เรารู้สึกว่าตัวเองโง่มาก ที่คบผู้ชายแบบนี้ มา10กว่าปี ละเอียดนิดหน่อยนะคะ มาบ่นๆ

        เราเคยคบกับผู้ชายคนนึงตั้งแต่ปี1 เค้าเป็นคนเรียนไม่เก่ง แต่ช่วงนั้นเราตั้งใจเรียน เราเลยช่วยเค้าเรียนจนจบ จนเค้าได้เกียรตินิยม แต่สิ่งที่เราต้องแลกคือสุขภาพของเราที่เสียไป 
          แต่ตอนแรกเราคบกับเค้าแค่อาทิตย์เดียว แล้วจะเลิก เพราะว่าเรารู้สึกว่า เค้าเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ อะไรก็ถามแม่ไปสะหมด แล้วเค้าก็ทำอะไรไม่เป็นเลย ผ้าแม่ก็ต้องซักเอามาให้ เอาน้ำมาให้ เอาตังมาให้ บางทีก็ทำความสะอาดห้องให้ ดูแลดุจคุณหนู ความแปลกอีกอย่างของครอบครัวเค้าคือ เค้าจะมีพ่อปู่ที่นับถือมาก ต้องไปนวดทุกอาทิตย์ แต่ว่าเค้าเป็นแค่ขี้กลาก เราก็เลยงงว่าทำไมเค้าถึงไม่ไปหาหมอ แต่เค้ากลับเชื่อว่าการไปหาพ่อปู่แล้วนวดน้ำมันคือการรักษา สิ่งที่แปลกอีกอย่างคือ สร้อยที่ห้อยเป็นของพ่อปู่หมดเลยมีพระแค่องค์เดียว 
          พอเราจะเลิก เค้าก็ไปให้เพื่อนมาช่วยพูดให้ดูน่าสงสาร เราเลยคบต่อ แต่หลังจากเราคบไปสักพัก ด้วยความไว้ใจ เค้าก็เอาน้ำมันที่เชื่อว่าเป็นน้ำมันงาที่ไปหาพ่อปู่ นั้นมาให้เรากิน ตอนเราปวดประจำเดือน เพราะเค้าพูดเหมือนว่าน้ำมันเค้ารักษาได้เกือบทุกโรค ไม่ว่าจะปวดท้องหรือออะไรก็ตาม  
          หลังจากนั้นเราก็คบกับเค้ามายาวเลย จนฝึกงาน เค้าหาที่ฝึกงานไม่ได้ เราก็ได้ที่ฝึกงานเราก็พูดให้เค้าได้ที่เดียวกับเรา และเราก็ช่วยเหลือเค้ามาตลอด แต่เค้าเวลาทำผิดจะไม่แก้ไข บางทีต้องบอกเป็นสิบๆรอบ พอเราว่าเค้าก็จะทำตัวน่าสงสารให้คนอื่นเห็นใจ แล้วเราเหมือนเป็นคนผิดตลอด หรือแม้แต่การทำผิด เราเตือนแล้ว แต่เค้าก็ให้เราไปรับหน้าแทน เค้าอ้างว่าพูดไม่เก่ง สื่อสารไม่รู้เรื่อง
          พอเราจบมาพ่อแม่เค้า มาเห็นบ้านเรา ไม่กี่วันก็มาขอเราเลย ทั้งที่เรายังไม่พร้อม เพราะว่าเราคิดว่าผู้ชายคนนี้ยังไม่มีความรับผิดชอบที่จะช่วยเราดูแลกิจการของแม่เรา แล้วที่สำคัญเค้าไม่บอกเราก่อนเลย อยู่ดีๆก็มา
          ตอนนั้นเราสุขภาพแย่มาก พอจบมาเราเลยทำงานกับแม่ และเราก็อยากเรียนรู้งานจากแม่ด้วย ส่วนเค้าก็ไปทำงานกับแม่เค้า แต่ด้วยความที่แม่เค้าทำให้ทุกอย่างเราเลยรู้สึกว่าเค้าจะไม่โต เราเลยบอกว่าถ้าเค้าไม่มาทำงานแถวเรา เราขอเลิกนะ 
