ธนาธร ชำแหละ 19 กันยา 20 ปีที่ไทยเสียโอกาส โรม ซัดรัฐประหารทำ นิติรัฐอ่อนแอ ลั่น ต้องลบล้าง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896471
.

.
ธนาธร ชำหละ 19 กันยา อำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมือง ธุรกิจกองทัพ ชี้ 20 ปี ประเทศเสียโอกาส-ทรัพยากรไม่เท่าเทียม แนะ ปรับโครงสร้าง เสนอ 3 ทางออก “สร้างกองทัพที่มีสมถนะการรบสูง, สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ,สร้างสรรค์ประชาธิปไตย เป็นกองทัพมืออาชีพ ด้าน รังสิมันต์ ชี้ ผลพวงรัฐประหาร ทำนิติรัฐอ่อนแอ-สถาปนาระบอบสีน้ำเงิน ลั่น “ต้องลบล้าง-ให้ทุกคนเคารพกติกา”
.
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 กันยายน ที่หอศิลปกรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา “
ภาพจำที่(ไม่)คุ้นเคย บาดแผล รัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมที่หายไป” เนื่องในวาระ 50 ปี 6 ตุลา 19 และ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยา ชำแหละอำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองธุรกิจกองทัพ การลบล้างผลพวงรัฐประหาร โดยมีนาย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นาย
รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน นาย
ชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ร่วมเวทีเสวนา
.
นาย
ธนาธร กล่าวปาฐกถา อำนาจของกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พล.อ.
สนธิ บุญยรัตกลิน ประกาศยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ยุบสภา ยุบส.ว.และคณะรัฐมนตรี โดยอ้าง 4 เหตุผลของการทำรัฐประหาร 4 ประการ คือ รัฐบาล
ทักษิณ ชินวัตร มีการทุจริตมโฬาร , รัฐบาลใช้อำนาจควบคุมสื่อ รัฐสภาและระบบตุลาการ ,นายกรัฐมนตรี จาบจ้วงสถาบัน และหลีกเลี่ยงการนองเลือดจากการปะทะระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน โดยช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรของประเทศถูกใช้ในการแก้ปัญหาการเมืองมากกว่าแก้ปัญหาประชาชน เทียบตัวเลขทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และเศษฐกิจโลก เป็นตัวบอกได้ดีที่สุด
.
“
โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ไทยโตเฉลี่ย 2.6% และหลังรัฐประหารยังล้มเหลวในการปฏิรูประบบราชการ ทำให้โครงสร้างภาครัฐมีขนาดใหญ่ และภาคการเมืองมีการแลกเปลี่ยนกับระบบราชการให้เป็นผู้ค้ำยัน มากกว่ายึดประชาชน ขณะที่งบประมาณแผ่นดิน เหลือน้อยเพราะหมดไปกับการจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นจากเงินกู้ในอดีตที่ถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และจากกฎหมาย ที่ออกแบบเพื่อหวังปราบปรามอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งข้อจำกัดที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนเชิง รวมถึงยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทางการศึกษา ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของราคาที่เราต้องจ่ายและเสียเวลาไป 2 ทศวรรษที่ไม่ได้เดินไปข้างหน้า ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมแต่เดินถอยหลัง และไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะแก้ปัญหาและพาประเทศไทยไปสู่จุดเดิมได้” นาย
ธนาธร กล่าว
.
