เห็บจากสัตว์เลี้ยง พาหะนำโรคอันตราย พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 5 ราย แพทย์แนะวิธีสังเกตอาการ วิธีป้องกันตัวเอง

เห็บจากสัตว์เลี้ยง พาหะนำโรคอันตราย พบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิตแล้ว 5 ราย แพทย์แนะวิธีสังเกตอาการ วิธีป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง ห้ามใช้มือจับเห็บ



แค่คิดถึงเห็บหมา หลายคนก็ขนลุกขยะแขยง มันเกาะติดแล้วดึงไม่ค่อยจะออก เห็บพบในหมาแมว  แต่มันสามารถเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่คนได้ โดยหนึ่งในโรคที่ควรรู้จัก คือ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) หรือโรคไข้รุนแรงร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งอาจมีอาการรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อ.พญ.อาทิตยา หลวงนรา อาจารย์ประจำหน่วยโรคติดเชื้อและเวชศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า “โรค SFTS เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีเห็บเป็นพาหะ เชื้อสามารถหมุนเวียนอยู่ในธรรมชาติระหว่างเห็บ สัตว์ และคน มีรายงานการพบโรคในหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันตัวเลขผู้ป่วยที่อยู่ในระบบเฝ้าระวัง ตั้งแต่ปี 2568-2569 จำนวนทั้งสิ้น 6 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย (ภาคเหนือพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่จ.เพชรบูรณ์) โดยบริเวณบ้านของผู้เสียชีวิตพบเห็บจำนวนมาก และตรวจพบเชื้อไวรัส SFTS (SFTSV) ในเห็บสุนัขที่เก็บจากบริเวณดังกล่าว รวมถึงจากสุนัขที่เลี้ยงไว้”

เชื้อไวรัส SFTS (SFTSV) ติดต่อคนได้ทางช่องทางสำคัญคือ การถูกเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้ ยังอาจติดต่อผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผู้ติดเชื้อ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่กำลังป่วยโดยตรง หากจำเป็นต้องสัมผัสควรมีการป้องกันอย่างเหมาะสม กลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่มีเห็บ เช่น บริเวณหญ้ารก พุ่มไม้ ฟาร์ม หรือพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์

หลังได้รับเชื้อ อาจใช้เวลาประมาณ 5–14 วัน ก่อนเริ่มมีอาการ โดยอาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ไข้สูง อ่อนเพลีย  ปวดศีรษะ  คลื่นไส้ อาเจียน  ปวดท้อง  ถ่ายเหลว  ซึมลง หรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจพบ เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ การทำงานของตับผิดปกติ และการทำงานของไตผิดปกติ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตวายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือสมองอักเสบ

สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์ ควร ตรวจหาเห็บบนตัวสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดและป้องกันเห็บตามคำแนะนำของสัตวแพทย์  ไม่ใช้มือเปล่าจับ บี้ หรือดึงเห็บ  หากสัตว์ป่วย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่งโดยตรง

สำหรับ ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควร หลีกเลี่ยงบริเวณหญ้าสูงและพุ่มไม้  สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้น  ใช้สารป้องกันแมลงตามคำแนะนำ  หลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจดูร่างกายและเสื้อผ้าว่ามีเห็บเกาะหรือไม่ และทำความสะอาดเสื้อผ้า หากมีประวัติ ถูกเห็บกัด หรือสัมผัสสัตว์ที่สงสัยว่าป่วย แล้วในช่วงต่อมามีไข้สูง อ่อนเพลียมาก คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการถูกเห็บกัดหรือการสัมผัสสัตว์ให้แพทย์ทราบ
ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่