เพื่อนของผมได้มาปรึกษาปัญหาชีวิต ซึ่งผมก็ได้ให้คำแนะนำไปเบี้องต้น ปัญหาคร่าวๆของเพื่อน
- เดิม มีเงินเดือน 30000 และอยู่ๆงานที่ทำจนแทบไม่มีเวลา เริ่มลดลงๆจนนั่งว่าง
- เจ้านายเริ่มจ่ายเงินเดือนล่าช้า และต่อมา ทยอยให้เป็น 2 งวด จนล่าสุดค้างเงินเดือนมาเกือบ 2 เดือน
- เพื่อนเริ่มตระหนักแล้วว่าโอกาสที่บริษัทจะไปต่อ ลดน้อยลงอย่างมาก และคาดว่า สิ้นปีนี้ คงต้องหางานใหม่
- ด้วยอายุที่มาก(เกือบ 40) การหางานที่จะได้เงินเท่าเดิม คงจะเป็นไปไม่ได้ จึงเริ่มคิดจะลดค่าใช้จ่ายลง
- ผมก็แนะนำทั่วๆไป เช่น ผ่อนอะไรอยู่บ้าง ให้ลิสส์รายการมาแล้วติดต่อหาเจ้าหนี้
- โดยเพื่อนมีผ่อนรถนต์ 1 คัน ผ่อนเดือนละเกือบหมื่น และสินเชื่อบัตรเครดิต ประมาณ 5 หมื่น (ผ่อนเดือนละ 3 พัน)
แผนที่เพื่อนผมคิดคือ
1. ปิดหนี้รถยนต์ เมื่อไม่ได้ไปทำงานก็ไม่จำเป็น ให้หาทางขายหรือคืนไฟแนนซ์
2. สินเชื่อบัตรจะนำเงินเก็บมาปิดยอด หากไม่พอจะยืมญาติก่อน
3. ลดรายจ่ายบางอย่าง เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต
4. ขายทรัพย์สินบางอย่าง เช่นเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แต่สภาพดีๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
5. ลองหาสมัครงานใกล้บ้าน หรือ นำเงินจาก 2. มาลงทุนต่อ
ผมฟังดูก็เข้าท่า เพื่อนสมาชิกคิดว่ามีอะไรที่ควรแนะนำอีกไหม หรือ อยากแชร์ประสบการณ์ก็ได้ครับ
ปล.เงินเก็บส่วนใหญ่หมดไปกับลูกที่เพิ่งคลอดเมื่อปีก่อน และภรรยาที่ว่างงานกำลังจะหางาน ส่วนลูกฝากแม่ยายเลี้ยง โชคดีที่ไม่ต้องผ่อนบ้าน
และล่าสุดเพื่อนผมเช็คในแอพประกันสังคมเห็นว่าไม่มีเงินนำส่งมาตั้งแต่เดือน ม.ค. แล้ว
อะไรที่ควรทำหลังจากรู้ตัวว่าจะไม่มีรายได้แล้ว
- เดิม มีเงินเดือน 30000 และอยู่ๆงานที่ทำจนแทบไม่มีเวลา เริ่มลดลงๆจนนั่งว่าง
- เจ้านายเริ่มจ่ายเงินเดือนล่าช้า และต่อมา ทยอยให้เป็น 2 งวด จนล่าสุดค้างเงินเดือนมาเกือบ 2 เดือน
- เพื่อนเริ่มตระหนักแล้วว่าโอกาสที่บริษัทจะไปต่อ ลดน้อยลงอย่างมาก และคาดว่า สิ้นปีนี้ คงต้องหางานใหม่
- ด้วยอายุที่มาก(เกือบ 40) การหางานที่จะได้เงินเท่าเดิม คงจะเป็นไปไม่ได้ จึงเริ่มคิดจะลดค่าใช้จ่ายลง
- ผมก็แนะนำทั่วๆไป เช่น ผ่อนอะไรอยู่บ้าง ให้ลิสส์รายการมาแล้วติดต่อหาเจ้าหนี้
- โดยเพื่อนมีผ่อนรถนต์ 1 คัน ผ่อนเดือนละเกือบหมื่น และสินเชื่อบัตรเครดิต ประมาณ 5 หมื่น (ผ่อนเดือนละ 3 พัน)
แผนที่เพื่อนผมคิดคือ
1. ปิดหนี้รถยนต์ เมื่อไม่ได้ไปทำงานก็ไม่จำเป็น ให้หาทางขายหรือคืนไฟแนนซ์
2. สินเชื่อบัตรจะนำเงินเก็บมาปิดยอด หากไม่พอจะยืมญาติก่อน
3. ลดรายจ่ายบางอย่าง เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต
4. ขายทรัพย์สินบางอย่าง เช่นเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แต่สภาพดีๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
5. ลองหาสมัครงานใกล้บ้าน หรือ นำเงินจาก 2. มาลงทุนต่อ
ผมฟังดูก็เข้าท่า เพื่อนสมาชิกคิดว่ามีอะไรที่ควรแนะนำอีกไหม หรือ อยากแชร์ประสบการณ์ก็ได้ครับ
ปล.เงินเก็บส่วนใหญ่หมดไปกับลูกที่เพิ่งคลอดเมื่อปีก่อน และภรรยาที่ว่างงานกำลังจะหางาน ส่วนลูกฝากแม่ยายเลี้ยง โชคดีที่ไม่ต้องผ่อนบ้าน
และล่าสุดเพื่อนผมเช็คในแอพประกันสังคมเห็นว่าไม่มีเงินนำส่งมาตั้งแต่เดือน ม.ค. แล้ว