ร้อนอีกระลอก! สมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดหาเรือฟริเกต หลัง Hanwha Ocean คว้าชัย🚨🇹🇭📌
ประเด็นการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทยยังคงไม่จบง่าย ๆ เรื่องนี้ให้เครดิต: พี่เล็ก วาสนา นาน่วมหลังล่าสุดมีเอกสารจาก สมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ หรือ สอป. ส่งถึงประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของกระบวนการจัดหาเรือฟริเกต
หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 10 กันยายน 2569 และอ้างถึงโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ รวมถึงกรณีที่ Hanwha Ocean Co., Ltd. จากเกาหลีใต้ ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคา
ในเอกสารระบุว่า สมาคมฯ รับทราบผลการพิจารณาของกองทัพเรือเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นการคัดเลือก Hanwha Ocean เป็นผู้ชนะ ด้วยวงเงิน 16,730 ล้านบาท โดยสมาคมฯ ยอมรับว่าการประกาศผลดังกล่าวเป็นกระบวนการตามกฎหมาย แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบรายละเอียดของกระบวนการจัดหาเพิ่มเติม โดยอ้างถึงสิทธิของประชาชนในการรับทราบข้อมูลตามรัฐธรรมนูญฯ
จุดที่สมาคมฯ ตั้งคำถาม ไม่ได้มีแค่เรื่องผู้ชนะ
ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในหนังสือ คือเรื่อง การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมไทยในกระบวนการจัดทำ TOR
สมาคมฯ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือกับหน่วยงานของรัฐ รวมถึงคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งมีแนวคิดให้เกิดการต่อเรือภายในประเทศในรูปแบบ Purchase and Development หรือ P&D รวมกับ Offset ทั้งแบบ Direct และ Indirect
แต่สมาคมฯ ระบุว่า ในช่วงหลังกลับไม่ได้รับการประสานจากกองทัพเรือให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำ TOR ตามที่เคยมีการหารือกันไว้
หนังสือจึงตั้งข้อสังเกตว่า การจัดทำ TOR ในครั้งนี้ ภาคประชาชนและผู้ประกอบการภาคเอกชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเหมือนกับที่เคยมีการหารือกันอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ พร้อมระบุในเอกสารถึงเรื่อง “สัญญาประชาคม” ที่ทุกฝ่ายควรยึดมั่น
อีกประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
เอกสารยังระบุว่า บริษัทจากต่างประเทศได้เข้ายื่นประกวดราคาในโครงการ แต่ Hanwha Ocean เป็นบริษัทเดียวที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ตามข้อมูลที่สมาคมฯ ระบุในหนังสือ
จากนั้นสมาคมฯ จึงระบุว่า มี “ข้อพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับกำลังรบทางเรือ” ที่ต้องการให้มีการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องที่สมาคมฯ ต้องการให้ตรวจสอบนั้น ไม่ได้มองเพียงราคาหรือขั้นตอนการประกวดราคาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผลกระทบต่อขีดความสามารถของกองทัพเรือและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นให้ชัดว่า เอกสารฉบับนี้เป็นหนังสือขอให้ตรวจสอบ ไม่ใช่เอกสารที่สรุปว่าการจัดซื้อมีการทุจริตหรือผิดกฎหมายแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้คือ หน่วยงานตรวจสอบจะพิจารณาหรือดำเนินการอย่างไร และจะมีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำ TOR การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมไทย รวมถึงเหตุผลและเงื่อนไขต่าง ๆ ในข้อเสนอของผู้เข้าประกวดราคาอย่างไร
เพราะสุดท้ายแล้ว เรือฟริเกตหนึ่งลำไม่ได้มีความหมายแค่ “ใครเป็นผู้ชนะการประมูล” แต่ยังหมายถึงว่า เงินงบประมาณก้อนใหญ่ของประเทศจะสามารถสร้างทั้ง ขีดความสามารถทางทหารและอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย ได้มากแค่ไหนในระยะยาวและนี่อาจเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้โครงการเรือฟริเกตลำนี้ยังต้องถูกจับตามองกันต่อไป.
