ขอเล่าเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อนครับ
ตอนนี้ผมอายุ 21 กำลังจะ 22 แล้ว แต่ตอนที่เกิดเรื่อง ผมกับญาติ ๆ อายุประมาณ 7–8 ขวบกันเอง
เรื่องนี้เกิดขึ้นบริเวณซอยบ้านผมครับ
ซอยบ้านผมเป็นซอยตัน แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ตันแบบที่ไม่มีทางไปต่อ เพียงแค่สุดซอยจะเป็นบ้านหลังสุดท้าย และหลังจากบ้านหลังนั้นไปก็จะเป็นพื้นที่ป่ายาวออกไป
ถ้ามองจากบ้านหลังสุดท้ายของซอย จะเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ท่ามกลางต้นหญ้าและต้นไม้ยาราฟ ห่างออกไปประมาณ 300–400 เมตร
ถ้ามองเลยต้นไม้ต้นนั้นเข้าไปไกล ๆ มาก ๆ ถึงจะเห็นบริเวณทางรถไฟ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ตรงนั้นเป็นป่า
ตั้งแต่เด็ก ๆ พวกผมเห็นต้นไม้ต้นนั้นอยู่ตลอด บางทีก็เคยคิดกันว่าอยากเดินเข้าไปสำรวจดูว่าข้างในมีอะไร แต่ตอนนั้นเข้าไปไม่ได้ เพราะบริเวณนั้นมีทั้งหญ้าสูงและต้นไม้ยาราฟขึ้นค่อนข้างรก
จนวันหนึ่งเหมือนสวรรค์เป็นใจครับ
เกิดไฟไหม้ขึ้นในป่า
มีการแจ้งดับเพลิงเข้ามาดับไฟ หลังจากไฟดับ พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกไฟนาบไปเกือบหมด ทั้งหญ้าและต้นไม้เล็ก ๆ รอบ ๆ ถูกเผาจนโล่ง แต่น่าแปลกตรงที่ ไฟมันหยุดก่อนถึงต้นไม้ต้นนั้นเหมือนมีเขตแดน กลั้นอยู่
วันรุ่งขึ้น พวกผมก็เลยรวมทีมกันทันที
ทั้งหมด 5 คน
ผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 2 คน
ผมขอใช้นามสมมุติเป็น A, B, นัท และเมย์นะ
A เป็นคนที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม เกิดก่อนพวกผม และเป็นพี่ของ B
B เป็นน้องของ A และตอนเด็ก ๆ ค่อนข้างอ้วน เรียกได้ว่าอ้วนเลย ต่างจาก A ที่ผอมมาก
นัทเป็นผู้หญิงห้าว ๆ ตัวป่วนประจำกลุ่ม
ส่วนเมย์เป็นคนปากดีมาก
วันนั้นพวกเราพากันเดินเข้าไปในป่า โดยมุดลอดรั้วลวดหนามที่เทศบาลทำไว้หลังบ้านหลังสุดท้ายของซอย รั้วนั้นมีประตูเปิดปิดได้ แต่ตอนนั้นพวกเรามุดเข้าไปกันเอง แต่ความจริงประตูมันก็เปิดอยู่นั่นแหละ
พวกผมพากันเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก่อนเลย
พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ สิ่งแรกที่เห็นคือ…
ศาลไม้เก่า ๆ
มันเป็นศาลที่ดูเก่ามาก และพังไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เมย์พอเห็นก็เริ่มกลัว และค่อนข้างติดผม มันเลยบอกให้ผมอยู่กับมันนะ
ส่วน A, B และนัท เดินไปสำรวจรอบ ๆ ต้นไม้
ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที A กับ B ก็เดินออกมา แล้วบอกว่าจะไปดูบริเวณที่ไฟไหม้กันต่อ
ผมหันไปมองพวกมัน ก็เห็นเหมือนมีแท่งดินอะไรบางอย่างโผล่อยู่บนพื้น
A กับ B เดินไปถึงแล้วก็เริ่มเตะเล่น
เตะกันสนุกเลยจัดเลย
ผมเองก็อยากไปเล่นด้วย แต่ตอนนั้นนัทยังไม่กลับมา ผมเลยรอมันก่อน
พอเห็นว่านัทยังไม่เดินมา ผมก็เลยบอกเมย์ว่า
“เดี๋ยวไปตามนัทก่อน”
ผมเดินไปด้านหลังต้นไม้ แล้วก็เห็นนัทนั่งยองๆอยู่กับพื้น กำลังใช้ไม้เขี่ย ๆ ดิน เหมือนกำลังดูว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง
ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจอะไรมาก
เลยบอกมันว่า
“A กับ B มันไปแล้วนะ รีบ ๆ ตามมันไปกัน”