นาย
ธนาธร กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่จะทบทวนว่าการทำรัฐประหารที่ผ่านมาส่งผลต่อเศรษฐกิจการเมืองอย่างไร วันนี้ถึงเวลาที่ต้องออกแบบการเมืองใหม่ โดยคำนึงถึงปัญหาที่สะสมและตระหนักถึงอนาคตไปพร้อมกัน ที่ผ่านมาบทบาทของกองทัพ เป็นเจ้าของทรัพยากรของประเทศอย่างมหาศาล ทั้งสนามกอล์ฟ สนามมวย มีอำนาจกำหนดทิศทางการเมือง รัฐวิสาหกิจ ผ่านการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ตรงนี้ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และเศรษฐศาสตร์ที่ทรัพยากรมีจำกัด การใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญ และเป็นสิ่งชี้ขาดว่าประเทศไหนจะพัฒนาได้เร็วกว่ากัน แต่ความอ่อนแอของภาคการเมืองทำให้การตรวจสอบการใช้ทรัพยากรรัฐของกองทัพไม่เกิดขึ้น และยังอ้างเรื่องความมั่นคงมาปกปิดการใช้ทรัพยากรไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลพลเรือนและสภา โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ทำให้สังคมเสียโอกาส ปัญหาเหล่านี้
.
นาย
ธนาธร กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องมองอนาคต โดยเสนอปรับโครงสร้างกองทัพ ด้วย 3 เป้าหมาย คือ สร้างกองทัพที่มีสมถนะการรบสูง, สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสร้างสรรค์ประชาธิปไตย เป็นกองทัพมืออาชีพ โดยเคารพรัฐบาลพลเรือน เคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองและไม่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้นำทรัพย์สินของกองทัพ มาใช้ให้ประโยชน์กับสาธารณะและประชาชน อาทิ เปลี่ยนหอประชุมนานาชาติกองทัพบก รามอินทรา เปลี่ยนสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ เป็นสวนสาธารณะ เชื่อมระบบขนส่งแก้ปัญหาการเดินทาง เปลี่ยนโครงข่ายไฟฟ้าของกองทัพเรือที่สัตหีบ ให้เป็นนิติบุคคลและเป็นพื้นที่ทดลอง ก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ เป็นต้น และจากการทำงานกับกองทัพ 3 ปี พบว่ากองทัพ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง หากทำได้ประเทศจะไปไกลเนื่องจากทรัพยากรในกองทัพ ยังมีอีกมหาศาลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หากกล้าหาญที่จะเปลี่ยนเราจะไปได้ และอย่าเพิ่งหมดหวังหมดกำลังใจในการฟื้นฟูประเทศไทย
.
ด้านนาย
รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมเสวนา ถึงการรัฐประหารและลบล้างผลพวงรัฐประหาร ตอนหนึ่ง ว่า เมื่อนิติรัฐล่มสลาย จึงเปิดช่องให้มีการปล้นประเทศ ซึ่ง 20 ปีผลพวงยังไม่จบสิ้น อาทิ กรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนหนึ่ง ที่ถูกอ้างเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ เรื่องนี้รัฐบาลไม่ควรให้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวเพราะกระทบกับประเทศ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าจะทำอย่างไรทั้งที่มีการอภิปรายในเรื่องนี้มาแล้ว รวมถึงเรื่องการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ทำลายระบบคุณธรรม เอาภาษีไปบำรุงคนโกง จ่ายเป็นสวัสดิการหล่อเลี้ยงคนโกงประเทศและให้คนโกงเป็นสมุนรับใช้ของระบอบน้ำเงิน หากไม่ทำตามก็ถูกเปิดเผยข้อมูลทำลายข้าราชการคนนั้นต่อไป
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ภัยคุกคามของเราวันนี้ มาจากสิ่งที่คณะรัฐประหารอ้างขึ้นว่ามีคนคิดไม่ดีกับเจ้าเลยต้องยึดอำนาจไปจากประชาชน และเมื่อกลับมาทบทวนจะเห็นว่า หากมีอะไรมาขวางก็ยกเลิก และสร้างกลไกใหม่ขึ้นมา การรัฐประหารทุกครั้ง คือ การทำให้นิติรัฐอ่อนแอ และวันนี้ยังสถาปนาองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงินขึ้นมา ผลพวงของรัฐประหาร ไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญถูกทำลาย ไม่ใช่แค่คำสั่งของคณะรัฐประหาร ไม่ใช่แค่นายพลขึ้นเป็นนายกฯ แต่คือ ระบบที่ทำซ้ำเพื่อให้สังคมยอมรับว่า การรัฐประหารโดยอ้างเบื้องสูงสามารถอยู่เหนือกติกาได้ ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอทำให้นิติรัฐ แข็งแรงและมีบทบาทมากขึ้น โดยคนต้องเคารพกฎหมายมากกว่ากลัวคนที่มีอำนาจ รัฐธรรมนูญต้องเป็นกติกาของประชาชน ไม่ใช่พินัยกรรมของผู้ยึดอำนาจ ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นในเรื่องอดีตแต่ต้องการตัดวงจรที่จะเกิดในอนาคต
.
