SKY NANI S to the N FANCON ได้มีโอกาสดูแฟนคอนนักแสดงไทยเป็นครั้งแรก เลยอยากจะมาแชร์มุมมอง จากคนที่แทบไม่ได้ติดตามวงการบันเทิงไทยเลยค่ะ ที่จริงการแสดงนี้ เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตนึงเลยก็ว่าได้สำหรับเรา ห่างไกลจากคำว่า Fancon ในความคิดของเราสุดๆ
ความยาวกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งหมด 27 บทเพลง เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกสนุกไปกับทุกโชว์ ทุกเพลงที่ได้เลือกมา การเรียงลำดับเพลงที่ไหลลื่น กระชับ แทบจะไม่มีเดดแอร์ หรือแผลระหว่างที่คอนเสิร์ตดำเนินไปเลย แล้วที่ต้องชมคือ Concept ของFanconที่แข็งแรง ทำให้ภาพรวมของแต่ละเพลงที่ใส่มาในโชว์ ไปในทิศทางเดียวกันหมด กลมกล่อมมากๆ
สกาย : สกายเป็นนักแสดงที่เราเห็นหน้ามาตลอดเป็น 10 ปี แต่ส่วนตัวเราแทบไม่รู้จักเกี่ยวกับตัวสกายเลย Fancon ครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ว่า สกายเป็นคนที่มีน้ำเสียงเพราะมาก เป็นเนื้อเสียงที่นุ่ม แต่แข็งแรง และค่อนข้างเสถียร ทั้งที่ไม่ได้เป็นนักร้องมาก่อน แถมเนื้อเสียงยังเหมาะกับเพลงเก่า และโชว์เดี่ยวของสกายที่เราประทับใจที่สุดคือ
เทวดาเดินดิน ใส่สลิงลอยตัว แล้วเสียงยังนิ่งได้ ถือว่าแข็งแรงมากๆ เสียงไม่มีแกว่ง
อีกสิ่งที่อยากจะชมสกายมากๆ คือการเป็น Mood Maker เป็นคนที่เก่งในการอ่านบรรยากาศรอบข้าง รู้ว่าจะต้องพูดอะไร เพื่อให้หน้างานไปต่อได้ มีความทะเล้น น่ารัก แต่เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ ก็มีความสุภาพพอที่สามารถคุมภาพรวมให้ผ่านไปได้ด้วยดี
นานิ : รู้จักนานิครั้งแรกกับเรื่อง อู เป็นคนที่มีวิชวลแปลกตา ไม่ซ้ำ เห็นครั้งเดียวก็จำหน้าได้ และในคอนเสิร์ตครั้งนี้ นอกจากวิชวลที่โดดเด่นแล้ว การร้องและสไตล์ในการแสดงออกมาก็มีความเป็นตัวตนสูงมาก เป็นคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และทำอะไรได้
ในตัวนานิมีองค์ประกอบของความเป็นศิลปินสูงมาก เหลือแค่โอกาสที่จะเอาสิ่งต่างๆในตัวนานิมาประกอบร่างขึ้นมาเป็นโชว์ ขอบคุณคนที่มองเห็นสิ่งนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวนานิเองหรือไม่ แล้วดึงมาใช้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราเลยได้เห็นการปีนผ้า รวมถึงการมิกซ์เพลงกุหลาบเวียงพิงค์
สกายนานิ : น้องทั้ง 2 มีความจริงใจ และ เป็นธรรมชาติสูงมาก แต่ละโชว์แสดงออกมาด้วยความสุข มันส่งออกมาจากดวงตาและท่าทาง แล้วสิ่งนั้นส่งมาถึงคนดูอย่างพวกเราโดยไม่ขาดตกบกพร่อง พอถึงตอนที่ต้องโชว์คู่ ทั้ง 2 คนทำออกมาได้อย่างดี ทั้งเนื้อเสียงของ 2 คนที่แตกต่างกัน เนื้อเสียงที่นุ่มแต่แข็งแรงแบบสกาย และเนื้อเสียงที่บางแต่พริ้วไหวแบบของนานิ พอมาอยู่ด้วยกันแล้วลงตัวเป็นอย่างมาก
อีกอย่างที่ขอชมคือ เซ็ตเพลงทั้งหมดในงานนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเพลงฮิต ณ ปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้เพลงไวรัล แต่การใช้เพลงที่เหมาะกับศิลปิน และดึงศักยภาพออกมา เพื่อให้เข้ากับคนร้อง เป็นจุดเด่นของคอนเสิร์ตนี้เลย เพราะมันออกมาสบายตา สบายใจ และเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เรารู้สึกอบอุ่นใจมากๆ ดูไปยิ้มไปตลอดทั้งคอนเสิร์ต อาจจะเพราะเป็นเพลงที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว และ น้องๆก็สื่อสารออกมาดีด้วย
บางครั้งในยุคที่รอบตัวเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า การได้ดูโชว์ที่ฮีลใจแบบนี้ ต้องขอบคุณจริงๆค่ะ ที่สร้างงานที่บรรยากาศดีๆแบบนี้ขึ้นมา
ยอมรับเลยว่าตอนแรกเราซื้อบัตรแค่ 1 วัน เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจว่าจะสนุกไหม ไม่เคยดูคอนเสิร์ตของนักแสดง และเราค่อนข้างที่จะจริงจังในการดูคอนเสิร์ต แต่พอดูวันแรกจบ ตามหาบัตรวันที่ 2 เลยค่ะ สุดท้ายก็ได้มาดูทั้ง 2 วัน เป็น 2 วันที่มีความสุขมากๆ เหมือนได้ต่ออายุไปอีก 5 ปี
SKY NANI S to the N FANCON : การเดินทางผ่านเสียงเพลงของสกายนานิ