นัทก็หยุดเขี่ยดิน แล้วเดินตามผมมา
พอผมเดินไปถึงพวก A กับ B ผมก็ลองเตะสิ่งที่พวกมันกำลังเตะกันอยู่บ้าง
แต่ของผมมันไม่เหมือนของพวกมัน ผมใส่รองเท้าแตะหูหนีบมา
พอเตะไปรอบนึง
เจ็บเท้าเลย
เพราะมันแข็งมาก
ส่วน A กับ B ใส่รองเท้าแบบหุ้มเท้า พวกมันเลยเตะกันได้สนุกกว่า
ผมเลยเดินไปที่กองที่พวกมันเตะ
แล้วผมก็เห็นอะไรบางอย่างตัวเล็ก ๆ สีขาว ๆ ออกมาจากข้างใน
ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร
ยังไม่ได้คิดอะไรมากด้วย
จนกระทั่งมีลุงคนหนึ่งที่พวกเรารู้จัก เดินออกมาจากด้านในสุดของป่า
แกกำลังเดินออกมาทางพวกผม
ระหว่างนั้นผมก็ค่อย ๆ เดินตาม A กับ B ไป
ประมาณ 5 นาที ลุงก็เดินมาถึงพวกเรา
แล้วแกก็ดุ
“พวกไม่กลัวผีเหรอ มันจะมาหลอกเอานะ”
ตอนนั้นพวกผมงงมาก
ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องกลัวผี
ลุงเลยบอกว่า…
ไอ้เสาดินที่พวกผมกำลังเตะเล่นกันอยู่
มันคือรังจอมปลวก
ตอนนั้นพวกผมยังเด็กมากครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารังจอมปลวกมันเป็นยังไง
แต่พอหันไปมองรอบ ๆ เท่านั้นแหละ…
ผมถึงเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่รังเดียว
มันมีเยอะมาก
มากกว่า 100 รังได้
ตั้งแต่บริเวณต้นไม้ต้นนั้น ไล่ไปจนสุดพื้นที่ป่า
มองไปทางไหนก็เห็นแต่เสาดินของจอมปลวกโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด
ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกกลัวแล้ว
แต่พวกผมเป็นอิสลาม
ตั้งแต่เด็กพวกผมถูกสอนว่าไม่ให้ไหว้ และไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องผีอะไรพวกนี้
แต่ถึงจะถูกสอนมาแบบนั้น…
ตอนเป็นเด็ก พอมีผู้ใหญ่มาพูดเรื่องผีในสถานที่แบบนั้น มันก็อดกลัวไม่ได้จริง ๆ
ผมเลยเดินกลับไปตรงรังที่ตัวเองเตะ
แล้วพูดว่า
“ผมขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ ผมไหว้ไม่ได้ ผมเป็นอิสลาม ขอโทษนะครับ”
หลังจากนั้นทุกคนก็หยุดเตะหมด
ไม่มีใครเล่นอะไรกับรังจอมปลวกอีก
พวกเรายืนคุยกันอยู่พักหนึ่ง
ส่วนลุงก็เดินออกไปก่อน
และตรงนั้นเอง เมย์ก็ชวนพวกเรากลับ
เพราะมันเริ่มกลัวแล้ว
ลุงกำลังเดินไปถึงประตูรั้วพอดี พวกเราก็เลยพากันเดินกลับตาม
A ซึ่งเป็นคนโตที่สุดในกลุ่ม ก็อาสาเดินนำ
ลำดับตอนเดินกลับคือ
A เดินนำ
เมย์เดินตาม
ผมเดินกับนัท
ส่วน B อยู่รั้งท้าย
เพราะ B ตัวอ้วนกว่าเพื่อน และเหนื่อยง่ายกว่า
พวกเรากำลังเดินผ่านต้นไม้ต้นนั้น
แล้วไม่รู้ว่า A มันนึกอะไรขึ้นมา
จู่ ๆ มันก็หันกลับไป
แล้วชูนิ้วกลางใส่ศาล
ทุกคนสตั้นไปหมด
ตอนนั้นผมคิดว่ามันคงอยากโชว์ว่ามันไม่กลัวผี หรืออยากทำเป็นเก่งต่อหน้าพวกเรา
แต่หลังจากที่มันชูนิ้วกลางไป…
ไม่ถึงประมาณ 5 วินาที
ทุกอย่างก็เงียบ
เงียบแบบแปลกมาก เสียงในป่าหายไป เสียงลมหายไป
เหมือนบริเวณรอบตัวพวกผมถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก
ตอนนั้นไม่มีใครพูดอะไร
ทุกคนเหมือนกำลังยืนอึ้งกับสิ่งที่ A เพิ่งทำ
แล้วจู่ ๆ…
B ที่อยู่รั้งท้ายวิ่ง
มันวิ่งแบบ 4×100 เลย
ทั้งที่เมื่อกี้ยังเดินช้าเพราะเหนื่อยง่ายอยู่เลย
ผมยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ก็มีเสียงดังมาจากสุดขอบป่า
ปี๊ดดดดดดดดดด
จู่ๆขนทุกส่วนในตัวผมรุก
ผมหันไปบอกนัททันที วิ่ง!
