เรื่องผีสมัยที่เจอตอนเด็ก เเละ ปัจจุบันเหมือนจะยังไม่จบ ไม่มีการแก้ใดๆ ผมพึ่งมาจำเรื่องนี้ได้ไม่นานนี้

ขอเล่าเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อนครับ

ตอนนี้ผมอายุ 21 กำลังจะ 22 แล้ว แต่ตอนที่เกิดเรื่อง ผมกับญาติ ๆ อายุประมาณ 7–8 ขวบกันเอง

เรื่องนี้เกิดขึ้นบริเวณซอยบ้านผมครับ

ซอยบ้านผมเป็นซอยตัน แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ตันแบบที่ไม่มีทางไปต่อ เพียงแค่สุดซอยจะเป็นบ้านหลังสุดท้าย และหลังจากบ้านหลังนั้นไปก็จะเป็นพื้นที่ป่ายาวออกไป

ถ้ามองจากบ้านหลังสุดท้ายของซอย จะเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ ท่ามกลางต้นหญ้าและต้นไม้ยาราฟ ห่างออกไปประมาณ 300–400 เมตร

ถ้ามองเลยต้นไม้ต้นนั้นเข้าไปไกล ๆ มาก ๆ ถึงจะเห็นบริเวณทางรถไฟ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ตรงนั้นเป็นป่า

ตั้งแต่เด็ก ๆ พวกผมเห็นต้นไม้ต้นนั้นอยู่ตลอด บางทีก็เคยคิดกันว่าอยากเดินเข้าไปสำรวจดูว่าข้างในมีอะไร แต่ตอนนั้นเข้าไปไม่ได้ เพราะบริเวณนั้นมีทั้งหญ้าสูงและต้นไม้ยาราฟขึ้นค่อนข้างรก

จนวันหนึ่งเหมือนสวรรค์เป็นใจครับ

เกิดไฟไหม้ขึ้นในป่า

มีการแจ้งดับเพลิงเข้ามาดับไฟ หลังจากไฟดับ พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกไฟนาบไปเกือบหมด ทั้งหญ้าและต้นไม้เล็ก ๆ รอบ ๆ ถูกเผาจนโล่ง แต่น่าแปลกตรงที่ ไฟมันหยุดก่อนถึงต้นไม้ต้นนั้นเหมือนมีเขตแดน กลั้นอยู่

วันรุ่งขึ้น พวกผมก็เลยรวมทีมกันทันที

ทั้งหมด 5 คน

ผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 2 คน

ผมขอใช้นามสมมุติเป็น A, B, นัท และเมย์นะ

A เป็นคนที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม เกิดก่อนพวกผม และเป็นพี่ของ B

B เป็นน้องของ A และตอนเด็ก ๆ ค่อนข้างอ้วน เรียกได้ว่าอ้วนเลย ต่างจาก A ที่ผอมมาก

นัทเป็นผู้หญิงห้าว ๆ ตัวป่วนประจำกลุ่ม

ส่วนเมย์เป็นคนปากดีมาก

วันนั้นพวกเราพากันเดินเข้าไปในป่า โดยมุดลอดรั้วลวดหนามที่เทศบาลทำไว้หลังบ้านหลังสุดท้ายของซอย รั้วนั้นมีประตูเปิดปิดได้ แต่ตอนนั้นพวกเรามุดเข้าไปกันเอง แต่ความจริงประตูมันก็เปิดอยู่นั่นแหละ

พวกผมพากันเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก่อนเลย

พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ สิ่งแรกที่เห็นคือ…

ศาลไม้เก่า ๆ

มันเป็นศาลที่ดูเก่ามาก และพังไปครึ่งหนึ่งแล้ว

เมย์พอเห็นก็เริ่มกลัว และค่อนข้างติดผม มันเลยบอกให้ผมอยู่กับมันนะ

ส่วน A, B และนัท เดินไปสำรวจรอบ ๆ ต้นไม้

ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที A กับ B ก็เดินออกมา แล้วบอกว่าจะไปดูบริเวณที่ไฟไหม้กันต่อ

ผมหันไปมองพวกมัน ก็เห็นเหมือนมีแท่งดินอะไรบางอย่างโผล่อยู่บนพื้น

A กับ B เดินไปถึงแล้วก็เริ่มเตะเล่น

เตะกันสนุกเลยจัดเลย

ผมเองก็อยากไปเล่นด้วย แต่ตอนนั้นนัทยังไม่กลับมา ผมเลยรอมันก่อน

พอเห็นว่านัทยังไม่เดินมา ผมก็เลยบอกเมย์ว่า

“เดี๋ยวไปตามนัทก่อน”