SKY NANI S to the N FANCON ได้มีโอกาสดูแฟนคอนนักแสดงไทยเป็นครั้งแรก เลยอยากจะมาแชร์มุมมอง จากคนที่แทบไม่ได้ติดตามวงการบันเทิงไทยเลยค่ะ ที่จริงการแสดงนี้ เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตนึงเลยก็ว่าได้สำหรับเรา ห่างไกลจากคำว่า Fancon ในความคิดของเราสุดๆ
ความยาวกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งหมด 27 บทเพลง เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกสนุกไปกับทุกโชว์ ทุกเพลงที่ได้เลือกมา การเรียงลำดับเพลงที่ไหลลื่น กระชับ แทบจะไม่มีเดดแอร์ หรือแผลระหว่างที่คอนเสิร์ตดำเนินไปเลย แล้วที่ต้องชมคือ Concept ของFanconที่แข็งแรง ทำให้ภาพรวมของแต่ละเพลงที่ใส่มาในโชว์ ไปในทิศทางเดียวกันหมด กลมกล่อมมากๆ
สกาย : สกายเป็นนักแสดงที่เราเห็นหน้ามาตลอดเป็น 10 ปี แต่ส่วนตัวเราแทบไม่รู้จักเกี่ยวกับตัวสกายเลย Fancon ครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ว่า สกายเป็นคนที่มีน้ำเสียงเพราะมาก เป็นเนื้อเสียงที่นุ่ม แต่แข็งแรง และค่อนข้างเสถียร ทั้งที่ไม่ได้เป็นนักร้องมาก่อน แถมเนื้อเสียงยังเหมาะกับเพลงเก่า และโชว์เดี่ยวของสกายที่เราประทับใจที่สุดคือ เทวดาเดินดิน ใส่สลิงลอยตัว แล้วเสียงยังนิ่งได้ ถือว่าแข็งแรงมากๆ เสียงไม่มีแกว่ง
อีกสิ่งที่อยากจะชมสกายมากๆ คือการเป็น Mood Maker เป็นคนที่เก่งในการอ่านบรรยากาศรอบข้าง รู้ว่าจะต้องพูดอะไร เพื่อให้หน้างานไปต่อได้ มีความทะเล้น น่ารัก แต่เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ ก็มีความสุภาพพอที่สามารถคุมภาพรวมให้ผ่านไปได้ด้วยดี
นานิ : รู้จักนานิครั้งแรกกับเรื่อง อู เป็นคนที่มีวิชวลแปลกตา ไม่ซ้ำ เห็นครั้งเดียวก็จำหน้าได้ และในคอนเสิร์ตครั้งนี้ นอกจากวิชวลที่โดดเด่นแล้ว การร้องและสไตล์ในการแสดงออกมาก็มีความเป็นตัวตนสูงมาก เป็นคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และทำอะไรได้
ในตัวนานิมีองค์ประกอบของความเป็นศิลปินสูงมาก เหลือแค่โอกาสที่จะเอาสิ่งต่างๆในตัวนานิมาประกอบร่างขึ้นมาเป็นโชว์ ขอบคุณคนที่มองเห็นสิ่งนั้น ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวนานิเองหรือไม่ แล้วดึงมาใช้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราเลยได้เห็นการปีนผ้า รวมถึงการมิกซ์เพลงกุหลาบเวียงพิงค์
สกายนานิ : น้องทั้ง 2 มีความจริงใจ และ เป็นธรรมชาติสูงมาก แต่ละโชว์แสดงออกมาด้วยความสุข มันส่งออกมาจากดวงตาและท่าทาง แล้วสิ่งนั้นส่งมาถึงคนดูอย่างพวกเราโดยไม่ขาดตกบกพร่อง พอถึงตอนที่ต้องโชว์คู่ ทั้ง 2 คนทำออกมาได้อย่างดี ทั้งเนื้อเสียงของ 2 คนที่แตกต่างกัน เนื้อเสียงที่นุ่มแต่แข็งแรงแบบสกาย และเนื้อเสียงที่บางแต่พริ้วไหวแบบของนานิ พอมาอยู่ด้วยกันแล้วลงตัวเป็นอย่างมาก
อีกอย่างที่ขอชมคือ เซ็ตเพลงทั้งหมดในงานนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเพลงฮิต ณ ปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้เพลงไวรัล แต่การใช้เพลงที่เหมาะกับศิลปิน และดึงศักยภาพออกมา เพื่อให้เข้ากับคนร้อง เป็นจุดเด่นของคอนเสิร์ตนี้เลย เพราะมันออกมาสบายตา สบายใจ และเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เรารู้สึกอบอุ่นใจมากๆ ดูไปยิ้มไปตลอดทั้งคอนเสิร์ต อาจจะเพราะเป็นเพลงที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว และ น้องๆก็สื่อสารออกมาดีด้วย
บางครั้งในยุคที่รอบตัวเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า การได้ดูโชว์ที่ฮีลใจแบบนี้ ต้องขอบคุณจริงๆค่ะ ที่สร้างงานที่บรรยากาศดีๆแบบนี้ขึ้นมา
ยอมรับเลยว่าตอนแรกเราซื้อบัตรแค่ 1 วัน เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจว่าจะสนุกไหม ไม่เคยดูคอนเสิร์ตของนักแสดง และเราค่อนข้างที่จะจริงจังในการดูคอนเสิร์ต แต่พอดูวันแรกจบ ตามหาบัตรวันที่ 2 เลยค่ะ สุดท้ายก็ได้มาดูทั้ง 2 วัน เป็น 2 วันที่มีความสุขมากๆ เหมือนได้ต่ออายุไปอีก 5 ปี