แล้วพวกเราก็วิ่งกันหมด
ผมดึงแขนเมย์วิ่งไปด้วย
แต่ A ตอนนั้นยังเหมือนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
จากนั้น…
จู่ ๆ ลมก็พัดเข้ามา
จากที่เมื่อกี้เงียบสนิท
ลมกลับโหมเข้ามาแรงมาก
แรงเหมือนพายุจะเข้า
ท้องฟ้าที่ก่อนหน้านั้นยังสว่างอยู่ ก็เปลี่ยนเป็นมืด ๆ แบบท้องฟ้าก่อนพายุ
พวกเราวิ่งไปทางประตูรั้ว
แต่ตอนที่ไปถึง…
ประตูกำลังจะปิด
B ที่วิ่งนำไปก่อนหน้านี้วิ่งผ่านออกไปได้ทัน
แต่ผม นัท และเมย์ เห็นแล้วว่าไม่น่าจะวิ่งไปถึงประตูทัน
พวกเราเลยเบนออกไปทางรั้วแทน
พอถึงรั้ว ผมใช้มือแหวกลวดหนามออก
แล้วให้นัทกับเมย์มุดออกไปก่อน
ผมเองก็มุดออกมา
จากนั้นผมหันกลับไป
A กำลังวิ่งมา
ผมเลยแหวกรั้วรอมัน
A วิ่งมาสุดชีวิต
แล้วกระโดดพุ่งออกมาทางรูที่ผมแหวกไว้
มันออกมาได้
แต่ก็ได้แผลจากลวดหนามไปบ้าง
และสิ่งที่แปลกที่สุดคือ…
ทันทีที่พวกเราออกมาจากเขตหลังรั้ว
ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ
ลมที่แรงเมื่อกี้หายไป
ท้องฟ้ากลับมาเหมือนเดิม
เสียงต่าง ๆ กลับมา
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
เหมือนกับว่า…
พวกเราเพิ่งวิ่งออกมาจากอะไรบางอย่าง
ที่พอพ้นเขตนั้นแล้ว
มันก็หายไป
ตอนนั้นพวกผมไม่ต้องพูดอะไรกันมาก
ใครที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ต้องเริ่มเชื่อ
อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้ากลับเข้าไปอีก
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ติดอยู่ในหัวผมตลอดนะครับ
เวลาผ่านไป 10 กว่าปี
พวกผมทุกคนโตขึ้น
และระหว่างที่โตขึ้น แต่ละคนก็เคยเจอเหตุการณ์ที่เกือบไม่รอดหลายครั้ง
ตอนนั้นพวกเราก็คิดกันแค่ว่า “มันก็แค่ความประมาท”
จนกระทั่งผมกลับมานึกถึงเรื่องวันนั้นอีกครั้ง
ผมถึงเริ่มรู้สึกว่า…
ทำไมคน 3 คนที่ไปเตะรังจอมปลวกในวันนั้น ถึงเหมือนเจอเรื่องแปลก ๆ กันหลายครั้ง
คนที่หนักที่สุดคือ A
มันเคยโดนรถชนจนตัวกระเด็นไปเกาะกลางถนน
เคยมีอาการน้ำท่วมปอดจนหมอบอกว่ามีโอกาสรอดประมาณ 50/50
และความจริงโอกาสรอดอาจต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่หมอไม่กล้าพูดกับพ่อแม่ตรง ๆ สุดท้าย A ก็รอดมาได้
ไม่นานมานี้มันก็เคยรถล้ม และยังมีไม้พาดหล่นลงมาทับอีก
แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก
ส่วน B หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มันบอกว่ามันเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง
มันบอกว่าเหมือนตัวเองเปิดตาที่3 และเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก
ครั้งหนึ่งมันนอนอยู่บ้าน แล้วได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่บนหลังคา
บ้านมันเป็นหลังคาสังกะสี มันเลยลืมตาขึ้นมาดู
แล้วมันบอกว่าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนหลังคา สภาพร่างกายผิดปกติ
แขนขาบิดไปคนละทิศ ใบหน้าค่อนข้างเละ และทำท่าเหมือนแมงมุมกำลังไต่ไปบนหลังคา
ที่น่ากลัวคือ B บอกว่าเหมือนผู้หญิงคนนั้นรู้ว่ามันมองเห็น
