"เขาถอดรหัสลับที่เยอรมันคิดว่าไม่มีทางถูกไข เขาย่นสงครามโลกไป 2 ปี แต่รัฐบาลกลับตอบแทนเขาด้วยการทำลายชีวิตเขาทิ้ง นี่คือเรื่องจริงของ The Imitation Game"
ปี 1951 เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งหลังได้รับแจ้งเหตุขโมยขึ้นบ้าน แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้เลยก็คือ ชายที่อยู่ในบ้านหลังนี้ คือคนที่ช่วยเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง และสิ่งที่เขาทำนั้น ถูกสั่งให้เป็นความลับสุดยอดที่ห้ามใครล่วงรู้ตลอดไป....
ปี 1939 สงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น กองทัพเรือเยอรมันใช้เครื่องเข้ารหัสลับที่เรียกว่า "อีนิกม่า" ในการส่งคำสั่งทางทหาร ความน่ากลัวของมันคือ รหัสจะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกเที่ยงคืน ทำให้ต่อให้ถอดรหัสได้ในวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ความเป็นไปได้ของรหัสมีมากกว่า 159 ล้านล้านล้านรูปแบบ หน่วยข่าวกรองอังกฤษจึงต้องระดมนักคณิตศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ และนักไขปริศนาที่เก่งที่สุดในประเทศ มารวมตัวกันที่คฤหาสน์ลับแห่งหนึ่งชื่อ เบล็ตช์ลีย์ พาร์ค
หนึ่งในผู้ถูกเรียกตัวมาคือ อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่ทัวริงไม่ใช่คนที่เข้ากับใครง่ายๆ เขาพูดตรงเกินไป มองข้ามมารยาททางสังคม และไม่สนใจจะทำงานเป็นทีมแบบที่คนอื่นถอดรหัสด้วยมือ เขาปะทะกับ ฮิว อเล็กซานเดอร์ หัวหน้าทีมคนเดิมแทบจะทันทีที่เจอกัน เพราะทัวริงเชื่อว่าวิธีเดียวที่จะเอาชนะเครื่องจักรของศัตรูได้ ก็คือการสร้างเครื่องจักรอีกเครื่องขึ้นมาสู้ เมื่อผู้บังคับบัญชาไม่ยอมอนุมัติ เขาจึงเขียนจดหมายตรงถึงนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล และได้รับอนุมัติให้เป็นหัวหน้าทีมเสียเอง
ทัวริงคิดวิธีคัดคนเข้าทีมแบบไม่เหมือนใคร ด้วยการตีพิมพ์ปริศนาอักษรไขว้สุดหินลงหนังสือพิมพ์ ใครไขได้ในเวลาที่กำหนดจะถูกเรียกมาทดสอบ หนึ่งในนั้นคือ โจน คลาร์ก หญิงสาวที่ไขปริศนาได้เร็วกว่าใคร แต่ในยุคที่ผู้หญิงแทบไม่มีที่ยืนในงานแบบนี้ ทัวริงต้องช่วยหาทางให้เธอได้เข้าทำงานอย่างเป็นทางการ ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทที่เข้าใจกันในแบบที่ไม่มีใครในทีมเข้าใจทัวริงได้เท่านี้มาก่อน
ทัวริงเริ่มสร้างเครื่องจักรคำนวณ ซึ่งเป็นต้นแบบของคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ และตั้งชื่อมันว่า "คริสโตเฟอร์" ตามชื่อเพื่อนสนิทสมัยเรียนที่เขาเคยรักและเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร แต่การสร้างเครื่องจักรไม่ใช่เรื่องง่าย หลายเดือนผ่านไปโดยไม่มีความคืบหน้า งบประมาณและความอดทนของผู้บังคับบัญชาร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ทัวริงเกือบถูกไล่ออก และเครื่องจักรเกือบถูกทุบทิ้ง แต่เพื่อนร่วมทีมที่เคยเกลียดเขา กลับยืนหยัดปกป้องเขาไว้ และขอเวลาเพิ่มอีกหนึ่งเดือนสุดท้าย
ท่ามกลางแรงกดดัน โจนตัดสินใจจะแต่งงานกับทัวริง เพื่อให้ครอบครัวของเธอยอมให้เธอทำงานต่อไปได้ ก่อนถึงวันสำคัญ ทัวริงตัดสินใจสารภาพความจริงกับเธอว่าเขาเป็นเกย์ ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่โจนกลับตอบว่าเธอรู้อยู่แล้ว และยังต้องการแต่งงานกับเขาอยู่ดี เพราะสิ่งที่ทั้งคู่มีให้กันคือมิตรภาพที่ลึกซึ้งกว่าคำว่ารักแบบทั่วไป