.
โรม ยันเอาผิด 157 กกต. ข้องใจทำตามหน้าที่หรือใส่สีเอาคืน หลังปูด สว.สีส้ม ดักคอ อย่าให้มี กกต.สีน้ำเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896574
.
โรม ยันเอาผิด 157 กกต. ข้องใจทำตามหน้าที่หรือใส่สีเอาคืน หลังปูด สว.สีส้ม ดักคอ อย่าให้มี กกต.สีน้ำเงิน
.
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 19 ก.ย.ที่หอศิลปกรุงเทพ นาย
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เตรียมจะพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสว.สีส้ม ว่า ตอนนี้ควรโฟกัสไปที่พยานหลักฐานและไม่แน่ใจว่ามีหลักฐานอย่างไร ที่พยายามบอกว่ามี สว.สีนั้นสีนี้ ต้องแยกแยะระหว่างที่มีการพบปะแล้วมี กกต.เข้าไปร่วม กับประเภทจ่ายเงินอ้างเบื้องบน ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ การที่เราเห็นพยานหลักฐานทั้งหมด ในฐานะฝ่ายค้าน จึงต้องหยิบยกเรื่องนี้เข้ามาพูดคุยเพราะมีพยานหลักฐานแน่นหนา และสิ่งที่อยากเห็นคืออยากให้ กกต.มีความขยันดำเนินการเอาผิดกับคนฮั้ว สว.ที่เรียกได้ว่าเป็นขบวนการ โดยเฉพาะในกลุ่มที่พยานหลักฐานแน่นหนา ที่มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)แต่เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ทำให้ต้องเดินหน้าดำเนินคดีกับ กกต.ที่ไม่ทำตามหน้าที่นี้
.
“
ต้องถามว่าการทำงานของ กกต.วันนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือการแก้แค้นเอาคืน จึงไม่แน่ใจว่าเมื่อผ่านกระบวนการในชั้น กกต. ที่เกี่ยวข้องกับสว.สีน้ำเงิน แล้ว สิ่งที่น่ากลัวตามมาคือ กกต.สีน้ำเงิน ที่พยายามทำหน้าที่อย่างไม่ตรงไปตรงมา ละเมิดกฎหมายหลายข้อ ดังนั้นพรรคประชาชนจะไม่นิ่งเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ ส่วน สว. สีน้ำเงินต้องติดตามต่อไป และทำหน้าที่ของให้ดีที่สุด”นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า เรื่องสว.สีส้ม มองเป็นการถูกเอาคืนหรือไม่ นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องถามว่ามีอะไรให้เอาคืน พรรคประชาชนไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ที่เดือดร้อนคือมีความพยายามจะเอาสีของพรรคประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าเราไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไร แต่ที่สนใจคือเรื่องของแรงจูงใจการทำหน้าที่ของ กกต. สิ่งที่กำลังทำอยู่ต้องการอะไร เนื่องจากไม่ได้เห็นความกระตือรือร้นในการดำเนินการกับ สว.สีน้ำเงิน ทั้งที่มีพยานหลักฐาน มีเรื่องของการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องถามว่าเป็นแรงจูงใจที่ต้องการปฏิบัติหน้าที่ หรือต้องการใส่สีตีไข่ ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค
.
ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องมาตรา 157 กับ กกต. เพราะมีพยานหลักฐานที่มากกว่าการกลับคำให้การ เพราะเรื่องนี้เป็นลักษณะขององค์กรอาชญากรรม มีการจัดตั้ง มีการจ่ายเงิน และแอบอ้างสถาบัน จะบอกว่าคนนั้นเกี่ยวหรือคนนี้ไม่เกี่ยวพูดลำบาก เพราะมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ขอย้ำว่ามีหลักฐานพยานเยอะ และการทำหน้าที่ของเรา คือไม่ได้มองว่า ใครอยู่สีอะไร แต่ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐาน.
.
.
พริษฐ์ โต้ ภราดร อ้างโพยฮั้วทำหลังเลือก สว. ฟังไม่ขึ้น ลั่น ฝ่ายค้านชำแหละต่อในศึกซักฟอกแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896594
.
พริษฐ์ โต้ ภราดร อ้างโพยฮั้วจัดทำหลังเลือก สว.ฟังไม่ขึ้น แฉ มีประวัติการโทรของ “ภราดร” ถึง สว.ที่ถูกสั่งฟ้องด้วย ลั่น ก.ย.นี้ ฝ่ายค้านเตรียมยื่นซักฟอก ชำแหละฮั้ว สว.ต่อแน่นอน
.
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์ ราชเทวี นายพริษฐ์ วัชระสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวในเสวนาโกงสว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ ว่า มติของ กกต.ที่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว ส.ว.เพียง 77 คน จากทั้งหมด 229 คนว่า เป็นมติที่ขัดหลักการ และตอบได้ด้วยเพลงช้าง ที่ ช้าง ช้าง ช้าง กกต.เห็นช้างรึเปล่า พร้อมย้ำถึงช้าง ที่ กกต.จงใจมองไม่เห็นทั้ง ช้างความเป็นขบวนการในการโกง ส.ว. ทั้งการจัดทำโพย การอบรมโดยวิทยากรคนเดียวกันวนไปบรรยายตามโรงแรมจัดทำโพย และการประชุมร่วมกันของผู้ที่ได้รับการเลือก หลังกระบวนการเลือกเสร็จสิ้น ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ และช้างความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย รวมถึงช้างมาตรฐานการวินิจฉัยคำร้องของ กกต.ในลักษณะเดียวกันในอดีต ที่มีหลายคำร้องที่ กกต.ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา
.
นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึง กรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการสื่อมวลชน ที่กล่าวลักษณะว่า มีการจัดทำโพยย้อนหลัง เพื่อสร้างเรื่องให้สอดรับกับผลคะแนนที่ออกมาว่า การพยายามปฏิเสธ โดยอ้างว่า โพยย้อนหลัง สามารถถูกหักล้างได้ จากกรณีที่มี กกต.เดินเก็บโพย ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจน และผู้จัดทำโพยย้อนหลัง จะสามารถจดจำหมายเลขผู้สมัครได้เหมือนกันได้อย่างไร และยังเรียงลำดับได้เหมือนกันด้วย ซึ่งหากไม่มีโพยใบสั่ง เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ รวมถึงผลคะแนนที่ปรากฏของผู้สมัคร ส.ว.ที่ได้สูงสุด 10 อันดับ ซึ่งหากไม่มีใบสั่ง คะแนนจะต้องกระจายตัวในแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน แต่คะแนนที่ปรากฏผู้สมัครกลับมีรูปแบบเหมือนกัน โดยเฉพาะ 6 ลำดับแรกในแต่ละกลุ่ม ดังนั้น จึงสามารถโต้แย้งข้ออ้างนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว
JJNY : 6in1 ธนาธรชำแหละ 20 ปี│โรมยันเอาผิด 157│พริษฐ์โต้ภราดร│ยิ่งชีพชี้พิรุธพยาน│เอกชนผิดหวัง│รัสเซียถูกโจมตีทางไซเบอร์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896471
.
.