เธอหยุดตรงบริเวณที่ B นอนอยู่
แล้วกระโดดลงมา
B บอกว่าตอนนั้นมันสลบไปเลย
และจนถึงทุกวันนี้ มันก็ยังบอกว่าเห็นสิ่งเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ
หนักที่สุดคือที่บ้านใหม่ของมัน
มันเคยบอกว่าเห็นคนผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกผิวแห้งดำๆบางครั้งยืนมองอยู่ตรงหน้าต่าง
บางครั้งมันบอกว่าเห็นเหมือนสิ่งนั้นกำลังบีบคอพ่อแม่ของมัน และมีครั้งหนึ่งที่มันกลัวสุดขีดจริง ๆ
เหมือนมีเสียงเรียกให้มันไปตรงนั้น ไปตรงนี้ พยายามให้มันเดินไปยังที่ต่างๆในบ้านมุมอับไรงี้
ผมจำรายละเอียดเรื่องนั้นไม่ได้ทั้งหมดแล้ว เพราะส่วนตัวผมพยายามลืมเรื่องพวกนี้มาตลอด
มันเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมกลัวมากจริง ๆ
ส่วนตัวผมเองก็เคยเกือบไม่รอดจากการจมน้ำประมาณ 3–4 ครั้ง
แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ทุกครั้ง
และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกแปลก
คือสร้อยที่ผมใส่ มันเรียกว่า อายีมัด
เป็นของทางอิสลามที่ย่าทวดของผมทำไว้ให้ ย่าทวดทำไว้ทั้งหมด 9 อัน
ตอนนี้ท่านเสียไปแล้ว ผมเคยใส่ไว้กับตัว และจนถึงตอนนี้มันหายไปแล้ว 7 อัน
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกคือ…ทุกครั้งที่มันหาย ผมมักจะเข้าใกล้เหตุการณ์ที่เกือบไม่รอดในตอนนี้เหลืออยู่ 2 เส้น
หนึ่งเส้นอยู่กับหลานอีกหนึ่งเส้นอยู่กับผม
ผมไม่ได้รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกันจริงหรือเปล่า และไม่ได้จะฟันธงว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ
แต่ถ้าใครมีความรู้เรื่องอายีมัดในอิสลาม หรือรู้ว่าของแบบนี้มีความหมายหรือมีที่มาอย่างไร สามารถมาแชร์กันได้นะครับ
หลังจากผ่านไปหลายปี ผมได้กลับไปถามนัทเกี่ยวกับวันนั้น
ผมถามมันว่า ตอนที่มันนั่งเขี่ยดินอยู่หลังต้นไม้ มันเห็นอะไร
นัทบอกว่า…มันเห็นเหมือน เศษปูนแตก ๆ
เต็มไปหมดบริเวณรอบต้นไม้ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่หลังจากนั้นผมไปถามป้าของ
รวมถึงของอีกหลายอย่าง แม้กระทั่งเส้นผม
บางทีมันอาจเหมือนนินาย ผมได้ให้AI จัดเรียงข้อความให้น่าอ่าน อ่านง่ายมากขึ้น มันเลยออกมาเป็นรูปแบบนี้
ตอนแรกผมเขียนคือ เป็นจุกๆ อ่านยากมาก ผมได้ตรวยเช็คก่อนโพสต์แล้วว่าเนื้อหา อยู่ครบ ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ ขอบคุณที่ สละเวลามาอ่าน ไม่อนุญาตให้นำเรื่องราวไปแชร์ เล่าในช่องทางอื่นๆ
เรื่องผีสมัยที่เจอตอนเด็ก เเละ ปัจจุบันเหมือนจะยังไม่จบ ไม่มีการแก้ใดๆ ผมพึ่งมาจำเรื่องนี้ได้ไม่นานนี้
ตอนนี้ผมอายุ 21 กำลังจะ 22 แล้ว แต่ตอนที่เกิดเรื่อง ผมกับญาติ ๆ อายุประมาณ 7–8 ขวบกันเอง
เรื่องนี้เกิดขึ้นบริเวณซอยบ้านผมครับ
ซอยบ้านผมเป็นซอยตัน แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ตันแบบที่ไม่มีทางไปต่อ เพียงแค่สุดซอยจะเป็นบ้านหลังสุดท้าย และหลังจากบ้านหลังนั้นไปก็จะเป็นพื้นที่ป่ายาวออกไป
