ก่อนจะบรรยายขอยกบาลีขึ้นกล่าว
"กัมมุนา วัตตติ โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
หรือก็คือกรรมใดใครก่อ ก็ต้องรับผลกรรมนั้น ดั่งบาลีที่ว่า ...
"กมฺมทายาโท " คือทายาทหรือต้องรับกรรมที่ทำไปแล้ว
เมื่อนำบาลีมาอนุมานเพื่อให้เข้ากับเหตุการณ์แล้ว ก็สรุปได้ว่า "ป้ายสีใครไว้ กรรมย่อมย้อนตามสนอง"
ขอบรรยายความตามบาลีที่เกริ่นนำว่า หลังจบมหกรรมป้ายสี
หวังแค่จ้องยุบพรรคเพื่อล้มรัฐบาล จนไม่รู้สี่รู้แปดว่า สิ่งที่ป้ายสีเขาจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง
เพราะความปรากฎว่า กรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงินรอดทุกคน คราวนี้แหละต้องบอกว่า โรงลิเกเปลี่ยนฉากหลังแล้วครับ
หลายครั้งหลายคราที่พรรคส้มถูกย้อนศร กล่าวหาชี้หน้าด่าใครไว้...ทุกอย่างจะย้อนมาปะจานตัวเอง
ไม่ต่างจากคนเมาที่ยืนทะเลาะเงาตัวเองในกระจก เป็นเพราะคนของพรรคนี้ไม่รู้จักคำว่า บทเรียนหรืออุทาหรณ์
คิดแค่ว่า ในพรรคตนมีนักเรียนนอก ที่ไหนได้ไอ้นักเรียนนอกตนนี้ก็ยังเอาตัวไม่รอด
แล้วอะไรที่เป็นเหมือนบูมเมอแรงย้อนกลับมาฟาดหัวตัวเอง
ก็คือ "ห้องจูปิเตอร์"
กล่าวกันว่า มีการจัดประชุมผู้สมัครและมีสิทธิ์เลือกสว. โดยมีคนที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกและไม่ใช่ผู้สมัคร
เป็นโต้โผใหญ่เป็นผู้จัด
ถ้าจะยกเอาคำว่า"ฮั้ว"มาเอาผิดกันจริงๆ การฮั้วกันของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์ ย่อมไม่เข้าข่ายความผิด
เพราะวิธีการเลือกของกกต ทำให้ต้องเป็นแบบนั้น เพียงแค่วาทกรรมว่า "แนะนำตัว"
หันกลับมาดูที่ห้องจูปิเตอร์ หาใช่เช่นนั้นไม่
เพราะอะไรถึงกล่าวเช่นนั้น ก็เพราะ คนที่เป็นโต้โผจัดให้มีการประชุมซึ่งเน้นเรื่องการให้ผู้มีสิทธิ์
เลือกบุคคลที่ตัวกำหนด....จากกรณีที่มีบุคคลภายนอก ที่ไม่เกี่ยวข้องมาชี้นำ นี้แหละที่มันเข้าข่ายการฮั้วเลือกตั้งสมบูรณ์แบบ
นี่ยังไม่รวมเรื่องมีการจัดเลี้ยงหรือเปล่า?
มีการให้ค่าเดินทางหรือไม่?
ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย?
เส้นเงินเหล่านี้หาง่ายครับ ไม่เหมือนกับทีพรรคตัวเองไปป้ายสีเขา มีแต่วาทกรรมมโนเอาเอง
ประเด็นเส้นเงินไม่ใช่แค่การฮั้วนะครับ เพราะในงานมันมีการรับบริจาค เพื่องานประชุมนี้หรือเปล่า?
ถ้าใช่ ก็ต้องดูว่า นอกจากมีการรับบริจาคแล้วนั้น ยังมีนายทุนออกค่าใช้จ่ายหรือไม่
ถ้ามีมันก็ไม่แค่ฮั้วสวแล้ว มันจะตามมาด้วยการฟอกเงินและอั่งยี่
ขอทิ้งท้ายด้วยวลีบาลี...
กมฺมพนฺธู ...เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กรรมย่อมไม่หนีหายไปไหน
มันจึงเป็นที่มาของบาลีที่ว่า... กมฺมทายาโท หรือก็คือต้องเป็นผู้รับกรรมวิบากที่ได้กระทำมานั้นเอง
สิทธิการิยะ กุศลธรรมจะต้องคงอยู่ อกุศลธรรมทั้งหลายต้องวินาจไป
ขอจบธรรมสอนมารด้วยประการฉะนั้น
กมฺมทายาโท จ๋าจ๊ะ!
