ครอบครองแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก ซึ่งจะสร้างอำนาจต่อรองที่สำคัญกับชาติมหาอำนาจอื่น ๆ เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ถือครองแหล่งน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้เช่นกัน
.
รายงานการค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Hydrogen Energy เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026
_________________________________________
ติดตาม The Principiaได้ในทุกช่องทางออนไลน์ หรือ
ติดต่อโฆษณาได้ที่ theprincipia2021@gmail.com หรือโทร 0647711333
🍄ออสเตรเลียพบวิธีผลิตไฮโดรเจนแบบใหม่! ?
.
โดยปกติแล้วแก๊สไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือที่เรียกว่า ‘ไฮโดรเจนขาว’ นั้นหาได้ยากมาก ๆ ทำให้มนุษย์ต้องผลิตไฮโดรเจนขึ้นมาใช้ในอุตสาหกรรมเอง ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าไฮโดรเจนที่เราใช้กันกว่า 90-95% นั้นสกัดมาจากแก๊สธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกทีหนึ่ง เรียกกันว่า ‘ไฮโดรเจนเทา’ สวนทางกับความคิดของคนทั่วไปที่ได้รับการโปรโมตจากสื่อมากมาย ว่าไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มที่จะมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคต
.
ส่วนสาเหตุที่ไฮโดรเจนเทาเป็นที่นิยมก็เพราะว่าไฮโดรเจนเทามีต้นทุนที่ในการผลิตที่ถูกที่สุด มากกว่ากรรมวิธีอื่น อย่างการสกัดพันธะไฮโดรเจนออกมาจากน้ำเปล่า ด้วยการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเราเรียกไฮโดรเจนกลุ่มนี้ว่า ‘ไฮโดรเจนเขียว’ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่นักวิทย์จะพยายามที่จะค้นหาแหล่งไฮโดรเจนขาวตามธรรมชาติมาทดแทนไฮโดรเจนเทาและเขียว ที่ต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูง ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แคนาดาเป็นชาติล่าสุดที่เจอแหล่งไฮโดรเจนขาวขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ
.
ทว่าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดิธ โคเวน (Edith Cowan University) ประเทศออสเตรเลีย กลับเสนอว่าแม้ออสเตรเลียจะไม่มีแหล่งไฮโดรเจนขาว แต่ก็มีแร่แมกนีไทต์ (Magnetite) ที่สามารถนำมาใช้ผลิตไฮโดรเจนเขียวได้ เพียงแค่นำแร่แมกนีไทต์มาทำปฏิกิริยากับน้ำร้อน ๆ ภายใต้ความดันสูงเท่านั้น ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่าการผลิตไฮโดรเจนเทา
.
โดยแร่แมกนีไทต์นั้นเป็นแร่เหล็กประเภทหนึ่งที่พบได้มากในชั้นหินในภูมิภาคทางตะวันตกของออสเตรเลีย ซึ่งอาจส่งผลให้ออสเตรเลียมีศักยภาพที่จะกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฮโดรเจนเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยนักวิจัยกลุ่มที่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาได้ลองทดสอบนำแมกนีไทต์มาทำปฏิกิริยากับน้ำที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ที่ไม่สามารถระเหยได้เนื่องจากความดันที่สูงมาก ๆ เป็นเวลา 60 วัน จนพบว่าภายใต้สภาวะดังกล่าวมีการผลิตแก๊สไฮโดรเจนจำนวนมากออกมาจากแร่แมกนีไทต์ โดยเฉพาะแร่แมกนีไทต์ในรูปแบบผงที่สามารถผลิตแก๊สไฮโดรเจนได้มากกว่ารูปแบบแผ่นถึง 5 เท่าต่อกรัม เนื่องจากพื้นที่ผิวสัมผัสกับน้ำที่มากกว่า
.
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแค่การทดลองดึงแก๊สไฮโดรเจนออกมาจากชั้นหินเพื่อนำมาใช้งาน แต่งานวิจัยนี้ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการเข้าใจกลไกการให้กำเนิดแก๊สไฮโดรเจนตามธรรมชาติ เพื่อนำไปพัฒนากระบวนการดึงไฮโดรเจนเขียวมาใช้ในระดับอุตสาหกรรม และอาจทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่ครอบครองแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก ซึ่งจะสร้างอำนาจต่อรองที่สำคัญกับชาติมหาอำนาจอื่น ๆ เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ถือครองแหล่งน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้เช่นกัน
.
รายงานการค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Hydrogen Energy เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026
_________________________________________
ติดตาม The Principiaได้ในทุกช่องทางออนไลน์ หรือ
ติดต่อโฆษณาได้ที่ theprincipia2021@gmail.com หรือโทร 0647711333