ถ้ามองจากบ้านหลังสุดท้ายของซอย จะเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ท่ามกลางต้นหญ้าและต้นไม้ยาราฟ ห่างออกไปประมาณ 300–400 เมตร
ถ้ามองเลยต้นไม้ต้นนั้นเข้าไปไกล ๆ มาก ๆ ถึงจะเห็นบริเวณทางรถไฟ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ตรงนั้นเป็นป่า
ตั้งแต่เด็ก ๆ พวกผมเห็นต้นไม้ต้นนั้นอยู่ตลอด บางทีก็เคยคิดกันว่าอยากเดินเข้าไปสำรวจดูว่าข้างในมีอะไร แต่ตอนนั้นเข้าไปไม่ได้ เพราะบริเวณนั้นมีทั้งหญ้าสูงและต้นไม้ยาราฟขึ้นค่อนข้างรก
จนวันหนึ่งเหมือนสวรรค์เป็นใจครับ
เกิดไฟไหม้ขึ้นในป่า
มีการแจ้งดับเพลิงเข้ามาดับไฟ หลังจากไฟดับ พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกไฟนาบไปเกือบหมด ทั้งหญ้าและต้นไม้เล็ก ๆ รอบ ๆ ถูกเผาจนโล่ง แต่น่าแปลกตรงที่ ไฟมันหยุดก่อนถึงต้นไม้ต้นนั้นเหมือนมีเขตแดน กลั้นอยู่
วันรุ่งขึ้น พวกผมก็เลยรวมทีมกันทันที
ทั้งหมด 5 คน
ผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 2 คน
ผมขอใช้นามสมมุติเป็น A, B, นัท และเมย์นะ
A เป็นคนที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม เกิดก่อนพวกผม และเป็นพี่ของ B
B เป็นน้องของ A และตอนเด็ก ๆ ค่อนข้างอ้วน เรียกได้ว่าอ้วนเลย ต่างจาก A ที่ผอมมาก
นัทเป็นผู้หญิงห้าว ๆ ตัวป่วนประจำกลุ่ม
ส่วนเมย์เป็นคนปากดีมาก
วันนั้นพวกเราพากันเดินเข้าไปในป่า โดยมุดลอดรั้วลวดหนามที่เทศบาลทำไว้หลังบ้านหลังสุดท้ายของซอย รั้วนั้นมีประตูเปิดปิดได้ แต่ตอนนั้นพวกเรามุดเข้าไปกันเอง แต่ความจริงประตูมันก็เปิดอยู่นั่นแหละ
พวกผมพากันเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก่อนเลย
พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ สิ่งแรกที่เห็นคือ…
ศาลไม้เก่า ๆ
มันเป็นศาลที่ดูเก่ามาก และพังไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เมย์พอเห็นก็เริ่มกลัว และค่อนข้างติดผม มันเลยบอกให้ผมอยู่กับมันนะ
ส่วน A, B และนัท เดินไปสำรวจรอบ ๆ ต้นไม้
ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที A กับ B ก็เดินออกมา แล้วบอกว่าจะไปดูบริเวณที่ไฟไหม้กันต่อ
ผมหันไปมองพวกมัน ก็เห็นเหมือนมีแท่งดินอะไรบางอย่างโผล่อยู่บนพื้น
A กับ B เดินไปถึงแล้วก็เริ่มเตะเล่น
เตะกันสนุกเลยจัดเลย
ผมเองก็อยากไปเล่นด้วย แต่ตอนนั้นนัทยังไม่กลับมา ผมเลยรอมันก่อน
พอเห็นว่านัทยังไม่เดินมา ผมก็เลยบอกเมย์ว่า
“เดี๋ยวไปตามนัทก่อน”
ผมเดินไปด้านหลังต้นไม้ แล้วก็เห็นนัทนั่งยองๆอยู่กับพื้น กำลังใช้ไม้เขี่ย ๆ ดิน เหมือนกำลังดูว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง
ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจอะไรมาก
เลยบอกมันว่า
“A กับ B มันไปแล้วนะ รีบ ๆ ตามมันไปกัน”
นัทก็หยุดเขี่ยดิน แล้วเดินตามผมมา
พอผมเดินไปถึงพวก A กับ B ผมก็ลองเตะสิ่งที่พวกมันกำลังเตะกันอยู่บ้าง
แต่ของผมมันไม่เหมือนของพวกมัน ผมใส่รองเท้าแตะหูหนีบมา
พอเตะไปรอบนึง
เจ็บเท้าเลย
เพราะมันแข็งมาก
