ข่าวใหญ่เกี่ยวกับขนส่งมวลชนบ้านเรามาอัปเดตกันครับ ล่าสุดคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ได้ออกมาตกลงสรุปแนวทางนโยบาย "รถไฟฟ้าตั๋วร่วม 17–45 บาท" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าได้ใช้พร้อมกันทุกสีทุกสายแน่ๆ เริ่ม 1 มกราคม 2570 นี้
สรุปประเด็นสำคัญจากที่ประชุมคณะกรรมการตั๋วร่วม ให้เข้าใจง่ายๆ
1. ราคาเริ่มต้น 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท (ไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน)
- นั่งข้ามสาย ข้ามสี ข้ามค่าย จะไม่มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำอีกต่อไป
- เพดานราคาค่าโดยสารสูงสุดจะถูกแคปไว้ที่ 45 บาทตลอดสาย
- นโยบายนี้จะใช้อนุมัติแบบ ปีต่อปี ไปก่อน จนกว่าสัมปทานสายสีเขียวจะสิ้นสุดลงช่วงกลางปี 2572 แล้วค่อยมาปรับแผนระยะยาวกันอีกที
2. คืนเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าประชาชน ผ่าน "ธนาคารกรุงไทย"
- ภาครัฐจะ ชดเชยส่วนต่างราคาให้กับประชาชนผู้ใช้บริการโดยตรง (ไม่ได้จ่ายอุดหนุนฝั่งผู้ประกอบการ) กรณีที่ค่าโดยสารตามจริงเกิน 45 บาท
- ตั้งให้ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้บริหารจัดการระบบหลังบ้าน (Clearing House) เพื่อเคลียร์เงินและโอนคืนเงินส่วนต่างกลับมาให้ผู้โดยสาร
3. งบอุดหนุน 5,000 ล้านบาทต่อปี
- เนื่องจากกองทุนตั๋วร่วมของ สนข. ยังไม่มีงบสะสม จึงเตรียมขอ งบกลางปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท มาใช้อุดหนุน
- คาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติงบกลางในเดือน พฤศจิกายน 2569
- ตัวเลขงบชดเชยอาจมีปรับเปลี่ยนได้ เพราะตั้งเป้าเจรจากับเอกชนเนื่องจากปริมาณผู้โดยสารน่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกือบ 20% ซึ่งรายได้ที่โตขึ้นส่วนนี้จะต้องส่งคืนเข้ากองทุนด้วย
4. แก้เกมสายสีเขียว: ปรับบัตร Rabbit ให้เป็น EMV
- เนื่องจากเหลือเวลาเตรียมตัวอีกไม่นาน หากต้องเปลี่ยนหัวอ่านเครื่องแตะบัตรของสายสีเขียวใหม่ทั้งหมด กทม. แจ้งว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 1–2 ปี
- ทางออกคือให้ BTS ปรับระบบบัตร Rabbit ให้รองรับ EMV (Rabbit EMV) แทน เพื่อให้ผู้โดยสารถือบัตรใบเดียวแตะผ่านได้ทุกสายทันกำหนดต้นปีหน้า
ถือเป็นข่าวดีของคนเดินทางที่ต้องนั่งเปลี่ยนสายข้ามไปข้ามมาประจำเลย ช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะพอสมควรเลย
ที่มา
thairath
เคาะแล้ว! รถไฟฟ้าตั๋วร่วมไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 70 ทุกสีทุกสาย ชดเชยหลังบ้านผ่านกรุงไทย
สรุปประเด็นสำคัญจากที่ประชุมคณะกรรมการตั๋วร่วม ให้เข้าใจง่ายๆ
1. ราคาเริ่มต้น 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท (ไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน)
- นั่งข้ามสาย ข้ามสี ข้ามค่าย จะไม่มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำอีกต่อไป
- เพดานราคาค่าโดยสารสูงสุดจะถูกแคปไว้ที่ 45 บาทตลอดสาย
- นโยบายนี้จะใช้อนุมัติแบบ ปีต่อปี ไปก่อน จนกว่าสัมปทานสายสีเขียวจะสิ้นสุดลงช่วงกลางปี 2572 แล้วค่อยมาปรับแผนระยะยาวกันอีกที
2. คืนเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าประชาชน ผ่าน "ธนาคารกรุงไทย"
- ภาครัฐจะ ชดเชยส่วนต่างราคาให้กับประชาชนผู้ใช้บริการโดยตรง (ไม่ได้จ่ายอุดหนุนฝั่งผู้ประกอบการ) กรณีที่ค่าโดยสารตามจริงเกิน 45 บาท
- ตั้งให้ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้บริหารจัดการระบบหลังบ้าน (Clearing House) เพื่อเคลียร์เงินและโอนคืนเงินส่วนต่างกลับมาให้ผู้โดยสาร
3. งบอุดหนุน 5,000 ล้านบาทต่อปี
- เนื่องจากกองทุนตั๋วร่วมของ สนข. ยังไม่มีงบสะสม จึงเตรียมขอ งบกลางปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท มาใช้อุดหนุน
- คาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติงบกลางในเดือน พฤศจิกายน 2569
- ตัวเลขงบชดเชยอาจมีปรับเปลี่ยนได้ เพราะตั้งเป้าเจรจากับเอกชนเนื่องจากปริมาณผู้โดยสารน่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกือบ 20% ซึ่งรายได้ที่โตขึ้นส่วนนี้จะต้องส่งคืนเข้ากองทุนด้วย
4. แก้เกมสายสีเขียว: ปรับบัตร Rabbit ให้เป็น EMV
- เนื่องจากเหลือเวลาเตรียมตัวอีกไม่นาน หากต้องเปลี่ยนหัวอ่านเครื่องแตะบัตรของสายสีเขียวใหม่ทั้งหมด กทม. แจ้งว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 1–2 ปี
- ทางออกคือให้ BTS ปรับระบบบัตร Rabbit ให้รองรับ EMV (Rabbit EMV) แทน เพื่อให้ผู้โดยสารถือบัตรใบเดียวแตะผ่านได้ทุกสายทันกำหนดต้นปีหน้า
ถือเป็นข่าวดีของคนเดินทางที่ต้องนั่งเปลี่ยนสายข้ามไปข้ามมาประจำเลย ช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะพอสมควรเลย
ที่มา thairath