ความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมนีและรัสเซียเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก วิกฤตยูเครน ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปี 2014 และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากหลังจากการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียในปี 2022 ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในหลายมิติ ดังนี้
📌 เหตุการณ์ชนวนล่าสุด: กรณีโดรนที่สนามบินไลพ์ซิก (2026)
เหตุการณ์นี้เป็นจุดล่าสุดที่ทำให้ความตึงเครียดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
· เหตุการณ์: เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 พบโดรนต้องสงสัยบรรทุกระเบิดที่สนามบินไลพ์ซิก ใกล้กับเครื่องบินขนส่งของยูเครน
· การกล่าวหา: เยอรมนีระบุว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง โดยอ้างว่าผู้ต้องสงสัยมีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย
· มาตรการตอบโต้: เยอรมนีสั่งปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในเมืองบอนน์ และยุติสัญญาของ "Russian House" ในเบอร์ลิน ฝ่ายรัสเซียตอบโต้ด้วยการปิดสถานกงสุลเยอรมนีในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และสั่งหยุดการดำเนินงานของสถาบันเกอเธ่ในรัสเซีย
🌍 ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ความสัมพันธ์ร้าวฉาน
ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เหตุการณ์ล่าสุด แต่มีรากฐานมาจากประเด็นใหญ่ๆ หลายด้าน
· การรับรู้ภัยคุกคามและความขัดแย้งในยูเครน: เยอรมนีมองรัสเซียเป็น "ภัยคุกคามความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป" หลังวิกฤตยูเครนในปี 2014 และการรุกรานในปี 2022 เยอรมนีเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนยูเครนรายใหญ่ที่สุด โดยให้ความช่วยเหลือทางทหารและเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล (ประมาณ 4.72 หมื่นล้านยูโร) รัสเซียมองว่าการกระทำนี้เป็นการแทรกแซงโดยตรงในความขัดแย้ง
· สงครามพลังงานและท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม: ก่อนหน้านี้ เยอรมนีพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียอย่างมาก แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมถูก sabotaged ในปี 2022 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจก็พังทลายลง เยอรมนีต้องเร่งลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย ขณะที่รัสเซียกล่าวหาเยอรมนีว่าไม่จริงจังกับการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว
· สงครามข่าวกรองและการก่อวินาศกรรม: เยอรมนีรายงานว่ามีกิจกรรมจารกรรมและการก่อวินาศกรรมที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การค้นพบอาวุธปืนซ่อนอยู่ในป่าใกล้กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของสายลับรัสเซีย
· การทูตที่เสื่อมถอยลง: ทั้งสองประเทศได้ขับไล่นักการทูตของกันและกันหลายครั้ง และลดจำนวนสถานกงสุลลงอย่างมาก สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในเยอรมนีระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและเบอร์ลิน "เป็นน้ำแข็ง" และการติดต่อในระดับการเมืองได้ยุติลงโดยสิ้นเชิง
🔮 แนวโน้มในอนาคต
ความสัมพันธ์ในระยะสั้นถึงกลางยังคงมืดมน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเผชิญหน้าในระดับการเมือง การทูต และสื่อจะยังคงดำเนินต่อไป และโอกาสที่จะมีการเจรจาหรือประนีประนอมมีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในของเยอรมนีเองก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญ หากพรรคการเมืองที่สนับสนุนการกลับมาเจรจากับรัสเซีย (เช่น พรรค AfD) มีบทบาทมากขึ้น ความสัมพันธ์อาจคลี่คลายลงได้บ้างในอนาคต
เครดิต : ดีฟซี้ก
เยอรมนี กับ รัสเซีย หรือจะกลับไปซัดกันเหมือนตอน เวิลด์ วอร์ ทู?
📌 เหตุการณ์ชนวนล่าสุด: กรณีโดรนที่สนามบินไลพ์ซิก (2026)
เหตุการณ์นี้เป็นจุดล่าสุดที่ทำให้ความตึงเครียดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
· เหตุการณ์: เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 พบโดรนต้องสงสัยบรรทุกระเบิดที่สนามบินไลพ์ซิก ใกล้กับเครื่องบินขนส่งของยูเครน
· การกล่าวหา: เยอรมนีระบุว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง โดยอ้างว่าผู้ต้องสงสัยมีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย
· มาตรการตอบโต้: เยอรมนีสั่งปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในเมืองบอนน์ และยุติสัญญาของ "Russian House" ในเบอร์ลิน ฝ่ายรัสเซียตอบโต้ด้วยการปิดสถานกงสุลเยอรมนีในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และสั่งหยุดการดำเนินงานของสถาบันเกอเธ่ในรัสเซีย
🌍 ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ความสัมพันธ์ร้าวฉาน
ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เหตุการณ์ล่าสุด แต่มีรากฐานมาจากประเด็นใหญ่ๆ หลายด้าน
· การรับรู้ภัยคุกคามและความขัดแย้งในยูเครน: เยอรมนีมองรัสเซียเป็น "ภัยคุกคามความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป" หลังวิกฤตยูเครนในปี 2014 และการรุกรานในปี 2022 เยอรมนีเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนยูเครนรายใหญ่ที่สุด โดยให้ความช่วยเหลือทางทหารและเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล (ประมาณ 4.72 หมื่นล้านยูโร) รัสเซียมองว่าการกระทำนี้เป็นการแทรกแซงโดยตรงในความขัดแย้ง
· สงครามพลังงานและท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม: ก่อนหน้านี้ เยอรมนีพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียอย่างมาก แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมถูก sabotaged ในปี 2022 ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจก็พังทลายลง เยอรมนีต้องเร่งลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย ขณะที่รัสเซียกล่าวหาเยอรมนีว่าไม่จริงจังกับการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว
· สงครามข่าวกรองและการก่อวินาศกรรม: เยอรมนีรายงานว่ามีกิจกรรมจารกรรมและการก่อวินาศกรรมที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การค้นพบอาวุธปืนซ่อนอยู่ในป่าใกล้กรุงเบอร์ลิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของสายลับรัสเซีย
· การทูตที่เสื่อมถอยลง: ทั้งสองประเทศได้ขับไล่นักการทูตของกันและกันหลายครั้ง และลดจำนวนสถานกงสุลลงอย่างมาก สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในเยอรมนีระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและเบอร์ลิน "เป็นน้ำแข็ง" และการติดต่อในระดับการเมืองได้ยุติลงโดยสิ้นเชิง
🔮 แนวโน้มในอนาคต
ความสัมพันธ์ในระยะสั้นถึงกลางยังคงมืดมน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเผชิญหน้าในระดับการเมือง การทูต และสื่อจะยังคงดำเนินต่อไป และโอกาสที่จะมีการเจรจาหรือประนีประนอมมีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในของเยอรมนีเองก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญ หากพรรคการเมืองที่สนับสนุนการกลับมาเจรจากับรัสเซีย (เช่น พรรค AfD) มีบทบาทมากขึ้น ความสัมพันธ์อาจคลี่คลายลงได้บ้างในอนาคต
เครดิต : ดีฟซี้ก