ส่วน A กับ B ใส่รองเท้าแบบหุ้มเท้า พวกมันเลยเตะกันได้สนุกกว่า
ผมเลยเดินไปที่กองที่พวกมันเตะ
แล้วผมก็เห็นอะไรบางอย่างตัวเล็ก ๆ สีขาว ๆ ออกมาจากข้างใน
ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร
ยังไม่ได้คิดอะไรมากด้วย
จนกระทั่งมีลุงคนหนึ่งที่พวกเรารู้จัก เดินออกมาจากด้านในสุดของป่า
แกกำลังเดินออกมาทางพวกผม
ระหว่างนั้นผมก็ค่อย ๆ เดินตาม A กับ B ไป
ประมาณ 5 นาที ลุงก็เดินมาถึงพวกเรา
แล้วแกก็ดุ
“พวกไม่กลัวผีเหรอ มันจะมาหลอกเอานะ”
ตอนนั้นพวกผมงงมาก
ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องกลัวผี
ลุงเลยบอกว่า…
ไอ้เสาดินที่พวกผมกำลังเตะเล่นกันอยู่
มันคือรังจอมปลวก
ตอนนั้นพวกผมยังเด็กมากครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารังจอมปลวกมันเป็นยังไง
แต่พอหันไปมองรอบ ๆ เท่านั้นแหละ…
ผมถึงเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่รังเดียว
มันมีเยอะมาก
มากกว่า 100 รังได้
ตั้งแต่บริเวณต้นไม้ต้นนั้น ไล่ไปจนสุดพื้นที่ป่า
มองไปทางไหนก็เห็นแต่เสาดินของจอมปลวกโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด
ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกกลัวแล้ว
แต่พวกผมเป็นอิสลาม
ตั้งแต่เด็กพวกผมถูกสอนว่าไม่ให้ไหว้ และไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องผีอะไรพวกนี้
แต่ถึงจะถูกสอนมาแบบนั้น…
ตอนเป็นเด็ก พอมีผู้ใหญ่มาพูดเรื่องผีในสถานที่แบบนั้น มันก็อดกลัวไม่ได้จริง ๆ
ผมเลยเดินกลับไปตรงรังที่ตัวเองเตะ
แล้วพูดว่า
“ผมขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ ผมไหว้ไม่ได้ ผมเป็นอิสลาม ขอโทษนะครับ”
หลังจากนั้นทุกคนก็หยุดเตะหมด
ไม่มีใครเล่นอะไรกับรังจอมปลวกอีก
พวกเรายืนคุยกันอยู่พักหนึ่ง
ส่วนลุงก็เดินออกไปก่อน
และตรงนั้นเอง เมย์ก็ชวนพวกเรากลับ
เพราะมันเริ่มกลัวแล้ว
ลุงกำลังเดินไปถึงประตูรั้วพอดี พวกเราก็เลยพากันเดินกลับตาม
A ซึ่งเป็นคนโตที่สุดในกลุ่ม ก็อาสาเดินนำ
ลำดับตอนเดินกลับคือ
A เดินนำ
เมย์เดินตาม
ผมเดินกับนัท
ส่วน B อยู่รั้งท้าย
เพราะ B ตัวอ้วนกว่าเพื่อน และเหนื่อยง่ายกว่า
พวกเรากำลังเดินผ่านต้นไม้ต้นนั้น
แล้วไม่รู้ว่า A มันนึกอะไรขึ้นมา
จู่ ๆ มันก็หันกลับไป
แล้วชูนิ้วกลางใส่ศาล
ทุกคนสตั้นไปหมด
ตอนนั้นผมคิดว่ามันคงอยากโชว์ว่ามันไม่กลัวผี หรืออยากทำเป็นเก่งต่อหน้าพวกเรา
แต่หลังจากที่มันชูนิ้วกลางไป…
ไม่ถึงประมาณ 5 วินาที
ทุกอย่างก็เงียบ
เงียบแบบแปลกมาก เสียงในป่าหายไป เสียงลมหายไป
เหมือนบริเวณรอบตัวพวกผมถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก
ตอนนั้นไม่มีใครพูดอะไร
ทุกคนเหมือนกำลังยืนอึ้งกับสิ่งที่ A เพิ่งทำ
แล้วจู่ ๆ…
B ที่อยู่รั้งท้ายวิ่ง
มันวิ่งแบบ 4×100 เลย
ทั้งที่เมื่อกี้ยังเดินช้าเพราะเหนื่อยง่ายอยู่เลย
ผมยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ก็มีเสียงดังมาจากสุดขอบป่า
ปี๊ดดดดดดดดดด
จู่ๆขนทุกส่วนในตัวผมรุก
ผมหันไปบอกนัททันที วิ่ง!
