ประกันท้า ‘อยากได้ให้ไปฟ้องเอา’ เจ้าของรถสู้กลับ อนุญาโตฯ สั่งจ่ายจุกๆ 1.08 แสน พร้อมดอกเบี้ย!

ประกันท้า ‘อยากได้ให้ไปฟ้องเอา’ เจ้าของรถสู้กลับ อนุญาโตฯ สั่งจ่ายจุกๆ 1.08 แสน พร้อมดอกเบี้ย!

https://www.facebook.com/share/p/1EKYq7gUmV/?mibextid=wwXIfr

กลายเป็นกรณีศึกษาที่แชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ตกเป็นฝ่ายถูกแต่กลับถูกบริษัทประกันภัยกดค่าสินไหมทดแทน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์บันทึกประสบการณ์การต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม หลังรถยนต์ถูกรถแท็กซี่ขับข้ามเลนพุ่งชนจนได้รับความเสียหายหนัก ต้องส่งซ่อมที่อู่นานถึง 94 วัน

ภายหลังซ่อมรถเสร็จสิ้น เจ้าของรถได้ทำเรื่องเรียกร้อง "ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ" ตามสิทธิ โดยคำนวณตามเกณฑ์วันละ 700 บาท รวม 94 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 65,800 บาท แต่ทางบริษัทประกันภัยของคู่กรณีกลับพยายามเจรจาต่อรองและขอลดเงินชดเชยลงเหลือเพียง 18,000 บาท ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 23,000 บาท ซึ่งเจ้าของรถปฏิเสธการรับเงินดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเป็นฝ่ายถูกอย่างชัดเจนและไม่ควรถูกกดราคา พร้อมขอเอกสารปฏิเสธการจ่ายเพื่อนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

ต่อมาในกระบวนการไกล่เกลี่ยของ คปภ. บริษัทประกันยังคงยืนกรานไม่จ่ายยอดเต็ม โดยเสนอชดใช้เพียง 50 วัน และเพิ่มค่าเสื่อมสภาพรถอีก 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท พร้อมแจ้งกับเจ้าของรถว่าหากต้องการเงินมากกว่านี้ "ให้ไปฟ้องเอาเอง" ทำให้เจ้าของรถตัดสินใจเดินหน้าใช้สิทธิตามกฎหมายทันที โดยรวบรวมพยานหลักฐานและประสานทนายความเพื่อยื่นข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการของ คปภ.

หลังจากผ่านขั้นตอนการยื่นเอกสารและการสืบพยานผ่านระบบออนไลน์ ล่าสุดทนายความได้แจ้งผลคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ โดยมีคำชี้ขาดสั่งให้บริษัทประกันภัยของคู่กรณีต้องชำระเงินชดใช้ให้แก่เจ้าของรถ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 108,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของเงินต้นดังกล่าว ซึ่งเป็นยอดเงินที่สูงกว่าวงเงินเรียกร้องเดิมและครอบคลุมค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้รถ โดยผู้โพสต์ย้ำว่าหากเราเป็นฝ่ายถูกและมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องยอมรับการถูกกดราคาจากบริษัทประกัน และกระบวนการอนุญาโตตุลาการของ คปภ. ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นประโยชน์และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่