ธนาธร ชำหละ 19 กันยา อำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมือง ธุรกิจกองทัพ ชี้ 20 ปี ประเทศเสียโอกาส-ทรัพยากรไม่เท่าเทียม แนะ ปรับโครงสร้าง เสนอ 3 ทางออก “สร้างกองทัพที่มีสมถนะการรบสูง, สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ,สร้างสรรค์ประชาธิปไตย เป็นกองทัพมืออาชีพ ด้าน รังสิมันต์ ชี้ ผลพวงรัฐประหาร ทำนิติรัฐอ่อนแอ-สถาปนาระบอบสีน้ำเงิน ลั่น “ต้องลบล้าง-ให้ทุกคนเคารพกติกา”
.
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 กันยายน ที่หอศิลปกรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา “ภาพจำที่(ไม่)คุ้นเคย บาดแผล รัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมที่หายไป” เนื่องในวาระ 50 ปี 6 ตุลา 19 และ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยา ชำแหละอำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองธุรกิจกองทัพ การลบล้างผลพวงรัฐประหาร โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายชยพล สท้อนดี ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ร่วมเวทีเสวนา
.
นายธนาธร กล่าวปาฐกถา อำนาจของกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประกาศยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2540 ยุบสภา ยุบส.ว.และคณะรัฐมนตรี โดยอ้าง 4 เหตุผลของการทำรัฐประหาร 4 ประการ คือ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการทุจริตมโฬาร , รัฐบาลใช้อำนาจควบคุมสื่อ รัฐสภาและระบบตุลาการ ,นายกรัฐมนตรี จาบจ้วงสถาบัน และหลีกเลี่ยงการนองเลือดจากการปะทะระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้าน โดยช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรของประเทศถูกใช้ในการแก้ปัญหาการเมืองมากกว่าแก้ปัญหาประชาชน เทียบตัวเลขทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และเศษฐกิจโลก เป็นตัวบอกได้ดีที่สุด
.
“โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ไทยโตเฉลี่ย 2.6% และหลังรัฐประหารยังล้มเหลวในการปฏิรูประบบราชการ ทำให้โครงสร้างภาครัฐมีขนาดใหญ่ และภาคการเมืองมีการแลกเปลี่ยนกับระบบราชการให้เป็นผู้ค้ำยัน มากกว่ายึดประชาชน ขณะที่งบประมาณแผ่นดิน เหลือน้อยเพราะหมดไปกับการจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นจากเงินกู้ในอดีตที่ถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และจากกฎหมาย ที่ออกแบบเพื่อหวังปราบปรามอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งข้อจำกัดที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนเชิง รวมถึงยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาทางการศึกษา ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของราคาที่เราต้องจ่ายและเสียเวลาไป 2 ทศวรรษที่ไม่ได้เดินไปข้างหน้า ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมแต่เดินถอยหลัง และไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะแก้ปัญหาและพาประเทศไทยไปสู่จุดเดิมได้” นายธนาธร กล่าว
.
นายธนาธร กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่จะทบทวนว่าการทำรัฐประหารที่ผ่านมาส่งผลต่อเศรษฐกิจการเมืองอย่างไร วันนี้ถึงเวลาที่ต้องออกแบบการเมืองใหม่ โดยคำนึงถึงปัญหาที่สะสมและตระหนักถึงอนาคตไปพร้อมกัน ที่ผ่านมาบทบาทของกองทัพ เป็นเจ้าของทรัพยากรของประเทศอย่างมหาศาล ทั้งสนามกอล์ฟ สนามมวย มีอำนาจกำหนดทิศทางการเมือง รัฐวิสาหกิจ ผ่านการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ตรงนี้ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และเศรษฐศาสตร์ที่ทรัพยากรมีจำกัด การใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญ และเป็นสิ่งชี้ขาดว่าประเทศไหนจะพัฒนาได้เร็วกว่ากัน แต่ความอ่อนแอของภาคการเมืองทำให้การตรวจสอบการใช้ทรัพยากรรัฐของกองทัพไม่เกิดขึ้น และยังอ้างเรื่องความมั่นคงมาปกปิดการใช้ทรัพยากรไม่ให้มีการตรวจสอบจากรัฐบาลพลเรือนและสภา โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ทำให้สังคมเสียโอกาส ปัญหาเหล่านี้
.