"กัมมุนา วัตตติ โลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
หรือก็คือกรรมใดใครก่อ ก็ต้องรับผลกรรมนั้น ดั่งบาลีที่ว่า ...
"กมฺมทายาโท " คือทายาทหรือต้องรับกรรมที่ทำไปแล้ว
เมื่อนำบาลีมาอนุมานเพื่อให้เข้ากับเหตุการณ์แล้ว ก็สรุปได้ว่า "ป้ายสีใครไว้ กรรมย่อมย้อนตามสนอง"
ขอบรรยายความตามบาลีที่เกริ่นนำว่า หลังจบมหกรรมป้ายสี
หวังแค่จ้องยุบพรรคเพื่อล้มรัฐบาล จนไม่รู้สี่รู้แปดว่า สิ่งที่ป้ายสีเขาจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง
เพราะความปรากฎว่า กรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงินรอดทุกคน คราวนี้แหละต้องบอกว่า โรงลิเกเปลี่ยนฉากหลังแล้วครับ
หลายครั้งหลายคราที่พรรคส้มถูกย้อนศร กล่าวหาชี้หน้าด่าใครไว้...ทุกอย่างจะย้อนมาปะจานตัวเอง
ไม่ต่างจากคนเมาที่ยืนทะเลาะเงาตัวเองในกระจก เป็นเพราะคนของพรรคนี้ไม่รู้จักคำว่า บทเรียนหรืออุทาหรณ์
คิดแค่ว่า ในพรรคตนมีนักเรียนนอก ที่ไหนได้ไอ้นักเรียนนอกตนนี้ก็ยังเอาตัวไม่รอด
แล้วอะไรที่เป็นเหมือนบูมเมอแรงย้อนกลับมาฟาดหัวตัวเอง
ก็คือ "ห้องจูปิเตอร์"
กล่าวกันว่า มีการจัดประชุมผู้สมัครและมีสิทธิ์เลือกสว. โดยมีคนที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกและไม่ใช่ผู้สมัคร
เป็นโต้โผใหญ่เป็นผู้จัด
ถ้าจะยกเอาคำว่า"ฮั้ว"มาเอาผิดกันจริงๆ การฮั้วกันของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์ ย่อมไม่เข้าข่ายความผิด
เพราะวิธีการเลือกของกกต ทำให้ต้องเป็นแบบนั้น เพียงแค่วาทกรรมว่า "แนะนำตัว"
หันกลับมาดูที่ห้องจูปิเตอร์ หาใช่เช่นนั้นไม่
เพราะอะไรถึงกล่าวเช่นนั้น ก็เพราะ คนที่เป็นโต้โผจัดให้มีการประชุมซึ่งเน้นเรื่องการให้ผู้มีสิทธิ์
เลือกบุคคลที่ตัวกำหนด....จากกรณีที่มีบุคคลภายนอก ที่ไม่เกี่ยวข้องมาชี้นำ นี้แหละที่มันเข้าข่ายการฮั้วเลือกตั้งสมบูรณ์แบบ
นี่ยังไม่รวมเรื่องมีการจัดเลี้ยงหรือเปล่า?
มีการให้ค่าเดินทางหรือไม่?
ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย?
เส้นเงินเหล่านี้หาง่ายครับ ไม่เหมือนกับทีพรรคตัวเองไปป้ายสีเขา มีแต่วาทกรรมมโนเอาเอง
ประเด็นเส้นเงินไม่ใช่แค่การฮั้วนะครับ เพราะในงานมันมีการรับบริจาค เพื่องานประชุมนี้หรือเปล่า?
ถ้าใช่ ก็ต้องดูว่า นอกจากมีการรับบริจาคแล้วนั้น ยังมีนายทุนออกค่าใช้จ่ายหรือไม่
ถ้ามีมันก็ไม่แค่ฮั้วสวแล้ว มันจะตามมาด้วยการฟอกเงินและอั่งยี่
ขอทิ้งท้ายด้วยวลีบาลี...
กมฺมพนฺธู ...เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กรรมย่อมไม่หนีหายไปไหน
มันจึงเป็นที่มาของบาลีที่ว่า... กมฺมทายาโท หรือก็คือต้องเป็นผู้รับกรรมวิบากที่ได้กระทำมานั้นเอง
สิทธิการิยะ กุศลธรรมจะต้องคงอยู่ อกุศลธรรมทั้งหลายต้องวินาจไป
ขอจบธรรมสอนมารด้วยประการฉะนั้น