แต่นั้นแหละให้กำลังและขอให้คณะกรรมการทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมด้วยนะครับ ขอให้โปร่งใส เพราะประชาชนคาดหวังกับโครงการนี้มากจริงๆ เป็นกำลังใจให้ครับ🚨📌🇹🇭🤘🏻
SIMBAD-RC กระสุนน้อย แล้วจะสู้ CIWS แบบปืนได้จริงหรือ?🚨📌🇹🇭
ประเด็นการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทยยังคงไม่จบง่าย ๆ เรื่องนี้ให้เครดิต: พี่เล็ก วาสนา นาน่วมหลังล่าสุดมีเอกสารจาก สมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ หรือ สอป. ส่งถึงประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องของกระบวนการจัดหาเรือฟริเกต
หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 10 กันยายน 2569 และอ้างถึงโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ รวมถึงกรณีที่ Hanwha Ocean Co., Ltd. จากเกาหลีใต้ ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประกวดราคา
ในเอกสารระบุว่า สมาคมฯ รับทราบผลการพิจารณาของกองทัพเรือเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นการคัดเลือก Hanwha Ocean เป็นผู้ชนะ ด้วยวงเงิน 16,730 ล้านบาท โดยสมาคมฯ ยอมรับว่าการประกาศผลดังกล่าวเป็นกระบวนการตามกฎหมาย แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบรายละเอียดของกระบวนการจัดหาเพิ่มเติม โดยอ้างถึงสิทธิของประชาชนในการรับทราบข้อมูลตามรัฐธรรมนูญฯ
จุดที่สมาคมฯ ตั้งคำถาม ไม่ได้มีแค่เรื่องผู้ชนะ
ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในหนังสือ คือเรื่อง การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมไทยในกระบวนการจัดทำ TOR
สมาคมฯ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือกับหน่วยงานของรัฐ รวมถึงคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งมีแนวคิดให้เกิดการต่อเรือภายในประเทศในรูปแบบ Purchase and Development หรือ P&D รวมกับ Offset ทั้งแบบ Direct และ Indirect
แต่สมาคมฯ ระบุว่า ในช่วงหลังกลับไม่ได้รับการประสานจากกองทัพเรือให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำ TOR ตามที่เคยมีการหารือกันไว้
หนังสือจึงตั้งข้อสังเกตว่า การจัดทำ TOR ในครั้งนี้ ภาคประชาชนและผู้ประกอบการภาคเอกชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเหมือนกับที่เคยมีการหารือกันอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ พร้อมระบุในเอกสารถึงเรื่อง “สัญญาประชาคม” ที่ทุกฝ่ายควรยึดมั่น
อีกประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
เอกสารยังระบุว่า บริษัทจากต่างประเทศได้เข้ายื่นประกวดราคาในโครงการ แต่ Hanwha Ocean เป็นบริษัทเดียวที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ตามข้อมูลที่สมาคมฯ ระบุในหนังสือ
จากนั้นสมาคมฯ จึงระบุว่า มี “ข้อพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับกำลังรบทางเรือ” ที่ต้องการให้มีการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องที่สมาคมฯ ต้องการให้ตรวจสอบนั้น ไม่ได้มองเพียงราคาหรือขั้นตอนการประกวดราคาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผลกระทบต่อขีดความสามารถของกองทัพเรือและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นให้ชัดว่า เอกสารฉบับนี้เป็นหนังสือขอให้ตรวจสอบ ไม่ใช่เอกสารที่สรุปว่าการจัดซื้อมีการทุจริตหรือผิดกฎหมายแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้คือ หน่วยงานตรวจสอบจะพิจารณาหรือดำเนินการอย่างไร และจะมีการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำ TOR การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมไทย รวมถึงเหตุผลและเงื่อนไขต่าง ๆ ในข้อเสนอของผู้เข้าประกวดราคาอย่างไร
เพราะสุดท้ายแล้ว เรือฟริเกตหนึ่งลำไม่ได้มีความหมายแค่ “ใครเป็นผู้ชนะการประมูล” แต่ยังหมายถึงว่า เงินงบประมาณก้อนใหญ่ของประเทศจะสามารถสร้างทั้ง ขีดความสามารถทางทหารและอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย ได้มากแค่ไหนในระยะยาวและนี่อาจเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้โครงการเรือฟริเกตลำนี้ยังต้องถูกจับตามองกันต่อไป.
แต่นั้นแหละให้กำลังและขอให้คณะกรรมการทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมด้วยนะครับ ขอให้โปร่งใส เพราะประชาชนคาดหวังกับโครงการนี้มากจริงๆ เป็นกำลังใจให้ครับ🚨📌🇹🇭🤘🏻