แล้ววันหนึ่ง ขณะนั่งคุยเล่นในบาร์กับเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่ง ทัวริงบังเอิญได้ยินว่า เจ้าหน้าที่วิทยุฝ่ายเยอรมันมักส่งข้อความทักทายแฟนสาวด้วยประโยคเดิมซ้ำทุกเช้า ไอเดียนี้จุดประกายทัวริงทันที ถ้าพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าข้อความไหนจะมีคำซ้ำแบบไหน ก็สามารถใช้จุดนั้นเป็นทางลัดในการตัดตัวเลือกของรหัสให้เหลือน้อยลงได้ เขารีบวิ่งกลับไปปรับเครื่องจักรใหม่ทั้งคืน และในที่สุด เครื่องก็หยุดหมุน ตัวเลขล็อกลงตัว นั่นคือรหัสอีนิกม่าถูกไขสำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ทีมงานตื่นเต้นจะรีบแจ้งกองทัพให้ป้องกันเรือที่กำลังจะถูกโจมตีทันที แต่ทัวริงกลับหยุดพวกเขาไว้ เพราะถ้าฝ่ายเยอรมันรู้ว่ารหัสถูกไขแล้ว พวกเขาจะเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมดทันที งานทั้งหมดที่ทำมาจะสูญเปล่า ทีมงานจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่โหดร้ายที่สุด นั่นคือ ต้องเลือกว่าจะช่วยเหตุการณ์ไหน และปล่อยให้เหตุการณ์ไหนเกิดขึ้นโดยไม่แจ้งเตือน ทั้งที่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนต้องเสียชีวิต เพื่อรักษาความลับที่จะช่วยชีวิตคนได้มากกว่าในระยะยาว
งานลับของทีมเบล็ตช์ลีย์ พาร์ค กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงครามโลกครั้งที่สองเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองปี และคาดว่าช่วยชีวิตคนไว้ได้หลายล้านคน แต่เพราะเป็นความลับทางราชการระดับสูงสุด ทุกคนในทีมจึงต้องสาบานว่าจะไม่มีวันเปิดเผยเรื่องนี้ เอกสารและเครื่องจักรเกือบทั้งหมดถูกทำลายทิ้งทันทีหลังสงครามจบ
เรื่องราวย้อนกลับมาที่ปี 1951 ทัวริงไม่สามารถอธิบายความจริงเรื่องงานลับในสงครามให้ตำรวจฟังได้ การสืบสวนจึงเผยให้เห็นว่าเขามีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาถูกจับกุมในข้อหารักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายในยุคนั้น ศาลให้เขาเลือกระหว่างติดคุก หรือรับการบำบัดด้วยฮอร์โมน ซึ่งก็คือการตอนทางเคมี ทัวริงเลือกอย่างหลังเพื่อจะได้ทำงานวิจัยต่อไปได้ แต่ผลข้างเคียงกลับทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเขาอย่างรุนแรง เมื่อโจนมาเยี่ยม เธอเห็นสภาพที่ย่ำแย่ของเขา และทัวริงเองก็สารภาพว่าเขากลัวและเจ็บปวดแค่ไหน
อลัน ทัวริง เสียชีวิตในปี 1954 จากพิษไซยาไนด์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะมีอายุเพียง 41 ปี งานที่เขาทำที่เบล็ตช์ลีย์ พาร์คถูกเก็บเป็นความลับนานหลายสิบปี จนกระทั่งปี 1970 โลกถึงได้รับรู้ความจริง และในปี 2013 รัฐบาลอังกฤษได้ออกพระราชทานอภัยโทษให้เขาอย่างเป็นทางการ วันนี้ อลัน ทัวริง ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ และเป็นหนึ่งในวีรบุรุษผู้เงียบงันที่สุดของสงครามโลกครั้งที่สอง
###บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อส่งการบ้าน module2 วิชา network and Cyber security เท่านั้น###
สปอยล์หนัง The Imitation Game (2014)
ปี 1951 เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งหลังได้รับแจ้งเหตุขโมยขึ้นบ้าน แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้เลยก็คือ ชายที่อยู่ในบ้านหลังนี้ คือคนที่ช่วยเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง และสิ่งที่เขาทำนั้น ถูกสั่งให้เป็นความลับสุดยอดที่ห้ามใครล่วงรู้ตลอดไป....
