คำว่า b-side ในทางดนตรีคืออะไร
ความหมายอาจจะหลากหลายขึ้นอยู่กับมองในบริบทใด b-side อาจจะหมายถึงเพลงที่อยู่ในหน้า B ของเทป หรือแผ่นเสียง เพราะมันอยู่ในตำแหน่งนั้นจริง ๆ รวมถึงในยุคที่มีขายแผ่น 7 นิ้ว แผ่นเสียงซิงเกิล b-side ก็คือเพลงแถมในหน้าแผ่นเสียง ขณะเดียวกัน ในยุคต่อมา ที่ซีดีที่แผ่นอ่านหน้าเดียว ไปจนยุค streaming ที่ไม่มีหน้า A หรือ B อีกต่อไป ความหมาย b-side ในเชิงกายภาพอาจจะลดลงไป และถูกเทความหมายไปเป็นเพลงในอัลบั้ม ที่ไม่ได้รับการโปรโมต ไม่ได้ปล่อย MV แทน
ซึ่งคำนี้เอง Moderndog ได้หยิบนำมาใช้ในคอนเสิร์ต "The Very Beside of Moderndog" คอนเสิร์ตที่จะเน้นไปยังเพลง b-side ของวง
ตลอดช่วงเวลากว่า 30 ปีของ Moderndog มีอัลบั้มเต็มทั้งสิ้น 6 ชุด มีบทเพลงต่าง ๆ มากมายกว่า 60 เพลง ดังนั้นหากกล่าวถึงเพลงที่เป็นเพลง b-side ในอัลบั้มของวงก็เรียกได้ว่าหลายเพลง ไม่ว่าจะตามนิยามใดก็ตาม
แต่ก็จะมีบางเพลงของวง ที่เป็นเพลง b-side ที่ปีลึกในระดับที่ไม่ได้บรรจุในอัลบั้มเต็มทั้ง 6 ชุดของวงเลย แถมยังหาฟังตาม streaming ไม่ได้ด้วย จะมีแค่ในที่เฉพาะของวงเท่านั้น เท่าที่นึกออกเพลงหนึ่งก็คือ “คล้าย” ที่เป็นเพลง b-side ของซิงเกิล “รูปไม่หล่อ” และเคยบรรจุอยู่หน้าสุดท้ายของแผ่นเสียงชุด คาเฟ่ ฉบับผลิตปี 2014
"คล้าย" เพลง b-side ของซิงเกิล "รูปไม่หล่อ"
อีกเพลงที่เรียกได้ว่าหาฟังยากของวง
และอีกเพลงที่นึกออก ณ ตอนนี้คือเพลง “...มา”
(เท่าที่หาดูยังไม่มีการเฉลยอย่างเป็นทางการ ว่าทำไมเพลง "...มา" ต้องเว้นจุดสามจุดไว้ข้างหน้าเหมือนเพลง “...ก่อน”)
เพลงนี้ไม่ได้ลึกลับมาก เพราะชาวหมาทันสมัยอาจจะเคยมีโอกาสได้ยินบ้างผ่านอัลบั้มบันทึกการแสดงสดไม่ว่าจะเป็น the very common of moderndog ที่เป็นคอนเสิร์ตที่จัดในช่วงอัลบั้ม love me love my life หรือแม้กระทั่งอัลบั้มบันทึกการแสดงสด Wake Up at Ten ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นตอนวงมีอายุครบ 10 ปี
ฉบับแสดงสด จากคอนเสิร์ต Wake Up at Ten
แต่หากจะหา Studio Version ที่สมบูรณ์ในรายละเอียดการบันทึกเสียงของเพลง จะค่อนข้างหาฟังยาก คุณไม่สามารถหาช่องทางที่เป็นทางการฟังได้ใน streaming และหากจะหาใน YouTube ก็จะไม่ใช่คลิปแรก ๆ ที่โผล่มา เพราะคุณจะไปเจอเวอร์ชั่นแสดงสดสองอันที่กล่าวข้างต้นก่อน แต่เพลงนี้ในเวอร์ชั่นนี้จะซุกตัวอยู่ในแผ่นซิงเกิล “animal”
* อ้างอิงภาพประกอบ จาก forum.munkonggadget.com
ซึ่งแผ่นซิงเกิล “animal” นั้นเป็นหนึ่งในสามแผ่นซิงเกิลของอัลบั้ม love me love my life ที่ถูกทำออกมา โดยในแผ่นซิงเกิลทั้งสามซิงเกิลนี้ ก็จะรวม ๆ กันไปด้วยเพลงหลัก เวตาล (ปกสีแดง) สิ่งที่ไม่เคยบอก (ปกสีน้ำเงิน) และ animal (ปกสีขาว) พร้อมทั้งเพลงในฉบับ remix ของหลาย ๆ เพลง ในหลาย ๆ เวอร์ชั่น แต่ว่าแผ่นซิงเกิล animal นั้นจะพิเศษกว่าอีกสองแผ่นเล็กน้อย ประการแรก คือคุณจะได้ฟังเวอร์ชั่นความเร็วแบบปกติของเพลง animal (ภายใต้คำสร้อยว่า roar version) ก่อนจะเป็นเวอร์ชั่นปรับลดสปีดที่บรรจุในอัลบั้ม
