JJNY : DRG จัด “19 กันยา กำแพงเมืองไทย”│ป่วนบันนังสตา เผายาง-รถ│ปภ.เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา│ทรัมป์ประกาศตั้ง“กองกำลัง AI”

กระทู้ข่าว
DRG จัด “19 กันยา กำแพงเมืองไทย” ชวนตามหา “ระบอบสีน้ำเงิน” ก่อนทุบกำแพงสู่ประชาธิปไตย
.

.
วงเสวนา “สีน้ำเงินในยุคคุณคืออะไร" ร่วมสนทนาโดย กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน, ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช., ณัฐชนน ไพโรจน์ Thumb Rights, ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ และดำเนินรายการโดย ธีรภัทร ระดับแก้ว
.
ในวงเสวนาชวนพูดคุยถึงความหมายและบทบาทของ “สีน้ำเงิน” ที่แตกต่างกันไปตามบริบทและยุคสมัยทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งเป็นการต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหาร ปี 2549 ซึ่งเป็นการต่อสู้กับระบอบจารีตนิยมและอำนาจนิยม ไปจนถึงปัจจุบันในปี 2569 ที่ผู้ร่วมเสวนามองว่าเป็นการต่อสู้กับเผด็จการที่กำลังปรับตัว โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถถังออกมารัฐประหาร แต่เป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้กับกลุ่มอำนาจบางส่วน
.
ผู้ร่วมเสวนายังกล่าวถึงภาพการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับชนชั้นนำที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2475 โดยเห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงและข้อถกเถียงเกี่ยวกับ “รัฐธรรมนูญ
.
ต่อมา ร่วมรับฟังวิดีโอพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองไทย จากนักกิจกรรมผู้ลี้ภัยทางการเมือง ได้แก่ “เพนกวิน“ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ”ไมค์“ ภานุพงศ์ จาดนอก และ ”บิ๊ก“ เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ
.
ต่อด้วยการปราศรัยต่อความรันทดภายใต้ "ระบอบสีน้ำเงิน" ในปัจจุบัน ได้แก่ อิสริยะ ไชยมนตรี เรื่องปฏิรูปกองทัพฯ, ศรีไพร นนทรีย์ เรื่องค่าแรง สิทธิ และการคุ้มครองแรงงาน, มุมิน เจ๊ะแว เรื่องสันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้, ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ เรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศฯ และณัชปกร นามเมือง เรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม
.
กิจกรรมตอนท้ายของงาน "ทุบกำแพงสีน้ำเงิน" ปูทางไปสู่ประชาธิปไตย และมีการอ่านแถลงการณ์โดยเครือข่ายเยาวชนนักกิจกรรมและองค์กรภาคประชาสังคม
.
ระหว่างงานมีการแสดงดนตรีสดจาก พอร์ท ไฟเย็น และ ELEVENFINGER และภายในงานมีบูธจากองค์กรภาคประชาสังคม และบูธเข้าชื่อเสนอกฎหมายยกเลิกมรดกคณะรัฐประหาร 6 ตุลา 19, เข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญสู่สสร.เลือกตั้ง และนิทรรศการ "กำแพงเมืองไทย"
.

.
ป่วนบันนังสตา คนร้ายลอบวางวัตถุต้องสงสัย เผายาง-รถแบคโฮ-รถบด
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10405790
.
ป่วนบันนังสตา จ.ยะลา คนร้ายลอบวางวัตถุต้องสงสัย เผายาง-รถแบคโฮ-รถบด 4 คัน ทำลายกล้องวงจรปิด โปรยตะปูเรือใบบนถนนสาย 410 เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ
.
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 20 ก.ย.2569 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่บ้านพงยามู ม.3 (บ้านย่อยบ้านเงาะกาโป) ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายหลายรายการ และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสาย 410
.
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการก่อเหตุในพื้นที่หลายจุด ประกอบด้วย คนร้ายได้นำ ยางรถจักรยานยนต์จำนวน 2 เส้นมาเผาบนถนนสาย 410 พร้อมทั้งนำวัตถุต้องสงสัยลักษณะทรงกระบอกสีดำ มีสายไฟ มาวางไว้บริเวณกลางถนน
.
ป่วนบันนังสตา จ.ยะลา คนร้ายลอบวางวัตถุต้องสงสัย เผายาง-รถแบคโฮ-รถบด 4 คัน พังกล้องวงจรปิด โปรยตะปูเรือใบบนถนนสาย 410
.
นอกจากนี้ ยังมีการโปรยตะปูเรือใบบนผิวการจราจร เพื่อสร้างอุปสรรคและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทาง ขณะเดียวกัน คนร้ายได้ก่อเหตุทำลายกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 2 ตัว ด้วยการใช้สิ่งของเกี่ยวดึงกล้องลงจนได้รับความเสียหาย
.
นอกจากนี้ ยังพบการลอบวางเพลิง รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน และรถบดถนน จำนวน 3 คัน รวม 4 คัน ซึ่งเป็นเครื่องจักรของบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้
.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ยังใช้งานได้ เพื่อรวบรวมข้อมูลติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
ทั้งนี้ หากมีรายละเอียดหรือความคืบหน้าเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรายงานให้ทราบต่อไป
.

.
ปภ.ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง และ กทม.เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น
https://www.matichon.co.th/local/news_5897010
.
ปภ.ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง และ กทม.เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น
.
เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจาก กรมชลประทาน ว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 27 ก.ย.ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100–1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขามีประมาณ 50–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณระหว่าง 1,150–1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60–1.50 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ
.
ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จึงได้ประสานไปยัง 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หากมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ขอให้จังหวัดประสานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทุกกลุ่มผ่านช่องทางต่างๆ อย่างทั่วถึง
.
สำหรับประชาชน ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำ หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่