"สนุกเกอร์" เมื่อโลกยกให้เป็น "กีฬา" แต่ทำไม "ไทย" ยังไม่ปลดล็อกให้ออกจากการพนัน ?



"สนุกเกอร์" เมื่อโลกยกให้เป็น "กีฬา" แต่ทำไม "ไทย" ยังไม่ปลดล็อกให้ออกจากการพนัน ?

ชัยชนะของ "เอฟ นครนายก" หรือ เทพไชยา อุ่นหนู ในศึกเวิลด์ โอเพ่น 2026 ที่เมืองอวี๋ซาน ประเทศจีน ซึ่งเขาล้มตำนานอย่าง รอนนี่ โอซุลลิแวน พร้อมทำแม็กซิมัมเบรก 147 แต้ม ได้จุดกระแสให้สังคมไทยกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งว่า เหตุใดกีฬาที่นักกีฬาไทยไปสร้างชื่อระดับโลกได้ ถึงยังไม่ถูกกฎหมายไทยยอมรับสถานะ "กีฬา" อย่างเต็มตัว โดยล่าสุด ร่างปลดล็อกสนุกเกอร์พ้นกฎหมายพนัน… ไม่ได้ไปต่อ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่รับรอง โดย “บิ๊กสระบุรี” อรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมผลักดันเรื่องนี้ โพสต์ข้อความว่า “

“นี่ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คือ อนาคตของกีฬา และนักกีฬาไทย”

”ถ้าสนุกเกอร์ไทยมีศักยภาพในระดับโลก มีนักกีฬาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถปลดล็อกกีฬา “สนุกเกอร์” ให้ถูกต้องตามกฎหมายได้? เหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่รับรองร่างกฎหมายนี้?“

รากปัญหา: กฎหมายอายุเกือบร้อยปี

ต้นตอของปัญหาอยู่ที่ พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ซึ่งจัด "บิลเลียดและสนุกเกอร์" ไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่ 23 ทำให้กิจกรรมนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด แม้ภายหลังจะมีกฎหมายส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 และ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ออกมารองรับสถานะนักกีฬาอาชีพแล้ว แต่ในทางปฏิบัติสนามฝึกซ้อมยังต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดศักยภาพนักกีฬาอยู่ดี

ปัญหาซ้อนอีกชั้นคือ แม้ตามบัญชี ข. จะสามารถขออนุญาตเปิดกิจการได้ แต่กฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยกลับห้ามการขออนุญาตในทางปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2505 โดยมีข้อยกเว้นแคบ ๆ เพียง 2 กรณี คือ เล่นในที่พักอาศัยไม่เกิน 1 โต๊ะ หรือเล่นในสมาคมที่จดทะเบียนแต่ไม่เกิน 5 โต๊ะ อีกทั้งกฎหมายคุ้มครองเด็กยังจำกัดไม่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับเยาวชนที่มีพรสวรรค์แต่ไม่สามารถฝึกซ้อมในสโมสรมาตรฐานได้อย่างสะดวก

นโยบายที่ขัดแย้งกันเอง

สถานการณ์นี้สะท้อนภาวะที่หน่วยงานรัฐมองสนุกเกอร์ไม่ตรงกัน ฝั่งกรมการปกครองมองเป็นกิจกรรมเสี่ยงต่อการพนันที่ต้องควบคุมศีลธรรมและความสงบเรียบร้อย ขณะที่การกีฬาแห่งประเทศไทยกลับมองเป็นกีฬาอาชีพที่ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อยกระดับทักษะและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ นักการเมืองบางส่วนได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นสื่อสารว่า เมื่อนักกีฬาไทยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกได้ แต่ที่บ้านเกิดกลับยังมองกิจกรรมของพวกเขาเป็นอบายมุข ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และขวัญกำลังใจในระยะยาว

แม้แต่ฝ่ายที่รณรงค์เรื่องปัญหาการพนันก็ยังเห็นด้วยกับการยกระดับสนุกเกอร์ให้เป็นกีฬา โดยเสนอให้รัฐแยกความแตกต่างระหว่าง "กีฬา" กับ "การพนัน" ให้ชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจุดที่ควรแก้ไขน่าจะเป็นกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทยที่ห้ามการขออนุญาตมาแต่เดิม มากกว่าการแก้ พ.ร.บ.การพนันทั้งฉบับ ซึ่งเชื่อมโยงกับการพนันประเภทอื่นอีกนับร้อยชนิดและอาจทำให้กระบวนการยืดเยื้อ

