‘Always Lalisa’ ได้รับรีวิว ‘Fresh’ ที่ 2 บน Rotten Tomatoes จาก @POVmagazine! - แปล -

‘Always Lalisa’ ได้รับรีวิว ‘Fresh’ ที่สองบน Rotten Tomatoes จาก @POVmagazine!

"ภาพยนตร์เรื่องนี้บันทึกหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณที่จำเป็นในการทำให้ความฝันของตัวเองเป็นจริง"

“Always Lalisa โดดเด่นอย่างแท้จริงเมื่อจังหวะเบสกระแทกและสปอตไลต์หมุนวนเพื่อเน้นย้ำศิลปินที่กำลังก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของเธอ”
— POV Magazine

Always Lalisa Review: K-Pop Star Is Born Again
full review:

หน้าที่ 1: Always Lalisa Review: K-Pop Star Is Born Again (ซุปตาร์เคป็อปจุติใหม่อีกครั้ง)
Always Lalisa
(สหรัฐอเมริกา, 97 นาที)
ผู้กำกับ: ซู คิม (Sue Kim)
ผู้อำนวยการสร้าง: ซู คิม, คอร์ทนีย์ คร็อกเก็ตต์ (Courtney Crockett)
โปรแกรมฉาย: TIFF Galas (รอบปฐมทัศน์โลก)

แฟนเพลงรู้จัก "ลิซ่า" ในฐานะแร็ปเปอร์จากเกิร์ลกรุ๊ปวง BLACKPINK แต่ไอคอนเคป็อปคนนี้ปรารถนาให้โลกจดจำเธอในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ศิลปินสาวรุ่นใหม่คนนี้ได้รับสปอตไลต์ในสปอร์ตไลต์ของตัวเองผ่านสารคดี Always Lalisa ที่ได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าถึงชีวิตเบื้องหลังของปรากฏการณ์ทางดนตรีระดับโลก ในขณะที่มูลค่าและชื่อเสียงของเธอพุ่งทะยานขึ้นสู่เวทีโลก ภาพยนตร์สารคดีเบื้องหลังอันใกล้ชิดชิ้นนี้จากผู้กำกับ ซู คิม (เจ้าของผลงาน The Last of the Sea Women) จะพาไปจับชีพจรและติดตามชีวิตของลิซ่าในตอนที่เธอกำลังเตรียมตัวก้าวขึ้นสู่เวทีเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella

เทศกาลดนตรีครั้งสำคัญของอเมริกานี้ถือเป็นสนามทดสอบหลักสำหรับเส้นทางอาชีพของลิซ่าในฐานะศิลปินเดี่ยวนอกวง BLACKPINK แม้ว่าเธอเคยแสดงในเทศกาลนี้ร่วมกับวง BLACKPINK มาก่อน แต่การลุยเดี่ยวในครั้งนี้เกิดขึ้นตามมาติด ๆ หลังจากการปล่อยอัลบั้ม Alter Ego ของเธอ ซึ่งประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์แต่ได้รับกระแสตอบรับที่กึ่ง ๆ (มีทั้งบวกและลบ) คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงดูเหมือนเป็นช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย (do-or-die) สำหรับศิลปินที่กำลังเดิมพันครั้งใหญ่ นักร้องสาวชาวไทยผู้ใช้ชื่อเดี่ยว คนนี้ ดูเหมือนจะเกิดมาเพื่อเป็นดาว และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้บันทึกภาพหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณที่ต้องแลกมาเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง

คุณแม่ของลิซ่าเล่าให้ฟังว่า โชคชะตาของลูกสาวเธอถูกกำหนดไว้ในดวงดาวแล้ว เธอระลึกถึงตอนที่ไปหาหมอดูตั้งแต่ลิซ่ายังเด็กและถามว่าโชคชะตามีอะไรเตรียมไว้ให้ลูกสาวของเธอ ซึ่งตอนนั้นมีชื่อว่า "ปราณปรียา" คุณแม่เล่าว่าหมอดูแนะนำว่า ความรักและความสำเร็จจะหลั่งไหลมาสู่เด็กสาวคนนี้มากกว่านี้อย่างมหาศาลหากใช้ชื่อว่า "ลลิษา" ศิลปินชื่อดังที่ใคร ๆ ต่างรู้จักในชื่อ ลลิษา มโนบาล จึงได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง และภาพยนตร์ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวยอมรับว่าชื่อใหม่นี้เหมาะสมกับเธอในทันที



หน้าที่ 2:

