🤖​ สึนามิขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากเอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่บริษัทเทคฯยักษ์ใหญ่ยังไร้แผนรับมือ​

สึนามิขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากเอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์ไอทีอายุใช้งานสั้นลง กลายเป็นขยะเร็วขึ้น แต่บริษัทเทคฯยักษ์ใหญ่ยังไร้แผนรับมือ
.
การเร่งสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์” เพื่อรองรับความต้องการใช้ “เอไอ” กำลังพาโลกไปสู่วิกฤติสิ่งแวดล้อมระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าที่คาดคิด รายงานฉบับใหม่จากเครือข่ายการปฏิบัติการบาเซิล (BAN) เตือนว่า การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก จะทำให้เกิด “สึนามิขยะอิเล็กทรอนิกส์” และส่งผลให้ปริมาณขยะพิษต่อปีพุ่งสูงขึ้นถึงสามเท่าภายใน 25 ปีข้างหน้า
.
ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นมหาศาล เป็นผลมาจากดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์แบบยกชุด เพื่อรองรับความสามารถของเอไอ โดย ถูกบีบให้สั้นลงเหลือเพียง 2.5-5 ปีเท่านั้น ซึ่งสั้นกว่าวงจรปกติของอุปกรณ์ไอทีทั่วไปอย่างมาก ส่งผลให้อุปกรณ์ที่ยังคงทำงานได้ดีต้องกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่สามารถรองรับชิปรุ่นใหม่ที่มีความร้อนและพลังงานสูงกว่าได้
.
รายงานของ BAN ชี้ว่า การศึกษาก่อนหน้านี้ประเมินปริมาณขยะเอไอต่ำเกินไปอย่างมาก เนื่องจากนับเฉพาะตัวเซิร์ฟเวอร์และตัวเร่งความเร็วเท่านั้น ทว่าอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์คิดเป็นเพียง 13% ของมวลอุปกรณ์ทั้งหมดในดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น
.
ส่วนอีก 87% ซึ่งเป็นขยะที่ไม่เคยถูกนับ มาจากอุปกรณ์หลายส่วน ได้แก่ 35% มาจากระบบทำความเย็น ขณะที่ 34% อยู่ในระบบจ่ายและกระจายไฟฟ้า ส่วนระบบพลังงานสำรองและแบตเตอรี่ คิดเป็น 15%, และอุปกรณ์เครือข่าย คิดเป็น 3% ซึ่งรวมแล้วหนักกว่า 70,000 ตันต่อกำลังไฟฟ้า 1 กิกะวัตต์ (GW) และทั้งหมดนับเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ข้อตกลง “อนุสัญญาบาเซิล”
.
นอกจากนี้ BAN ยังเสนอแนวคิด “การระบาดของขยะเอไอ” ซึ่งเป็นขยะภายนอกดาต้าเซ็นเตอร์ที่เกิดจากการที่บริษัทผู้ผลิตบังคับให้เปลี่ยนอุปกรณ์ไอที เนื่องจากซอฟต์แวร์ไม่รองรัย ทำให้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์รุ่นเก่าต้องถูกปลดระวางก่อนเวลาอันควร
.
ในสถานการณ์รุนแรงที่สุด ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดจากเอไอเพียงอย่างเดียวอาจสูงถึง 31-46 ล้านตันต่อปีภายในปี 2050 และเมื่อรวมกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามปรกติ ขยะทั่วโลกจะพุ่งสูงถึง 196-211 ล้านตันต่อปี ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึงสามเท่า
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1252433
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่