ต่างประเทศเขามองสนุกเกอร์อย่างไร

ในระดับสากล สนุกเกอร์ได้รับการยอมรับไปไกลกว่าที่กฎหมายไทยยังตามไม่ทัน สนุกเกอร์เป็นกีฬาที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ผ่านสหพันธ์กีฬาบิลเลียดโลก และมีการแข่งขันใน World Games มาตั้งแต่ปี 2001 รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ แม้จะยังไม่เคยได้รับเลือกเข้าสู่โปรแกรมโอลิมปิกจริง โดยเคยยื่นเสนอตัวแต่ไม่ผ่านทั้งโอลิมปิก 2021 และ 2024 และมีแผนจะพยายามอีกครั้งสำหรับโอลิมปิก 2032 ที่บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

สหราชอาณาจักร ต้นตำรับของกีฬานี้ ใช้ Gambling Act 2005 เป็นแกนหลักในการแยก "การพนัน" ออกจาก "กีฬาอาชีพ" อย่างชัดเจน สถานประกอบการที่มีโต๊ะสนุกเกอร์จะถูกจัดประเภท หากเป็นสโมสรกีฬาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนจากท้องถิ่น แต่ต้องห้ามพนันในพื้นที่ฝึกซ้อมอย่างเด็ดขาด สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์อาชีพโลก (WPBSA) ยังมีหน่วยงานเฝ้าระวังความซื่อสัตย์ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลการพนันของรัฐบาล เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของราคาต่อรอง หากพบการล็อกผลการแข่งขันจะถูกลงโทษถึงขั้นแบนตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังแยกใบอนุญาตสโมสรกีฬาออกจากใบอนุญาตร้านเหล้าอย่างเด็ดขาด ทำให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถเข้าฝึกซ้อมในอะคาเดมีมาตรฐานได้โดยไม่ติดขัดกฎหมายสถานบริการ

จีน ใช้แนวทางตรงข้ามแบบรัฐนำ โดยทุ่มลงทุนสร้างศูนย์ฝึกแห่งชาติที่ทันสมัยในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ผนวกการเรียนวิชาสามัญเข้ากับการฝึกซ้อม ทำให้เยาวชนมีสถานะเป็นนักเรียนทุนกีฬาอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็ใช้มาตรการวินัยที่เข้มงวดมาก สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์แห่งประเทศจีนเคยแบนนักกีฬาจีนถึง 10 คนจากกรณีพัวพันการพนันในปี 2023 เพื่อรักษาภาพลักษณ์และมาตรฐานจริยธรรม ปัจจุบันจีนมีสโมสรสนุกเกอร์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วราว 300,000 แห่งทั่วประเทศ และเมืองอวี๋ซานที่เทพไชยาเพิ่งคว้าแชมป์ก็ถูกพัฒนาให้เป็น "เมืองแห่งสนุกเกอร์โลก" มีโรงงานผลิตโต๊ะและอุปกรณ์ครบวงจร กลายเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สร้างงานและรายได้ให้ประเทศ ผลจากการลงทุนต่อเนื่องทำให้นักกีฬาจีนขึ้นเป็นแชมป์โลกได้ติดต่อกันในรอบหลังๆ และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ประธาน WPBSA ระบุว่า IOC เริ่มจับตากีฬาชนิดนี้มากขึ้น

จะเห็นได้ว่าทั้งสองโมเดลต่างกันคนละขั้ว แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือ การแยก "กีฬา" ออกจาก "การพนัน" อย่างเป็นระบบ ด้วยกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ทั้งสองเรื่องปะปนกันเหมือนกรณีของไทย

ทางออกที่มีการเสนอ

ข้อเสนอที่ถูกพูดถึงในไทยคือการแบ่งประเภทใบอนุญาตสโมสรให้ชัดเจน เช่น สโมสรประเภทหนึ่งเพื่อความเป็นเลิศทางกีฬา อนุญาตให้เยาวชนเข้าได้แต่ห้ามพนันและห้ามแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด กับอีกประเภทหนึ่งเพื่อการนันทนาการทั่วไปที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายพนันเดิม พร้อมกับข้อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาสนุกเกอร์ มาหารือร่วมกันเพื่อหาทางปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายที่สะสมมาเกือบเก้าทศวรรษ


ท้ายที่สุด คำถามที่ว่า "สนุกเกอร์เป็นกีฬาหรือไม่" ในระดับโลกมีคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว เหลือเพียงว่าประเทศไทยจะปรับกฎหมายและโครงสร้างการกำกับดูแลให้ทันกับความเป็นจริงที่นักกีฬาของตัวเองกำลังสร้างขึ้นบนเวทีโลกได้เร็วเพียงใด



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่