นายธนาธร กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องมองอนาคต โดยเสนอปรับโครงสร้างกองทัพ ด้วย 3 เป้าหมาย คือ สร้างกองทัพที่มีสมถนะการรบสูง, สร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสร้างสรรค์ประชาธิปไตย เป็นกองทัพมืออาชีพ โดยเคารพรัฐบาลพลเรือน เคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองและไม่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้นำทรัพย์สินของกองทัพ มาใช้ให้ประโยชน์กับสาธารณะและประชาชน อาทิ เปลี่ยนหอประชุมนานาชาติกองทัพบก รามอินทรา เปลี่ยนสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ เป็นสวนสาธารณะ เชื่อมระบบขนส่งแก้ปัญหาการเดินทาง เปลี่ยนโครงข่ายไฟฟ้าของกองทัพเรือที่สัตหีบ ให้เป็นนิติบุคคลและเป็นพื้นที่ทดลอง ก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ เป็นต้น และจากการทำงานกับกองทัพ 3 ปี พบว่ากองทัพ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง หากทำได้ประเทศจะไปไกลเนื่องจากทรัพยากรในกองทัพ ยังมีอีกมหาศาลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หากกล้าหาญที่จะเปลี่ยนเราจะไปได้ และอย่าเพิ่งหมดหวังหมดกำลังใจในการฟื้นฟูประเทศไทย
.
ด้านนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมเสวนา ถึงการรัฐประหารและลบล้างผลพวงรัฐประหาร ตอนหนึ่ง ว่า เมื่อนิติรัฐล่มสลาย จึงเปิดช่องให้มีการปล้นประเทศ ซึ่ง 20 ปีผลพวงยังไม่จบสิ้น อาทิ กรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนหนึ่ง ที่ถูกอ้างเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ เรื่องนี้รัฐบาลไม่ควรให้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวเพราะกระทบกับประเทศ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าจะทำอย่างไรทั้งที่มีการอภิปรายในเรื่องนี้มาแล้ว รวมถึงเรื่องการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ทำลายระบบคุณธรรม เอาภาษีไปบำรุงคนโกง จ่ายเป็นสวัสดิการหล่อเลี้ยงคนโกงประเทศและให้คนโกงเป็นสมุนรับใช้ของระบอบน้ำเงิน หากไม่ทำตามก็ถูกเปิดเผยข้อมูลทำลายข้าราชการคนนั้นต่อไป
.
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ภัยคุกคามของเราวันนี้ มาจากสิ่งที่คณะรัฐประหารอ้างขึ้นว่ามีคนคิดไม่ดีกับเจ้าเลยต้องยึดอำนาจไปจากประชาชน และเมื่อกลับมาทบทวนจะเห็นว่า หากมีอะไรมาขวางก็ยกเลิก และสร้างกลไกใหม่ขึ้นมา การรัฐประหารทุกครั้ง คือ การทำให้นิติรัฐอ่อนแอ และวันนี้ยังสถาปนาองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงินขึ้นมา ผลพวงของรัฐประหาร ไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญถูกทำลาย ไม่ใช่แค่คำสั่งของคณะรัฐประหาร ไม่ใช่แค่นายพลขึ้นเป็นนายกฯ แต่คือ ระบบที่ทำซ้ำเพื่อให้สังคมยอมรับว่า การรัฐประหารโดยอ้างเบื้องสูงสามารถอยู่เหนือกติกาได้ ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอทำให้นิติรัฐ แข็งแรงและมีบทบาทมากขึ้น โดยคนต้องเคารพกฎหมายมากกว่ากลัวคนที่มีอำนาจ รัฐธรรมนูญต้องเป็นกติกาของประชาชน ไม่ใช่พินัยกรรมของผู้ยึดอำนาจ ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นในเรื่องอดีตแต่ต้องการตัดวงจรที่จะเกิดในอนาคต
.
.