นักร้องสาวเริ่มมีอารมณ์ร่วมและตื้นตันใจในระหว่างการสัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา เมื่อเธอได้ย้อนมองเส้นทางสู่ชื่อเสียงของตัวเอง เรื่องราวของลิซ่าเผยให้เห็นถึงกลไกการทำงานของระบบอุตสาหกรรมเคป็อป (k-pop machine) เธอเล่าถึงตอนที่ไปออดิชันกับค่ายเพลงเกาหลี YG Entertainment และผ่านด่านแรกไปสู่ด่านที่สองอันเข้มข้น มันเป็นการผสมผสานแบบรายการ American Idol และ Hunger Games เมื่อเธอยังจำการฝึกซ้อมที่ยากลำบากและการซ้อมเต้นอย่างหนักหน่วง ตามมาด้วยการแสดงต่อหน้าบรรดาผู้บริหาร (Bosses) ที่จะคัดผู้สมัครออกสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เพื่อหล่อหลอมให้เกิดเกิร์ลกรุ๊ปที่สมบูรณ์แบบตามความต้องการของพวกเขา

ลิซ่าได้แสดงความรู้สึกอันซับซ้อนในขณะที่พยายามพูดอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับความอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัดของเธอ ต่อการถูก "จับใส่กล่องสำเร็จรูป" โดยระบบการค้า เธอเน้นย้ำว่ามีปัจจัยสองประการที่ทำให้บทบาทของเธอในยุคเคป็อปเฟื่องฟูนั้นมีความพิเศษ ปัจจัยแรกคือในฐานะนักร้องไทย ดนตรีไม่ได้อยู่ในภาษาแม่ของเธอ และระบบของเกาหลีก็ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องการอ้าแขนรับคนนอก ยิ่งไปกว่านั้น เธอยืนยันว่าอาชีพของเธอเริ่มต้นด้วยความทะเยอทะยานที่อยากจะเป็น "นักร้อง" โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนใด ๆ เธอบอกว่าผู้มีอำนาจตัดสินใจของวงเลือกที่จะให้เธอรับหน้าที่เป็น "แร็ปเปอร์" ซึ่งเธอก็ยอมรับและก้าวเดินต่อไปด้วยความกระตือรือร้นสำหรับโอกาสครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง (Imposter Syndrome) ก็ได้เริ่มฝังรากลึกในช่วงแรก ๆ ของอาชีพเธอ

Always Lalisa ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เพลงฮิตของวง BLACKPINK มากนัก เนื่องจากลิซ่ากำลังอยู่ในช่วงพักจากวง ลิซ่าพร้อมแล้วสำหรับยุคศิลปินเดี่ยวของเธอ และผู้กำกับอย่างคิมก็ได้เรียบเรียงเรื่องราวโดยการเฝ้าสังเกตการขับเคลื่อนเพื่อ "ความแท้จริง" (authenticity) ในระบบที่มักจะให้รางวัลแก่ผลิตภัณฑ์ (products) มากกว่าตัวศิลปิน ลิซ่าหวังที่จะนิยามตัวเองใหม่ด้วยอัลบั้มใหม่ของเธอ ซึ่งเป็นการตอบโต้ในเชิงแนวคิดต่อการถูกตีกรอบอยู่ในกล่องมานานหลายปี

อัลบั้ม Alter Ego นำเสนอภาพลักษณ์หรือตัวตน 5 ด้านให้แฟน ๆ ได้เห็น "ลิซ่า" แต่ละคนจะแสดงออกถึงแง่มุมต่าง ๆ ของตัวเธอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักแสดงผู้ดุดันบนเวทีนั้นตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับเด็กสาวผู้อ่อนหวานและไร้เดียงสาที่อยู่เบื้องหลัง ในขณะที่ลิซ่าแต่งเพลง อัดเสียง และซ้อมเต้นภายใต้รูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ลิซ่ายุค Y2K, ลิซ่าผู้รักสัตว์ หรือ ลิซ่ามาดเท่สุดดื้อรั้น (badass Lisa) — เธอได้ตอกกลับอัตลักษณ์ที่ถูกโรงงานผลิตขึ้นมาซึ่งเคยจำกัดตัวตนของเธอในผลงานยุคแรก ๆ


หน้าที่ 3:

