ต่างชาติมารู้ผลเขาจะรู้สึกยังไง

ไม่โทษนักกีฬาเลย แต่เหมือนตอนฟุตบอลแพ้เพื่อนบ้านก็ชอบมาขำและดูถูก
-แต่ตอนนี้เวียตนาม,ฟิลิปปินส์เอาไปขำกันใหญ่
-แล้วต่างชาติที่เค้างงว่าเราเพิ่งไปในฐานะที่ 1 เอเชียอีก

อยากให้กำลังใจนักกีฬาไม่ต้องคิดมาก
พรุ่งนี้ก็ยากเหมือนเดิมกับเกาหลี


แต่ขอพูดถึงสมาคมที่ปั้นเด็กมาช่วยเสริมทีมไม่เคยทัน
เมื่อคุณคิดว่า “โอลิมปิกคือจุดสูงสุด” กับ 5 บทเรียนหลังสาวไทยพ่ายจีน ทั้งที่เพิ่งชนะคาบ้าน


1. เป็นแชมป์แล้ว ต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม
ยิ่งเป็นแชมป์ ยิ่งถูกคู่แข่งศึกษา ยิ่งถูกจับตา และยิ่งต้องทำงานหนักกว่าเดิม วันที่ไทยชนะจีน จีนไม่ได้หยุดพัฒนาเพื่อชื่นชมเรา


2. รุ่นพี่เก่งมากจริง แต่อายุเฉลี่ยก็สูงขึ้นทุกปี
สิ่งหนึ่งที่ต่อให้รักนักกีฬามากแค่ไหนก็เถียงไม่ได้ คือ อายุของทุกคนเพิ่มขึ้นทุกปี ปัญหาจึงไม่ใช่ว่ารุ่นพี่เก่งพอหรือไม่ แต่คือ เมื่อถึงวันที่รุ่นพี่เล่นไม่ไหว เรามีใครพร้อมขึ้นมาแทนแล้วหรือยัง
ทีมระดับสูงไม่ควรรอให้นักกีฬาชุดเดิมเลิกเล่นก่อน แล้วค่อยเริ่มมองหาคนใหม่ เพราะกว่าคนใหม่จะพร้อม คู่แข่งอาจสร้างคนมาแล้วสองรุ่น

3. ชนะจีนหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายความว่าไทยเป็นที่หนึ่ง หรือเก่งกว่าจีนแล้ว
ความพ่ายแพ้ต่อจีนครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่ก็ควรเป็นเสียงเตือน
ถ้าเป้าหมายสูงสุดของวอลเลย์บอลไทยคือแค่ “ได้ไปโอลิมปิกสักครั้ง” เราอาจพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ได้

4. ถึงเวลาที่วงการวอลเลย์บอลไทยต้องลดการคุยโม้ และรู้จักเกียรติคู่แข่ง ชัยชนะทำให้ดีใจได้ ฉลองได้ ภูมิใจได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเหิมเกริมทุกครั้งที่ชนะทีมใหญ่ บางครั้งแฟนกีฬาบางส่วนชนะจีนหนึ่งนัด ชนะญี่ปุ่นหนึ่งนัด ก็เริ่มพูดเหมือนไทยครองเอเชียไปแล้ว ทั้งที่อีกฝ่ายมีประวัติศาสตร์ ความสำเร็จ และระบบกีฬาที่แข็งแรงมาหลายสิบปี
เพราะบางครั้งเกมถัดไปก็ทำหน้าที่เตือนสติได้เร็วกว่าคอมเมนต์ในโซเชียลเสียอีก

5. ให้กำลังใจได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าห้ามวิจารณ์
แต่คำถามใหญ่คือ “เด็กใหม่อยู่ไหน” ทุกครั้งที่ทีมชาติแพ้ เรามักได้ยินประโยคว่า “นักกีฬาทำดีที่สุดแล้ว” แน่นอน นักกีฬาควรได้รับกำลังใจ
นักกีฬารุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาแทนชุดปัจจุบันอยู่ไหน ตอนนี้ยังแทบไม่มีใครที่เห็นแล้วทำให้รู้สึกได้ชัดว่า “นี่คือคนที่จะขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยในอีก 3–5 ปีข้างหน้า”

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่