ผมเดินไปด้านหลังต้นไม้ แล้วก็เห็นนัทนั่งยองๆอยู่กับพื้น กำลังใช้ไม้เขี่ย ๆ ดิน เหมือนกำลังดูว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง

ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจอะไรมาก

เลยบอกมันว่า

“A กับ B มันไปแล้วนะ รีบ ๆ ตามมันไปกัน”

นัทก็หยุดเขี่ยดิน แล้วเดินตามผมมา

พอผมเดินไปถึงพวก A กับ B ผมก็ลองเตะสิ่งที่พวกมันกำลังเตะกันอยู่บ้าง

แต่ของผมมันไม่เหมือนของพวกมัน ผมใส่รองเท้าแตะหูหนีบมา

พอเตะไปรอบนึง

เจ็บเท้าเลย

เพราะมันแข็งมาก

ส่วน A กับ B ใส่รองเท้าแบบหุ้มเท้า พวกมันเลยเตะกันได้สนุกกว่า

ผมเลยเดินไปที่กองที่พวกมันเตะ

แล้วผมก็เห็นอะไรบางอย่างตัวเล็ก ๆ สีขาว ๆ ออกมาจากข้างใน

ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร

ยังไม่ได้คิดอะไรมากด้วย

จนกระทั่งมีลุงคนหนึ่งที่พวกเรารู้จัก เดินออกมาจากด้านในสุดของป่า

แกกำลังเดินออกมาทางพวกผม

ระหว่างนั้นผมก็ค่อย ๆ เดินตาม A กับ B ไป

ประมาณ 5 นาที ลุงก็เดินมาถึงพวกเรา

แล้วแกก็ดุ

“พวกไม่กลัวผีเหรอ มันจะมาหลอกเอานะ”

ตอนนั้นพวกผมงงมาก

ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมต้องกลัวผี

ลุงเลยบอกว่า…

ไอ้เสาดินที่พวกผมกำลังเตะเล่นกันอยู่

มันคือรังจอมปลวก

ตอนนั้นพวกผมยังเด็กมากครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารังจอมปลวกมันเป็นยังไง

แต่พอหันไปมองรอบ ๆ เท่านั้นแหละ…

ผมถึงเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่รังเดียว

มันมีเยอะมาก

มากกว่า 100 รังได้

ตั้งแต่บริเวณต้นไม้ต้นนั้น ไล่ไปจนสุดพื้นที่ป่า

มองไปทางไหนก็เห็นแต่เสาดินของจอมปลวกโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด

ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกกลัวแล้ว

แต่พวกผมเป็นอิสลาม

ตั้งแต่เด็กพวกผมถูกสอนว่าไม่ให้ไหว้ และไม่ได้สอนให้เชื่อเรื่องผีอะไรพวกนี้

แต่ถึงจะถูกสอนมาแบบนั้น…

ตอนเป็นเด็ก พอมีผู้ใหญ่มาพูดเรื่องผีในสถานที่แบบนั้น มันก็อดกลัวไม่ได้จริง ๆ

ผมเลยเดินกลับไปตรงรังที่ตัวเองเตะ

แล้วพูดว่า

“ผมขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ ผมไหว้ไม่ได้ ผมเป็นอิสลาม ขอโทษนะครับ”

