เสียวแมวเป้า ทำนองเอามาจากเพลง “จดหมายสามซอง” หมายถึงอะไร? มีคำตอบ

กระทู้คำถาม
ช่วงนี้ใครที่เล่น TikTok เป็นประจำ น่าจะเคยได้ยินเสียงที่กำลังถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายอย่าง “เสียวแมวเป้า” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ถูกนำไปประกอบคลิปหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะคลิปแนวตลก คลิปแซวกัน หรือคอนเทนต์ที่ต้องการสร้างสีสันให้กับผู้ชม


เสียงแมวเป้า พ่อใหญ่อาท อามูสิกะดะ

ในกระแสของเสียงดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้ต่อกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่า “เสียวแมวเป้า” มีที่มาอย่างไร? ทำไมทำนองถึงฟังดูคุ้นหู? และเกี่ยวข้องอะไรกับเพลง “จดหมายสามซอง”?
วันนี้จึงขอมาเล่าที่มาและอธิบายให้เข้าใจกันแบบง่าย ๆ

เสียง “เสียวแมวเป้า” มาจากไหน?
หากฟังรายละเอียดของเสียง จะสังเกตได้ว่าทำนองและจังหวะมีความใกล้เคียงกับเพลง “จดหมายสามซอง” ซึ่งเป็นผลงานต้นฉบับของ คนองนา กาฬสินธุ์


จดหมายสามซอง คนองนา กาฬสินธุ์

ในบริบทของกระแสออนไลน์ คำว่า “เสียวแมวเป้า” ถูกนำมาใช้ในลักษณะของมุกเสียงและเสียงประกอบเพื่อสร้างความตลก ไม่ได้มีความหมายเป็นชื่อเพลงต้นฉบับแต่อย่างใด

จุดเด่นอยู่ที่การนำเสียงแมวมาผสมกับทำนองเพลง จนเกิดเป็นเสียงที่ฟังแล้วสะดุดหูและสามารถนำไปสร้างสถานการณ์ขำ ๆ ได้หลายรูปแบบ
จึงไม่แปลกที่เมื่อมีคนหนึ่งนำไปใช้ คนอื่น ๆ ก็สามารถนำเสียงเดียวกันไปต่อยอดกับคลิปของตัวเองได้ ทำให้เสียงดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านการแชร์ การทำคลิปตามกระแส และการนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ

ทำไมเสียงนี้ถึงกลายเป็นกระแสบน TikTok?
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือเสียงประเภทนี้สามารถนำไปใช้กับคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบ
บางคนใช้เพื่อสร้างจังหวะตลก บางคนใช้ประกอบสีหน้าหรือท่าทางของตัวละคร ขณะที่บางคนอาจนำไปใช้เป็นเสียงเฉลยหรือเสียงปิดท้ายของคลิป เพื่อให้เกิดความขำในช่วงท้าย
เมื่อผู้ใช้งานจำนวนมากนำเสียงเดียวกันไปสร้างเนื้อหาในแบบของตัวเอง อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มก็สามารถทำให้เสียงนั้นถูกพบเห็นและถูกนำไปใช้ต่อได้มากขึ้น จนเกิดเป็นกระแส
และนี่คือธรรมชาติของเสียงไวรัลบน TikTok ที่บางครั้งเสียงเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถถูกนำไปใช้กับคลิปจำนวนมาก

แต่สิ่งที่ควรระวังคือเรื่อง “ลิขสิทธิ์”
ประเด็นที่สำคัญกว่าความสนุกของกระแส คือเรื่อง สิทธิในเพลงและทำนองต้นฉบับ
แม้เสียง “เสียวแมวเป้า” จะถูกดัดแปลงให้มีลักษณะเป็นมุกตลก หรือมีการเพิ่มเสียงแมวเข้าไป แต่หากองค์ประกอบของเสียงยังมีส่วนที่มาจากทำนองเพลงต้นฉบับ ก็ไม่ควรสรุปเองว่าเสียงดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้อย่างเสรี
โดยเฉพาะหากต้องการนำเสียงหรือทำนองไปใช้ในผลงานของตัวเอง นำไปเผยแพร่ในหลายแพลตฟอร์ม หรือนำไปใช้ในลักษณะเชิงพาณิชย์ ก็ควรตรวจสอบก่อนว่าใครเป็นผู้ถือสิทธิ และการใช้งานนั้นได้รับอนุญาตหรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขใด
เพราะคำว่า “ดัดแปลง” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีลิขสิทธิ์”
การเปลี่ยนเสียงร้อง เพิ่มเสียงเอฟเฟกต์ เปลี่ยนจังหวะ หรือนำทำนองไปทำเป็นเสียงตลก ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้รายใหม่กลายเป็นเจ้าของสิทธิในผลงานต้นฉบับโดยอัตโนมัติ

แล้ว Content ID เกี่ยวข้องอย่างไร?

สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบันมีระบบตรวจจับเนื้อหาที่อาจตรงกับผลงานที่เจ้าของสิทธิได้ลงทะเบียนไว้ เช่น Content ID ในระบบของ YouTube
ระบบลักษณะนี้สามารถตรวจสอบเสียงหรือเนื้อหาที่มีความตรงกันกับผลงานที่อยู่ในฐานข้อมูลของผู้ถือสิทธิได้ และหากตรวจพบความตรงกัน ผลที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปตามสิทธิและเงื่อนไขของเจ้าของผลงาน
ตัวอย่างเช่น อาจเกิดการแจ้งเตือนหรือการเคลมสิทธิ การจำกัดการใช้งาน หรือการจัดการรายได้ของวิดีโอ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการตรวจพบทุกครั้งจะมีผลเหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายของเจ้าของสิทธิและแพลตฟอร์ม
ดังนั้น การเห็นคนอื่นใช้เสียงเดียวกันจำนวนมาก ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าเราสามารถนำเสียงนั้นไปใช้กับผลงานของตัวเองได้โดยไม่มีข้อจำกัด

อย่าคิดว่า “เสียงไวรัล” = “ไม่มีลิขสิทธิ์”

นี่เป็นเรื่องที่ผู้สร้างคอนเทนต์ควรระวังเป็นพิเศษ
เสียงหนึ่งเสียงอาจถูกใช้โดยคนเป็นหมื่นเป็นแสนคน แต่จำนวนคนที่ใช้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเสียงนั้นไม่มีลิขสิทธิ์
เช่นเดียวกับเพลงที่กำลังเป็นกระแส หากผู้ใช้จำนวนมากนำเพลงไปทำคลิป ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของคลิปทุกคนจะได้รับสิทธิในการนำเพลงนั้นไปใช้ในทุกวัตถุประสงค์
ดังนั้นก่อนนำเสียงที่กำลังเป็นกระแสไปใช้ในงานของตัวเอง โดยเฉพาะงานที่ต้องการสร้างรายได้หรือเผยแพร่ในวงกว้าง ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและสิทธิการใช้งานให้ชัดเจนก่อน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สร้างคอนเทนต์ควรแยกเรื่อง “ความไวรัล” ออกจากเรื่อง “สิทธิในการนำผลงานไปใช้”
เพราะการดัดแปลงทำนองหรือเพิ่มเสียงใหม่เข้าไป ไม่ได้หมายความว่าสิทธิของผลงานต้นฉบับจะหมดไป และการที่คนจำนวนมากใช้เสียงดังกล่าวบน TikTok ก็ไม่ได้เป็นการรับรองว่าสามารถนำเสียงนั้นไปใช้ในทุกแพลตฟอร์มหรือทุกวัตถุประสงค์ได้

หากต้องการนำไปใช้เป็นผลงานของตัวเองจริง ๆ ควรตรวจสอบเจ้าของลิขสิทธิ์ เงื่อนไขการใช้งาน และขออนุญาตให้ถูกต้องในกรณีที่จำเป็น

เพราะเรื่องลิขสิทธิ์ ไม่ใช่แค่เรื่องว่า “ใครก็ใช้กัน” แต่ต้องดูด้วยว่า “เราได้รับสิทธิให้ใช้หรือไม่”
ดังนั้น ก่อนนำเสียง “เสียวแมวเป้า” หรือทำนองจากเพลง “จดหมายสามซอง” ไปใช้สร้างผลงานของตัวเอง โดยเฉพาะผลงานที่มีรายได้หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ควรตรวจสอบสิทธิให้เรียบร้อยก่อน อย่าสุ่มสี่สุ่มห้านำไปใช้ เพราะอาจเกิดปัญหาการเคลมลิขสิทธิ์หรือการตรวจจับจากระบบของแพลตฟอร์มได้
กระแสอาจมาไว แต่เรื่องลิขสิทธิ์ควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนใช้ทุกครั้ง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่