ปี 1939 สงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น กองทัพเรือเยอรมันใช้เครื่องเข้ารหัสลับที่เรียกว่า "อีนิกม่า" ในการส่งคำสั่งทางทหาร ความน่ากลัวของมันคือ รหัสจะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกเที่ยงคืน ทำให้ต่อให้ถอดรหัสได้ในวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ความเป็นไปได้ของรหัสมีมากกว่า 159 ล้านล้านล้านรูปแบบ หน่วยข่าวกรองอังกฤษจึงต้องระดมนักคณิตศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ และนักไขปริศนาที่เก่งที่สุดในประเทศ มารวมตัวกันที่คฤหาสน์ลับแห่งหนึ่งชื่อ เบล็ตช์ลีย์ พาร์ค
หนึ่งในผู้ถูกเรียกตัวมาคือ อลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่ทัวริงไม่ใช่คนที่เข้ากับใครง่ายๆ เขาพูดตรงเกินไป มองข้ามมารยาททางสังคม และไม่สนใจจะทำงานเป็นทีมแบบที่คนอื่นถอดรหัสด้วยมือ เขาปะทะกับ ฮิว อเล็กซานเดอร์ หัวหน้าทีมคนเดิมแทบจะทันทีที่เจอกัน เพราะทัวริงเชื่อว่าวิธีเดียวที่จะเอาชนะเครื่องจักรของศัตรูได้ ก็คือการสร้างเครื่องจักรอีกเครื่องขึ้นมาสู้ เมื่อผู้บังคับบัญชาไม่ยอมอนุมัติ เขาจึงเขียนจดหมายตรงถึงนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล และได้รับอนุมัติให้เป็นหัวหน้าทีมเสียเอง
ทัวริงคิดวิธีคัดคนเข้าทีมแบบไม่เหมือนใคร ด้วยการตีพิมพ์ปริศนาอักษรไขว้สุดหินลงหนังสือพิมพ์ ใครไขได้ในเวลาที่กำหนดจะถูกเรียกมาทดสอบ หนึ่งในนั้นคือ โจน คลาร์ก หญิงสาวที่ไขปริศนาได้เร็วกว่าใคร แต่ในยุคที่ผู้หญิงแทบไม่มีที่ยืนในงานแบบนี้ ทัวริงต้องช่วยหาทางให้เธอได้เข้าทำงานอย่างเป็นทางการ ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทที่เข้าใจกันในแบบที่ไม่มีใครในทีมเข้าใจทัวริงได้เท่านี้มาก่อน
ทัวริงเริ่มสร้างเครื่องจักรคำนวณ ซึ่งเป็นต้นแบบของคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ และตั้งชื่อมันว่า "คริสโตเฟอร์" ตามชื่อเพื่อนสนิทสมัยเรียนที่เขาเคยรักและเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร แต่การสร้างเครื่องจักรไม่ใช่เรื่องง่าย หลายเดือนผ่านไปโดยไม่มีความคืบหน้า งบประมาณและความอดทนของผู้บังคับบัญชาร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ทัวริงเกือบถูกไล่ออก และเครื่องจักรเกือบถูกทุบทิ้ง แต่เพื่อนร่วมทีมที่เคยเกลียดเขา กลับยืนหยัดปกป้องเขาไว้ และขอเวลาเพิ่มอีกหนึ่งเดือนสุดท้าย
ท่ามกลางแรงกดดัน โจนตัดสินใจจะแต่งงานกับทัวริง เพื่อให้ครอบครัวของเธอยอมให้เธอทำงานต่อไปได้ ก่อนถึงวันสำคัญ ทัวริงตัดสินใจสารภาพความจริงกับเธอว่าเขาเป็นเกย์ ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่โจนกลับตอบว่าเธอรู้อยู่แล้ว และยังต้องการแต่งงานกับเขาอยู่ดี เพราะสิ่งที่ทั้งคู่มีให้กันคือมิตรภาพที่ลึกซึ้งกว่าคำว่ารักแบบทั่วไป
