ชวนคุยเกี่ยวกับหนังเรื่อง Hope (2026) หนังของ นา ฮง-จิน ที่ผมชอบมากที่สุด

ส่วนตัวได้ดูหนังที่ นา ฮง-จิน กำกับฯ ทุกเรื่องนะครับ ก็ชอบทุกเรื่อง แต่ชอบเรื่อง Hope (2026)มากที่สุด อาจจะเพราะ 3 เรื่องก่อนหน้านั้นหนังดี แต่มันออกจะดาร์ค และค่อนข้างหดหู่เมื่อดูจบ  ส่วนเรื่องล่าสุด ก็เหมือนชื่อเรื่องนั่นแหละครับ  มันดูมีความหวัง ดูจบแล้วไม่หดหู่  (อาจจะเพราะประสบการณ์ในชีวิตของ นา ฮง-จิน เองก็ได้ ทำให้มุมมองในชีวิตและการทำหนังของเขาเปลี่ยนไป(หรือเปล่า) แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้เช่นกัน)


ขอพูดถึงหนังก่อนหน้าของ นา ฮง-จิน 3 เรื่องก่อนหน้านี้นิดหน่อยนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จริงๆ เราจะแบ่งหนังเป็น 3 องก์ได้นะครับ
ส่วนแรก  เริ่มเผยให้เห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในหมู่บ้าน จนค่อยๆ เฉลยให้เห็น และต่อสู้กันในที่สุด
ส่วนที่สอง เริ่มอธิบายเนื้อเรื่อง ที่มาที่ไป
ส่วนที่สาม การไล่ล่าครั้งสุดท้าย และเฉลยเรื่องราวเกือบจะทั้งหมด
และตัดจบแบบน่าจะค้างคาใจคนดูจำนวนไม่น้อยเลย

ดูแล้วน่าจะสร้างภาคต่อแน่ เหมือนตั้งใจไม่ได้ทำภาคเดียวแน่  แต่ปัญหาคือคงต้อลุ้นเรื่องรายได้ว่า จะได้สร้างภาคต่อหรือเปล่า ส่วนตัวอยากดูภาคต่อนะครับ แต่ส่วนตัวอีกเช่นกัน คิดว่าคงไม่สนุกเท่าภาคแรก เพราะเรื่องมันเฉลยไปเกือบหมดแล้ว



เรื่องย่อ
ชาวบ้านพบซากสัตว์ใหญ่ถูกฆ่า มีรอยแผลประหลาด กลางถนน และค่อยสืบหาความจริง จนกระทั่งได้พบว่าเป็นเอเลี่ยน ที่ออกอาละวาด ฆ่าสัตว์และคนจำนวนมาก


ส่วนตัวผมว่า หนังสนุกมาก ฉากแอ็คชั่น ไล่ล่า ทำได้ดีมาก  ลุ้นระทึกมาก  แต่จะมีบางอย่างขัดใจอยู่บ้าง เช่น ความเนียนของ CG  หรือความสมจริง เช่น ความเร็วของเอเลี่ยนที่ไล่ล่า กับคนที่หนี หรือ ความอึดเกินเหตุของตัวเอก เป็นต้น

หนังมีความตลกร้าย  ซึ่งส่วนนี้แล้วแต่คน บางคนก็อาจจะไม่ชอบ อยากให้หนังจริงจังกว่านี้  แต่ส่วนตัวก็โอเคนะครับ หนังออกแนวตลกร้าย กวนๆ
จริงๆ หนังมันชวนให้ตีความเรื่อง เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ การลี้ภัย ความหวังในการอยู่ร่วมกัน  การมองหรือสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่คิดแต่แรกก็ได้  แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตัวเอง  ถ้าเราได้รู้เหตุผลหรือมุมมองทั้งหมด ความคิดของเราอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้   อาจจะตีความชื่อหนัง ว่าจริงๆ แล้วนอกจากความหวังจากบริบทในหนัง  อาจจะเป็นความหวังของตัวผู้กำกับฯ เอง เกี่ยวกับการการอยู่ร่วมกัน หรือเกี่ยวกับเกาหลีเหนือด้วยก็เป็นได้


ส่วนตัวอย่างที่บอกเป็นหนังที่ชอบมากที่สุดของ นา ฮง-จิน
ผมให้คะแนน 8.7 เต็ม 10
รบกวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ https://www.facebook.com/profile.php?id=100092518084449&locale=th_TH






ด้านล่างต่อไปสปอยนะครับ  ท่านที่ยังไม่ดู ผ่านไปก่อนเลยครับ  เป็นความคิดเห็นเพิ่มเติมที่อาจจะเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง รวมทั้งอธิบายที่มาที่ไปของเอเลี่ยน ตามความเข้าใจของผมนะครับ









