ข่าวทีวีสื่อหลักช่องไหน..ที่ไม่ส่งเสริม "ดราม่า"?

เราสนใจประเด็นนี้ค่ะ ก็เลยลองไปหาข้อมูลดู
เราสรุปมาคร่าวๆ เผื่อใครสนใจเหมือนเรานะคะ^^

ในช่วง 10-20 กว่าปีที่ผ่านมานี้
ปัญหาใหญ่ๆ ของการนำเสนอข่าวสารในสังคมไทย
จะเกิดจากการที่ผู้สื่อข่าว และ/หรือ ผู้รายงานข่าว
มักที่จะ make fun (ล้อเลียน/ทำให้เป็นเรื่องตลก)
และ/หรือ dramatize (เติมไข่ใส่สีให้กับการรายงายข่าว ทำให้เป็นเรื่องดราม่า เร้าอารมณ์ น่าติดตาม)
รวมถึง ออกอาการและสอดแทรกความคิดเห็นส่วนตัวไปในการรายงานข่าว เป็นต้น
ซึ่งสร้างปัญหาเชิงโครงสร้างและความคิดให้แก่สังคมในหลายมิติ เช่น

1. ความบิดเบือนของข้อเท็จจริง ส่งผลให้...
- สาระสำคัญจางไป:
เมื่อข่าวถูกสาดสีตีไข่หรือทำให้ขำขัน ผู้รับสารมักจะจดจำเพียง "มุกตลก"
หรือ "ฉากดราม่า" มากกว่าแก่นสาร สาระสำคัญ หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง

- เกิดความเข้าใจผิด :
การเน้นความสะใจหรือความบันเทิงทำให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
ส่งผลให้สังคมรับข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง


2. การลดทอนคุณค่าและความรุนแรงของปัญหา
- บ่อยครั้งที่ข่าวอุบัติเหตุบางประเภท
ถูกนำมาล้อเลียนหรือสร้างมุกตลกซึ่งเป็นการลดทอนความรุนแรงของปัญหา


3. การสร้างความแตกแยกและการล่าแม่มด
- ปลุกปั่นอารมณ์ร่วม:
การดราม่าข่าวเกินจริงมักใช้ถ้อยคำที่สะใจ เร้าอารมณ์
กระตุ้นให้เกิดความโกรธแค้นหรือเกลียดชัง หรืออินไปกับเรื่องราว เพื่อดึงดูดความสนใจ

- ศาลเตี้ยออนไลน์:
ข่าวที่ถูกทำให้ดราม่ามักนำไปสู่การล่าแม่มด
หรือการรุมประณามบุคคลในข่าวโดยที่ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏแน่ชัด
ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและชื่อเสียงอย่างกู้คืนได้ยาก


4. วิกฤตความน่าเชื่อถือของสื่อ
- เน้นยอดวิวมากกว่าจริยธรรม:
เมื่อสื่อหลักหรือสื่อออนไลน์หันมาใช้วิธีดราม่าข่าวเพื่อเรียกยอดไลก์และยอดแชร์
สังคมจะเริ่มลดความเชื่อมั่นในสำนักข่าว

- ข่าวคุณภาพลดลง: เม็ดเงินและเวลาถูกเทไปกับการทำข่าวเชิงดราม่า
ส่งผลให้ข่าวสืบสวนสอบสวนหรือข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจริง ๆ มีพื้นที่น้อยลง


-----------------------

ข่าวทีวีสื่อหลักช่องไหน..ที่ไม่ส่งเสริม "ดราม่า"?

Thai PBS / TNN 16  / PPTV HD 36 / 9 MCOT HD

โดยพิจารณาจากเกณฑ์ด้านล่างนี้

1. รูปแบบการนำเสนอแบบ "รายงานข่าว" ไม่ใช่ "เล่าข่าว" (Reporting vs. Storytelling)

เกณฑ์: ผู้ประกาศข่าวทำหน้าที่รายงาน ข้อเท็จจริง (Facts) ตามสคริปต์และหลักฐาน
ไม่ใช่การสวมบทบาทเป็นนักเล่าเรื่องที่ใส่ความรู้สึกส่วนตัว
ใช้น้ำเสียงประชดประชัน หรือสีหน้าท่าทางลงไปในข่าว


2. ความสมดุลของเนื้อหา

เกณฑ์: จัดสัดส่วนประเภทข่าวอย่างเหมาะสม ไม่เทน้ำหนักไปที่ข่าวอาชญากรรม ข่าวชาวบ้าน
ข่าวไสยศาสตร์ หรือเรื่องดราม่าส่วนตัวของบุคคล

ช่องเหล่านี้เลือกที่จะให้พื้นที่ส่วนใหญ่กับ ข่าวเชิงโครงสร้าง
เช่น ข่าวนโยบายสาธารณะ เศรษฐกิจ
ปัญหาสิ่งแวดล้อม การศึกษา และข่าวต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนหมู่มาก
มากกว่าการขยี้ข่าวความขัดแย้งของคนสองคนเพื่อเรียกยอดวิว


3. การปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและสิทธิมนุษยชน

เกณฑ์: เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียหายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในข่าว

มีการเบลอหน้าผู้เสียหายหรือผู้เยาว์อย่างเข้มงวด
ไม่สัมภาษณ์จี้ถามญาติผู้เสียชีวิตในลักษณะซ้ำเติมบาดแผลทางใจ
และไม่นำผู้ต้องหามาทำเป็นฮีโร่หรือดาราในสังคม


4. การตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำเสนอ

เกณฑ์: มุ่งเน้นความถูกต้องแม่นยำมากกว่าความรวดเร็วในการชิงพื้นที่สื่อ

ข้อมูลต้องผ่านกระบวนการคัดกรองจากโต๊ะบรรณาธิการ
มีแหล่งข่าวที่ระบุตัวตนและน่าเชื่อถืออ้างอิงชัดเจน
ไม่หยิบเอาโพสต์ลอย ๆ หรือคลิปไวรัลจาก TikTok/Facebook ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบมาขยายผลเป็นข่าวใหญ่โต


5. โครงสร้างธุรกิจและเป้าหมายของสถานี (Business Model)

เกณฑ์: ความกดดันด้านเรตติ้งเพื่อความอยู่รอดทางการค้ามีผลโดยตรงต่อการทำข่าวเชิงดราม่า

Thai PBS เป็นสื่อสาธารณะ ไม่มีโฆษณา จึงไม่ต้องแข่งรันเรตติ้ง
TNN 16 วางตำแหน่งเป็นสถานีข่าวเศรษฐกิจและต่างประเทศ
กลุ่มคนดูคือคนทำงานและนักลงทุน จึงต้องขายความน่าเชื่อถือของข้อมูล
PPTV และ 9 MCOT เน้นภาพลักษณ์ของการเป็นสถานีข่าวเชิงลึกและสำนักข่าวแห่งชาติ
จึงจำเป็นต้องรักษามาตรฐานเพื่อความน่าเชื่อถือในระยะยาว

-------------------------

***ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลโดยใช้ AI

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่