แล้ววันหนึ่ง ขณะนั่งคุยเล่นในบาร์กับเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่ง ทัวริงบังเอิญได้ยินว่า เจ้าหน้าที่วิทยุฝ่ายเยอรมันมักส่งข้อความทักทายแฟนสาวด้วยประโยคเดิมซ้ำทุกเช้า ไอเดียนี้จุดประกายทัวริงทันที ถ้าพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าข้อความไหนจะมีคำซ้ำแบบไหน ก็สามารถใช้จุดนั้นเป็นทางลัดในการตัดตัวเลือกของรหัสให้เหลือน้อยลงได้ เขารีบวิ่งกลับไปปรับเครื่องจักรใหม่ทั้งคืน และในที่สุด เครื่องก็หยุดหมุน ตัวเลขล็อกลงตัว นั่นคือรหัสอีนิกม่าถูกไขสำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ทีมงานตื่นเต้นจะรีบแจ้งกองทัพให้ป้องกันเรือที่กำลังจะถูกโจมตีทันที แต่ทัวริงกลับหยุดพวกเขาไว้ เพราะถ้าฝ่ายเยอรมันรู้ว่ารหัสถูกไขแล้ว พวกเขาจะเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมดทันที งานทั้งหมดที่ทำมาจะสูญเปล่า ทีมงานจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่โหดร้ายที่สุด นั่นคือ ต้องเลือกว่าจะช่วยเหตุการณ์ไหน และปล่อยให้เหตุการณ์ไหนเกิดขึ้นโดยไม่แจ้งเตือน ทั้งที่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนต้องเสียชีวิต เพื่อรักษาความลับที่จะช่วยชีวิตคนได้มากกว่าในระยะยาว
งานลับของทีมเบล็ตช์ลีย์ พาร์ค กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงครามโลกครั้งที่สองเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองปี และคาดว่าช่วยชีวิตคนไว้ได้หลายล้านคน แต่เพราะเป็นความลับทางราชการระดับสูงสุด ทุกคนในทีมจึงต้องสาบานว่าจะไม่มีวันเปิดเผยเรื่องนี้ เอกสารและเครื่องจักรเกือบทั้งหมดถูกทำลายทิ้งทันทีหลังสงครามจบ
เรื่องราวย้อนกลับมาที่ปี 1951 ทัวริงไม่สามารถอธิบายความจริงเรื่องงานลับในสงครามให้ตำรวจฟังได้ การสืบสวนจึงเผยให้เห็นว่าเขามีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาถูกจับกุมในข้อหารักร่วมเพศ ซึ่งผิดกฎหมายในยุคนั้น ศาลให้เขาเลือกระหว่างติดคุก หรือรับการบำบัดด้วยฮอร์โมน ซึ่งก็คือการตอนทางเคมี ทัวริงเลือกอย่างหลังเพื่อจะได้ทำงานวิจัยต่อไปได้ แต่ผลข้างเคียงกลับทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเขาอย่างรุนแรง เมื่อโจนมาเยี่ยม เธอเห็นสภาพที่ย่ำแย่ของเขา และทัวริงเองก็สารภาพว่าเขากลัวและเจ็บปวดแค่ไหน
อลัน ทัวริง เสียชีวิตในปี 1954 จากพิษไซยาไนด์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะมีอายุเพียง 41 ปี งานที่เขาทำที่เบล็ตช์ลีย์ พาร์คถูกเก็บเป็นความลับนานหลายสิบปี จนกระทั่งปี 1970 โลกถึงได้รับรู้ความจริง และในปี 2013 รัฐบาลอังกฤษได้ออกพระราชทานอภัยโทษให้เขาอย่างเป็นทางการ วันนี้ อลัน ทัวริง ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ และเป็นหนึ่งในวีรบุรุษผู้เงียบงันที่สุดของสงครามโลกครั้งที่สอง
###บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อส่งการบ้าน module2 วิชา network and Cyber security เท่านั้น###