แล้วพวกเราก็วิ่งกันหมด
ผมดึงแขนเมย์วิ่งไปด้วย
แต่ A ตอนนั้นยังเหมือนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
จากนั้น…
จู่ ๆ ลมก็พัดเข้ามา
จากที่เมื่อกี้เงียบสนิท
ลมกลับโหมเข้ามาแรงมาก
แรงเหมือนพายุจะเข้า
ท้องฟ้าที่ก่อนหน้านั้นยังสว่างอยู่ ก็เปลี่ยนเป็นมืด ๆ แบบท้องฟ้าก่อนพายุ
พวกเราวิ่งไปทางประตูรั้ว
แต่ตอนที่ไปถึง…
ประตูกำลังจะปิด
B ที่วิ่งนำไปก่อนหน้านี้วิ่งผ่านออกไปได้ทัน
แต่ผม นัท และเมย์ เห็นแล้วว่าไม่น่าจะวิ่งไปถึงประตูทัน
พวกเราเลยเบนออกไปทางรั้วแทน
พอถึงรั้ว ผมใช้มือแหวกลวดหนามออก
แล้วให้นัทกับเมย์มุดออกไปก่อน
ผมเองก็มุดออกมา
จากนั้นผมหันกลับไป
A กำลังวิ่งมา
ผมเลยแหวกรั้วรอมัน
A วิ่งมาสุดชีวิต
แล้วกระโดดพุ่งออกมาทางรูที่ผมแหวกไว้
มันออกมาได้
แต่ก็ได้แผลจากลวดหนามไปบ้าง
และสิ่งที่แปลกที่สุดคือ…
ทันทีที่พวกเราออกมาจากเขตหลังรั้ว
ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ
ลมที่แรงเมื่อกี้หายไป
ท้องฟ้ากลับมาเหมือนเดิม
เสียงต่าง ๆ กลับมา
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
เหมือนกับว่า…
พวกเราเพิ่งวิ่งออกมาจากอะไรบางอย่าง
ที่พอพ้นเขตนั้นแล้ว
มันก็หายไป
ตอนนั้นพวกผมไม่ต้องพูดอะไรกันมาก
ใครที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ต้องเริ่มเชื่อ
อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้ากลับเข้าไปอีก
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ติดอยู่ในหัวผมตลอดนะครับ
เวลาผ่านไป 10 กว่าปี
พวกผมทุกคนโตขึ้น
และระหว่างที่โตขึ้น แต่ละคนก็เคยเจอเหตุการณ์ที่เกือบไม่รอดหลายครั้ง
ตอนนั้นพวกเราก็คิดกันแค่ว่า “มันก็แค่ความประมาท”
จนกระทั่งผมกลับมานึกถึงเรื่องวันนั้นอีกครั้ง
ผมถึงเริ่มรู้สึกว่า…
ทำไมคน 3 คนที่ไปเตะรังจอมปลวกในวันนั้น ถึงเหมือนเจอเรื่องแปลก ๆ กันหลายครั้ง
คนที่หนักที่สุดคือ A
มันเคยโดนรถชนจนตัวกระเด็นไปเกาะกลางถนน
เคยมีอาการน้ำท่วมปอดจนหมอบอกว่ามีโอกาสรอดประมาณ 50/50
และความจริงโอกาสรอดอาจต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่หมอไม่กล้าพูดกับพ่อแม่ตรง ๆ สุดท้าย A ก็รอดมาได้
ไม่นานมานี้มันก็เคยรถล้ม และยังมีไม้พาดหล่นลงมาทับอีก
แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก
ส่วน B หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มันบอกว่ามันเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง
มันบอกว่าเหมือนตัวเองเปิดตาที่3 และเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก
ครั้งหนึ่งมันนอนอยู่บ้าน แล้วได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่บนหลังคา
บ้านมันเป็นหลังคาสังกะสี มันเลยลืมตาขึ้นมาดู