เริ่มแรก ผมเห็นเอเลี่ยนครั้งแรก ทำให้นึกถึง ไททัน ในเรื่อง Attack on Titan เลย อะไรจะเหมือนขนาดนั้น  เอเลี่ยนตัวแรกที่อาละวาดในองก์แรก คือ Va’migere (ผู้ช่วยในครัว หรือแม่บ้าน หรือแม่ครัว)  ตอนแรกที่ดูหนังทำให้เข้าใจว่า ทำไมร้ายกาจจังมาไล่ฆ่าสัตว์ ฆ่ามนุษย์  ต่อมาหนังก็เฉลยว่า มีช่างไม้คนหนึ่ง ไปฆ่า เอเลี่ยนเด็กที่เป็น องค์รัชทายาท  ทำให้เอเลี่ยนแม่บ้านออกตามหา

มุมมองที่เราได้เห็นตอนแรก ก็คงเอาใจช่วยมนุษย์ เพราะยังไม่รู้ที่มาที่ไป  ตอนหลังหนังเฉลยมา  ก็อาจจะลังเลเรื่องเอาใจช่วยไปบ้าง

ส่วนเอเลี่ยน หนังบอกเป็นนัยๆ ว่า  ยานมาตกที่โลก หรือเป็นการลี้ภัยบางอย่างมา  และยานที่ตกตามมาทีหลังคือยาน จักรพรรดิ Ku’er (พ่อของ เอเลี่ยนเด็กที่โดนช่างไม้ฆ่า)

และเอเลี่ยน Ma’veyyo  นักรบผู้ทำหน้าที่ปกป้อง Kali องค์รัชทายาท (ที่ไล่ล่ามนุษย์ในองก์สุดท้าย) ควักหัวใจหรือบางอย่างออกมา คงเพื่อชุบชีวิต องค์รัชทายาท (เอเลี่ยนน่าจะมีพลังจิต หรือบางอย่างที่สื่อสาร หรือรับรู้ได้ถึงพลังชีวิตของกันและกัน ส่วนนี้คงต้องรอขยายความภาค2)

ประเด็นนี้ เห็นมีการตีความกันว่า นา ฮง-จิน ผู้กำกับฯได้อธิบายว่า ฉากการชุบชีวิตเอเลี่ยนเด็กในโรงช่างไม้นี้ เป็นสัญลักษณ์เปรียบเปรยถึง "การฟื้นคืนชีพของพระผู้ไถ่ (พระเยซู)" และนี่คือความหมายของชื่อเรื่อง Hope (ความหวัง) ที่แท้จริงของฝั่งเอเลี่ยนนั่นเอง (ตัว นา ฮง-จิน นับถือ ศาสนา คริสต์)

หรือจะตีความชื่อหนัง ความหวัง อย่างที่บอกเรื่องเกาหลีเหนือ การลี้ภัย ความหวังของการอยู่ร่วมกัน  การมองในทุกมุม  แล้วจะมีความเข้าใจในความจำเป็นหรือเหตุผลของอีกฝ่าย  เหมือนที่เราดูหนังตอนแรก กับตอนหลังที่รู้ที่มาที่ไป แล้วมุมมองต่อเอเลี่ยนอาจจะเปลี่ยนไปจากตอนแรกก็ได้

และอย่างที่บอกระหว่างดูหนัง ผมเห็นสิ่งหนึ่งที่เห็นประจำในหนังของ นา ฮง-จิน  คือ ตัวละคร โคตรอึดเลย  อย่างเรื่องนี้ หัวหน้าตำรวจ กับ นายพราน โดนโยนลอยสูงขนาดนั้น ถ้าไม่ตายก็ไม่น่าจะวิ่งหนีได้ขนาดนั้น


หลายคนบอกหนัง ทำเพื่อคาราวะหนังไล่ล่ายุคก่อน หนังเอเลียนยุคเก่า  ผมดูแล้วบางอย่างมีความกวนและตลกร้าย คล้ายๆ หนังของ เควนติน แทแรนติโน อยู่บ้างเหมือนกัน  และมีการเสียดสีระบบ เจ้าหน้าที่รัฐฯ ฯลฯ เหมือนหนังเรื่องอื่นๆ ของแก

ส่วนเรื่องที่หลายคนติก็เห็นด้วย โดยเฉพาะเรื่อง CG
กับอีกเรื่องคือ การทำให้ลุ้นระทึก ความเร็วของเอเลี่ยนในการไล่ล่า  ดูจากความเร็วในการวิ่งของเอเลี่ยนแล้ว คนไม่น่าจะหนีทันได้ขนาดนั้น แต่ก็อย่างว่า ถ้าไม่อย่างนั้นก็ตายกันหมดตั้งแต่ต้น หนังก็ไปต่อไม่ได้อีก  แต่ผมขัดใจเรื่องนี้แหละ  

สรุป เป็นหนังที่สนุก ลุ้นระทึก และตลกร้าย กวนมาก แต่โดยรวมคือผมค่อนข้างชอบมาก
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่