หลังจากนั้นทุกคนก็หยุดเตะหมด

ไม่มีใครเล่นอะไรกับรังจอมปลวกอีก

พวกเรายืนคุยกันอยู่พักหนึ่ง

ส่วนลุงก็เดินออกไปก่อน

และตรงนั้นเอง เมย์ก็ชวนพวกเรากลับ

เพราะมันเริ่มกลัวแล้ว

ลุงกำลังเดินไปถึงประตูรั้วพอดี พวกเราก็เลยพากันเดินกลับตาม

A ซึ่งเป็นคนโตที่สุดในกลุ่ม ก็อาสาเดินนำ

ลำดับตอนเดินกลับคือ

A เดินนำ

เมย์เดินตาม

ผมเดินกับนัท

ส่วน B อยู่รั้งท้าย

เพราะ B ตัวอ้วนกว่าเพื่อน และเหนื่อยง่ายกว่า

พวกเรากำลังเดินผ่านต้นไม้ต้นนั้น

แล้วไม่รู้ว่า A มันนึกอะไรขึ้นมา

จู่ ๆ มันก็หันกลับไป

แล้วชูนิ้วกลางใส่ศาล

ทุกคนสตั้นไปหมด

ตอนนั้นผมคิดว่ามันคงอยากโชว์ว่ามันไม่กลัวผี หรืออยากทำเป็นเก่งต่อหน้าพวกเรา

แต่หลังจากที่มันชูนิ้วกลางไป…

ไม่ถึงประมาณ 5 วินาที

ทุกอย่างก็เงียบ

เงียบแบบแปลกมาก เสียงในป่าหายไป เสียงลมหายไป

เหมือนบริเวณรอบตัวพวกผมถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก

ตอนนั้นไม่มีใครพูดอะไร

ทุกคนเหมือนกำลังยืนอึ้งกับสิ่งที่ A เพิ่งทำ

แล้วจู่ ๆ…

B ที่อยู่รั้งท้ายวิ่ง

มันวิ่งแบบ 4×100 เลย

ทั้งที่เมื่อกี้ยังเดินช้าเพราะเหนื่อยง่ายอยู่เลย

ผมยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ก็มีเสียงดังมาจากสุดขอบป่า

ปี๊ดดดดดดดดดด

จู่ๆขนทุกส่วนในตัวผมรุก

ผมหันไปบอกนัททันที วิ่ง!

แล้วพวกเราก็วิ่งกันหมด

ผมดึงแขนเมย์วิ่งไปด้วย

แต่ A ตอนนั้นยังเหมือนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

จากนั้น…

จู่ ๆ ลมก็พัดเข้ามา

จากที่เมื่อกี้เงียบสนิท

ลมกลับโหมเข้ามาแรงมาก

แรงเหมือนพายุจะเข้า

ท้องฟ้าที่ก่อนหน้านั้นยังสว่างอยู่ ก็เปลี่ยนเป็นมืด ๆ แบบท้องฟ้าก่อนพายุ

พวกเราวิ่งไปทางประตูรั้ว

แต่ตอนที่ไปถึง…

ประตูกำลังจะปิด

B ที่วิ่งนำไปก่อนหน้านี้วิ่งผ่านออกไปได้ทัน

แต่ผม นัท และเมย์ เห็นแล้วว่าไม่น่าจะวิ่งไปถึงประตูทัน

พวกเราเลยเบนออกไปทางรั้วแทน

พอถึงรั้ว ผมใช้มือแหวกลวดหนามออก

แล้วให้นัทกับเมย์มุดออกไปก่อน

ผมเองก็มุดออกมา

จากนั้นผมหันกลับไป

A กำลังวิ่งมา

ผมเลยแหวกรั้วรอมัน

A วิ่งมาสุดชีวิต

แล้วกระโดดพุ่งออกมาทางรูที่ผมแหวกไว้

มันออกมาได้

แต่ก็ได้แผลจากลวดหนามไปบ้าง

และสิ่งที่แปลกที่สุดคือ…

ทันทีที่พวกเราออกมาจากเขตหลังรั้ว

ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ

ลมที่แรงเมื่อกี้หายไป

ท้องฟ้ากลับมาเหมือนเดิม

เสียงต่าง ๆ กลับมา

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

เหมือนกับว่า…

พวกเราเพิ่งวิ่งออกมาจากอะไรบางอย่าง

ที่พอพ้นเขตนั้นแล้ว

มันก็หายไป

ตอนนั้นพวกผมไม่ต้องพูดอะไรกันมาก

ใครที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ต้องเริ่มเชื่อ

อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้ากลับเข้าไปอีก

แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ติดอยู่ในหัวผมตลอดนะครับ

เวลาผ่านไป 10 กว่าปี

พวกผมทุกคนโตขึ้น

และระหว่างที่โตขึ้น แต่ละคนก็เคยเจอเหตุการณ์ที่เกือบไม่รอดหลายครั้ง

ตอนนั้นพวกเราก็คิดกันแค่ว่า “มันก็แค่ความประมาท”

จนกระทั่งผมกลับมานึกถึงเรื่องวันนั้นอีกครั้ง

ผมถึงเริ่มรู้สึกว่า…

ทำไมคน 3 คนที่ไปเตะรังจอมปลวกในวันนั้น ถึงเหมือนเจอเรื่องแปลก ๆ กันหลายครั้ง

คนที่หนักที่สุดคือ A

มันเคยโดนรถชนจนตัวกระเด็นไปเกาะกลางถนน

เคยมีอาการน้ำท่วมปอดจนหมอบอกว่ามีโอกาสรอดประมาณ 50/50

และความจริงโอกาสรอดอาจต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่หมอไม่กล้าพูดกับพ่อแม่ตรง ๆ สุดท้าย A ก็รอดมาได้