อย่างไรก็ตาม การผลักดันนี้ไม่ได้มาง่าย ๆ การทำโชว์นี้หมายถึงการต้องทำ "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ในขณะที่การแสดงร่วมกับวง BLACKPINK ทำให้เธอสามารถพึ่งพาพี่น้องร่วมเวทีได้ การเต้นที่เข้มข้น การเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย การจัดระเบียบร่างกายให้ตรงตำแหน่ง การรักษาจังหวะในขณะที่ร้องสดไปด้วย และการเตือนตัวเองให้หายใจในระหว่างที่ทำทั้งหมดนั้น การพลิกโฉมตัวเองของลิซ่าสะท้อนถึงความต้องการที่จะพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าเธอคือศิลปินที่แท้จริง

ภาพยนตร์ Always Lalisa มอบพลังขับเคลื่อนที่ช่วยเติมเต็มให้กับกลุ่มภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับดารา ซู คิม ผู้ซึ่งเคยแสดงความสามารถที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความสัมพันธ์และเข้าถึงผู้ร่วมรายการใน Last of the Sea Women สามารถดึงเอามุมมองทางอารมณ์บางอย่างออกมาจากตัวตนที่มีเสน่ห์ของดาวดวงนี้ ลิซ่าค้นพบความสมดุลที่เหมาะสมของความจริงใจในการให้สัมภาษณ์ของเธอ โดยไม่ถลำลึกจนเกินไปจนทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนกับฝ่ายบริหารของวง BLACKPINK โชคดีที่มุมมองของเธอเกี่ยวกับความแท้จริงไม่ได้ฟังดูเหมือนถูกเทรนหรือซักซ้อมมาอย่างหนักจากสื่อ ความเต็มใจของเธอที่จะเปิดเผยความอ่อนแอและลดการป้องกันตัวลง เช่น ตอนที่เธอระลึกถึงครูสอนดนตรีในวัยเด็กที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยวัยที่ยังน้อยเกินไป ทำให้ผู้ชมได้เห็นเด็กสาวผู้น่ารักที่ผู้ถูกสัมภาษณ์คนอื่น ๆ ต่างพูดถึงด้วยความรักและเอ็นดู

ยิ่งไปกว่านั้น สารคดียังจับภาพไดนามิกในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้นของธุรกิจดนตรี ซึ่งขยายไปไกลกว่าเรื่องราวของซุปตาร์คนหนึ่ง ตั้งแต่เรื่องของวัฒนธรรมแฟนคลับที่เป็นพิษ (toxic fandom) ไปจนถึงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจข้ามสายงาน (crossover appeal) ด้วยผลงานการแสดงเปิดตัวของเธอในซีรีส์ฮิตเรื่อง The White Lotus ในแง่หนึ่ง ความย้อนแย้งของวงป็อปที่ถูกปั๊มออกมาจากพิมพ์เขียวเดียวกัน (cookie cutter pop groups) ได้เปิดหน้าต่างที่น่าสนใจให้เห็นโลกของเคป็อปที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างสรรค์ดนตรีที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้นที่จะคงอยู่ไปอีกหลายยุคหลายสมัย Always Lalisa ให้ภาพที่ชัดเจนของไดนามิกนั้น เมื่ออัลบั้ม Alter Ego ปล่อยออกมา และทั้งแฟนเพลงรวมถึงนักวิจารณ์ต่างไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับมัน พวกเขาส่วนใหญ่ตำหนิอัลบั้มนี้เนื่องจากมันไม่เป็นไปตามกรอบภาพจำของลิซ่าที่พวกเขาคาดหวังไว้ พูดสั้น ๆ ก็คือ พวกเขาพลาดประเด็นสำคัญไป

ภาพยนตร์เรื่องนี้มอบการแนะนำตัวตนของลิซ่าใหม่อีกครั้งอย่างมีพลัง ในขณะที่เวที Coachella แสดงให้เห็นถึงศิลปินที่ได้อยู่ในจุดที่เธอเป็นตัวเองที่สุด ภาพยนตร์เรื่อง Always Lalisa โดดเด่นขึ้นมาอย่างแท้จริงเมื่อเสียงเบสทุ้มต่ำดังขึ้นและแสงไฟสปอตไลต์หมุนวนเพื่อขับเน้นให้เห็นศิลปินที่กำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงในเส้นทางของเธอ เธอทำโชว์ได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าประทับใจ ทั้งบนเวทีและเบื้องหลัง เธอคือศิลปินผู้ทำการแสดงและเธอรู้ตัวดีในข้อนั้น



พบกันในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 12 ต.ค. นี้
สำหรับคนยังไม่มีตั๋วจองด่วน ใกล้ๆ น่าจะไม่มีที่ว่าง
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่