แล้วมันบอกว่าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนหลังคา สภาพร่างกายผิดปกติ
แขนขาบิดไปคนละทิศ ใบหน้าค่อนข้างเละ และทำท่าเหมือนแมงมุมกำลังไต่ไปบนหลังคา
ที่น่ากลัวคือ B บอกว่าเหมือนผู้หญิงคนนั้นรู้ว่ามันมองเห็น
เธอหยุดตรงบริเวณที่ B นอนอยู่
แล้วกระโดดลงมา
B บอกว่าตอนนั้นมันสลบไปเลย
และจนถึงทุกวันนี้ มันก็ยังบอกว่าเห็นสิ่งเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ
หนักที่สุดคือที่บ้านใหม่ของมัน
มันเคยบอกว่าเห็นคนผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกผิวแห้งดำๆบางครั้งยืนมองอยู่ตรงหน้าต่าง
บางครั้งมันบอกว่าเห็นเหมือนสิ่งนั้นกำลังบีบคอพ่อแม่ของมัน และมีครั้งหนึ่งที่มันกลัวสุดขีดจริง ๆ
เหมือนมีเสียงเรียกให้มันไปตรงนั้น ไปตรงนี้ พยายามให้มันเดินไปยังที่ต่างๆในบ้านมุมอับไรงี้
ผมจำรายละเอียดเรื่องนั้นไม่ได้ทั้งหมดแล้ว เพราะส่วนตัวผมพยายามลืมเรื่องพวกนี้มาตลอด
มันเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมกลัวมากจริง ๆ
ส่วนตัวผมเองก็เคยเกือบไม่รอดจากการจมน้ำประมาณ 3–4 ครั้ง
แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ทุกครั้ง
และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกแปลก
คือสร้อยที่ผมใส่ มันเรียกว่า อายีมัด
เป็นของทางอิสลามที่ย่าทวดของผมทำไว้ให้ ย่าทวดทำไว้ทั้งหมด 9 อัน
ตอนนี้ท่านเสียไปแล้ว ผมเคยใส่ไว้กับตัว และจนถึงตอนนี้มันหายไปแล้ว 7 อัน
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกคือ…ทุกครั้งที่มันหาย ผมมักจะเข้าใกล้เหตุการณ์ที่เกือบไม่รอดในตอนนี้เหลืออยู่ 2 เส้น
หนึ่งเส้นอยู่กับหลานอีกหนึ่งเส้นอยู่กับผม
ผมไม่ได้รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกันจริงหรือเปล่า และไม่ได้จะฟันธงว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ
แต่ถ้าใครมีความรู้เรื่องอายีมัดในอิสลาม หรือรู้ว่าของแบบนี้มีความหมายหรือมีที่มาอย่างไร สามารถมาแชร์กันได้นะครับ
หลังจากผ่านไปหลายปี ผมได้กลับไปถามนัทเกี่ยวกับวันนั้น
ผมถามมันว่า ตอนที่มันนั่งเขี่ยดินอยู่หลังต้นไม้ มันเห็นอะไร
นัทบอกว่า…มันเห็นเหมือน เศษปูนแตก ๆ
เต็มไปหมดบริเวณรอบต้นไม้ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่หลังจากนั้นผมไปถามป้าของ
รวมถึงของอีกหลายอย่าง แม้กระทั่งเส้นผม
บางทีมันอาจเหมือนนินาย ผมได้ให้AI จัดเรียงข้อความให้น่าอ่าน อ่านง่ายมากขึ้น มันเลยออกมาเป็นรูปแบบนี้
ตอนแรกผมเขียนคือ เป็นจุกๆ อ่านยากมาก ผมได้ตรวยเช็คก่อนโพสต์แล้วว่าเนื้อหา อยู่ครบ ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ ขอบคุณที่ สละเวลามาอ่าน ไม่อนุญาตให้นำเรื่องราวไปแชร์ เล่าในช่องทางอื่นๆ