โรม ยันเอาผิด 157 กกต. ข้องใจทำตามหน้าที่หรือใส่สีเอาคืน หลังปูด สว.สีส้ม ดักคอ อย่าให้มี กกต.สีน้ำเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896574
.
โรม ยันเอาผิด 157 กกต. ข้องใจทำตามหน้าที่หรือใส่สีเอาคืน หลังปูด สว.สีส้ม ดักคอ อย่าให้มี กกต.สีน้ำเงิน
.
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 19 ก.ย.ที่หอศิลปกรุงเทพ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เตรียมจะพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสว.สีส้ม ว่า ตอนนี้ควรโฟกัสไปที่พยานหลักฐานและไม่แน่ใจว่ามีหลักฐานอย่างไร ที่พยายามบอกว่ามี สว.สีนั้นสีนี้ ต้องแยกแยะระหว่างที่มีการพบปะแล้วมี กกต.เข้าไปร่วม กับประเภทจ่ายเงินอ้างเบื้องบน ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ การที่เราเห็นพยานหลักฐานทั้งหมด ในฐานะฝ่ายค้าน จึงต้องหยิบยกเรื่องนี้เข้ามาพูดคุยเพราะมีพยานหลักฐานแน่นหนา และสิ่งที่อยากเห็นคืออยากให้ กกต.มีความขยันดำเนินการเอาผิดกับคนฮั้ว สว.ที่เรียกได้ว่าเป็นขบวนการ โดยเฉพาะในกลุ่มที่พยานหลักฐานแน่นหนา ที่มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)แต่เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ทำให้ต้องเดินหน้าดำเนินคดีกับ กกต.ที่ไม่ทำตามหน้าที่นี้
.
“ต้องถามว่าการทำงานของ กกต.วันนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือการแก้แค้นเอาคืน จึงไม่แน่ใจว่าเมื่อผ่านกระบวนการในชั้น กกต. ที่เกี่ยวข้องกับสว.สีน้ำเงิน แล้ว สิ่งที่น่ากลัวตามมาคือ กกต.สีน้ำเงิน ที่พยายามทำหน้าที่อย่างไม่ตรงไปตรงมา ละเมิดกฎหมายหลายข้อ ดังนั้นพรรคประชาชนจะไม่นิ่งเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ ส่วน สว. สีน้ำเงินต้องติดตามต่อไป และทำหน้าที่ของให้ดีที่สุด”นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า เรื่องสว.สีส้ม มองเป็นการถูกเอาคืนหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องถามว่ามีอะไรให้เอาคืน พรรคประชาชนไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ที่เดือดร้อนคือมีความพยายามจะเอาสีของพรรคประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าเราไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไร แต่ที่สนใจคือเรื่องของแรงจูงใจการทำหน้าที่ของ กกต. สิ่งที่กำลังทำอยู่ต้องการอะไร เนื่องจากไม่ได้เห็นความกระตือรือร้นในการดำเนินการกับ สว.สีน้ำเงิน ทั้งที่มีพยานหลักฐาน มีเรื่องของการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องถามว่าเป็นแรงจูงใจที่ต้องการปฏิบัติหน้าที่ หรือต้องการใส่สีตีไข่ ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค
.
ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องมาตรา 157 กับ กกต. เพราะมีพยานหลักฐานที่มากกว่าการกลับคำให้การ เพราะเรื่องนี้เป็นลักษณะขององค์กรอาชญากรรม มีการจัดตั้ง มีการจ่ายเงิน และแอบอ้างสถาบัน จะบอกว่าคนนั้นเกี่ยวหรือคนนี้ไม่เกี่ยวพูดลำบาก เพราะมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ขอย้ำว่ามีหลักฐานพยานเยอะ และการทำหน้าที่ของเรา คือไม่ได้มองว่า ใครอยู่สีอะไร แต่ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐาน.
.
.
พริษฐ์ โต้ ภราดร อ้างโพยฮั้วทำหลังเลือก สว. ฟังไม่ขึ้น ลั่น ฝ่ายค้านชำแหละต่อในศึกซักฟอกแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896594
.