Moderndog - animal (roar version)
ความพิเศษต่อมาก็คือเป็นแผ่นเดียวในสามแผ่นที่มีเพลงใหม่อีกหนึ่งเพลง ที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในอัลบั้ม love me love my life นั่นคือเพลง “...มา” นั่นเอง ถึงแม้จะเป็นเพลงใหม่ที่ไม่ได้บรรจุในอัลบั้มเต็ม แต่ก็เป็นเพลงที่อยู่ใน mood และ tone ของช่วงเวลาอัลบั้มนั้นอยู่ ทั้งดนตรีที่มีความลึกทางอารมณ์ เนื้อหาที่มีความลึกและอาศัยการตีความเช่นกัน ข้อมูลที่ได้รับมาเชิงมุขปาฐะผ่านผู้เข้าชมคอนเสิร์ตครั้งหนึ่งของวง ได้กล่าวว่าเพลงนี้พี่ป๊อด ได้แต่งขึ้นโดยอ้างอิงจากเรื่องของหลักพระพุทธศาสนา แต่งขึ้นโดยพูดถึงพระพุทธเจ้า สอดคล้องกับช่วงเวลาใกล้เคียงกับอัลบั้มที่พี่ป๊อดมีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนา (เรียกสั้น ๆ ว่า บวช) ในช่วงหลังอัลบั้ม คาเฟ่ รวมถึงเนื้อหาที่พูดถึงเรื่องความทุกข์และความสุขในชีวิต
เมื่อเปิดดูเครดิตเพลงนี้ เขียนว่า “featuring velvet” ซึ่งตอนแรกก็นึกไม่ออก หรือไม่รู้เหมือนกันว่าใคร หรือ feat กันจุดไหน แต่พอได้ลองฟังแล้วคิดตามอีกทีก็พบว่า velvet น่าจะเป็นชื่อของเด็กน้อย ที่เป็นเจ้าของเสียงร้องไห้ที่สอดแทรกอยู่ตลอดเพลง สรรพเสียงที่เป็นตัวแทนการกำเนิด การเข้าสู่วัฏจักรชีวิต รวมถึงอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของ “ทุกข์ในเรื่องราว” หรือความ “ปวดร้าว” ในบทเพลง
"...มา" เวอร์ชั่นที่อยู่ในซิงเกิล animal
ขณะเดียวกันเพลงนี้ก็มีแทรกเสียงซีตาร์เอาไว้ด้วย ซีตาร์ (sitar) คือเครื่องดนตรีประเภทพิณของอินเดีย ซึ่งผ่านการบันทึกเสียงโดยพี่เมธีนั่นเอง การใช้เสียงซีตาร์อาจจะเป็นการอ้างอิงถึงสรรพเสียงจากอินเดีย เพื่อให้สอดคล้องหรือเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธศาสนา ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากแถบอินเดีย ซึ่งจริง ๆ เสียงพิณอินเดียกับหลักพระพุทธศาสนาในเพลงไทย เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว อีกครั้งหนึ่งก็คือ “วีณาแกว่งไกว” (ต้นฉบับ เรวัต พุทธินันทน์ และวงคีตกวี) ที่มีการเปรียบเปรยหลักธรรม และการพ้นทุกข์ รวมถึง วีณา ก็เป็นชื่อพิณอีกประเภทของอินเดียเช่นกัน
ดังนั้นหากใครกล่าวว่าเพลง “...มา” พี่ป๊อดแต่งให้พระพุทธเจ้า ก็ถือว่ามีน้ำหนักมากโข เพราะจากท่อน “มาทำให้ฉันมีความสุข...” ก็อาจจะหมายถึงการเปิดรับหลักธรรมคำสอนของพระองค์ เพื่อให้เข้าใจและพ้นทุกข์ แม้สุดท้ายในเพลง เสียงเด็กร้อง สัญญะแห่งความทุกข์จะไม่ได้หยุดหรือดับไป แต่เสียงซีตาร์ที่คลอไป ก็อาจจะหมายถึงการที่ฆารวาสที่ไม่อาจพ้นทุกข์ได้ง่าย แต่อย่างน้อยก็มีหลักธรรมมายึดโยงให้จิตใจสงบและอยู่ร่วมกับความทุกข์ได้ เลยเป็นเหตุผลที่หากใครเคยฟังเพลง “...มา” จากเวอร์ชั่นแสดงสด อยากให้ลองจิ้มฟังเวอร์ชั่นสตูดิโอ เสียงพิณซีตาร์ และเสียงเด็กร้องดูสักครั้ง เพื่อเติมเต็มความรู้สึกของเพลงแแบบที่ทางวงได้สร้างเอาไว้
-นักเลงเพลงสยาม-
18 กันยายน 2569
++ แผ่นนี้มีเรื่อง ++ "...มา" เพลง B-side ของ Moderndog ที่ไม่ได้อยู่ในอัลบั้มใดเลยของวง