ไม่นานมานี้มันก็เคยรถล้ม และยังมีไม้พาดหล่นลงมาทับอีก
แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก

ส่วน B หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มันบอกว่ามันเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง

มันบอกว่าเหมือนตัวเองเปิดตาที่3 และเห็นผีมาตั้งแต่เด็ก

ครั้งหนึ่งมันนอนอยู่บ้าน แล้วได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรวิ่งอยู่บนหลังคา

บ้านมันเป็นหลังคาสังกะสี มันเลยลืมตาขึ้นมาดู

แล้วมันบอกว่าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนหลังคา สภาพร่างกายผิดปกติ

แขนขาบิดไปคนละทิศ ใบหน้าค่อนข้างเละ และทำท่าเหมือนแมงมุมกำลังไต่ไปบนหลังคา

ที่น่ากลัวคือ B บอกว่าเหมือนผู้หญิงคนนั้นรู้ว่ามันมองเห็น

เธอหยุดตรงบริเวณที่ B นอนอยู่

แล้วกระโดดลงมา

B บอกว่าตอนนั้นมันสลบไปเลย

และจนถึงทุกวันนี้ มันก็ยังบอกว่าเห็นสิ่งเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ

หนักที่สุดคือที่บ้านใหม่ของมัน

มันเคยบอกว่าเห็นคนผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกผิวแห้งดำๆบางครั้งยืนมองอยู่ตรงหน้าต่าง

บางครั้งมันบอกว่าเห็นเหมือนสิ่งนั้นกำลังบีบคอพ่อแม่ของมัน และมีครั้งหนึ่งที่มันกลัวสุดขีดจริง ๆ

เหมือนมีเสียงเรียกให้มันไปตรงนั้น ไปตรงนี้ พยายามให้มันเดินไปยังที่ต่างๆในบ้านมุมอับไรงี้

ผมจำรายละเอียดเรื่องนั้นไม่ได้ทั้งหมดแล้ว เพราะส่วนตัวผมพยายามลืมเรื่องพวกนี้มาตลอด

มันเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมกลัวมากจริง ๆ

ส่วนตัวผมเองก็เคยเกือบไม่รอดจากการจมน้ำประมาณ 3–4 ครั้ง

แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ทุกครั้ง

และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกแปลก

คือสร้อยที่ผมใส่ มันเรียกว่า อายีมัด

เป็นของทางอิสลามที่ย่าทวดของผมทำไว้ให้ ย่าทวดทำไว้ทั้งหมด 9 อัน

ตอนนี้ท่านเสียไปแล้ว ผมเคยใส่ไว้กับตัว และจนถึงตอนนี้มันหายไปแล้ว 7 อัน

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกคือ…ทุกครั้งที่มันหาย ผมมักจะเข้าใกล้เหตุการณ์ที่เกือบไม่รอดในตอนนี้เหลืออยู่ 2 เส้น

หนึ่งเส้นอยู่กับหลานอีกหนึ่งเส้นอยู่กับผม

ผมไม่ได้รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกันจริงหรือเปล่า และไม่ได้จะฟันธงว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ

แต่ถ้าใครมีความรู้เรื่องอายีมัดในอิสลาม หรือรู้ว่าของแบบนี้มีความหมายหรือมีที่มาอย่างไร สามารถมาแชร์กันได้นะครับ

หลังจากผ่านไปหลายปี ผมได้กลับไปถามนัทเกี่ยวกับวันนั้น
ผมถามมันว่า ตอนที่มันนั่งเขี่ยดินอยู่หลังต้นไม้ มันเห็นอะไร

นัทบอกว่า…มันเห็นเหมือน เศษปูนแตก ๆ

เต็มไปหมดบริเวณรอบต้นไม้ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

แต่หลังจากนั้นผมไปถามป้าของ
รวมถึงของอีกหลายอย่าง แม้กระทั่งเส้นผม

บางทีมันอาจเหมือนนินาย ผมได้ให้AI จัดเรียงข้อความให้น่าอ่าน อ่านง่ายมากขึ้น มันเลยออกมาเป็นรูปแบบนี้

ตอนแรกผมเขียนคือ เป็นจุกๆ อ่านยากมาก ผมได้ตรวยเช็คก่อนโพสต์แล้วว่าเนื้อหา อยู่ครบ ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ ขอบคุณที่ สละเวลามาอ่าน ไม่อนุญาตให้นำเรื่องราวไปแชร์ เล่าในช่องทางอื่นๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่