          พอเค้ามาทำงาน เค้าทำงานหลายที่มาก แต่เค้าก็ถูกไล่ออกเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่พัฒนาตนเอง แล้วตื่นไปทำงานสาย พอเค้าเริ่มทำงาน การเงินที่พังของเค้าก็เริ่มต้นขึ้น เค้ามีนิสัยแบบเงินเดือนออกมา 2-3 สัปดาห์ ใช้หมด แล้วสัปดาห์ที่เหลือให้เราเลี้ยง
          แต่เวลาไปไหนด้วยกัน ช่วงแรก ถ้าเค้าออกค่าน้ำมัน เราก็จะออกค่ากินให้ แต่ไม่ว่าเราจะให้เท่าไหร่เค้าก็ใช้หมด เท่าที่เราให้ หลังๆถ้าเราไปด้วยเราก็ออกทั้งค่าน้ำมันค่ากิน ตอนแรกไปธุระของเรา ตอนหลังรวมการไปเที่ยวด้วย กลายเป็นเราออกให้หมด หลังๆมันลามไปถึงช่วยออกค่ารถไปทำงาน เพราะว่าเงินเดือนไม่พอ เราเลยเสนอว่า ไปหางานเพิ่มไหม เพราะเราก็ทำทั้งสองงานเลย แต่เค้าก็อ้างว่าทำไม่ไหว แต่มีช่วงนึงเรารู้สึกว่าค่าน้ำมันรถที่เราช่วยเพิ่มมากขึ้น แล้วเราก็ได้รู้ว่า เค้าขับรถไปส่งเพื่อนๆ เพื่อเอาหน้า แต่เค้าไม่เกรงใจตังที่เราลำบากหามาช่วยเค้าเลย แต่เค้ากลับมาว่าเราว่าเราไม่มีน้ำใจ 
          ต้องเล่าไปถึงเรื่องรถที่เค้าใช้ คือตอนแรกเค้าซื้อต่อจากญาติเราอันนั้นไม่ค่อยกินน้ำมัน แต่พ่อเค้าเล่าว่า ถ้าขับรถเบนซ์กับบีเอมจะทำให้มีคนนับหน้าถือตา พ่อเค้าเลยให้ลูกชายเค้าเปลี่ยนไปขับเบนซ์ คนนึงขับบีเอม แต่มันกินน้ำมันมาก จากที่เงินพอใช้ ก็ไม่พอ ลองนั่งรถเมย์ไปทำงาน เค้าก็ทำตัวน่าสงสาร เราเลยช่วยออกค่าน้ำมันนับจากนั้นมา แล้วไม่พอเวลาเค้าขับไปเจอรถเบนซ์เค้าก็จะชี้ทุกคันว่า คันนั้นสวยไหม คันนี้สวยไหม จนเรารำคาญไปเลย
          ตอนแรกเราก็เลี้ยงข้าวเค้า บ้างครั้งก็หาร เพราะเราเห็นเค้าใช้เงินไม่พอ แล้วเราพอมี เราก็บอกว่ามีแล้วค่อยมาเลี้ยงเราก็ได้นะ แต่มีวันนึงเราไปบ้านเค้า พ่อเค้าพูดกับเราว่า ได้ข่าวว่าบ้านรวยไม่ใช่หรอ ซื้อรถให้ลูกเค้าคันนึงสิ รถมือสองก็ได้ ไปเลยไหม ใกล้ๆนี้เอง เราเลยรู้สึกว่ามันเกินไป ส่วนเค้าก็ไม่ปกป้องเรา นับจากนั้นเราก็มองเค้าเปลี่ยนไป จากออกให้ อะไรเล็กๆน้อยๆที่เค้าอยากได้เราก็ซื้อให้ รวมๆแล้วเราเสียไปเยอะมาก เราก็เปลี่ยนเป็นให้ยืมแทน พอยืมมากๆจากยอดน้อยก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่มาจากการซ่อมรถ แล้วการที่เค้าซื้อของตามเรา เพราะอยากได้บ้าง แต่หลังจากซื้อก็โทษว่าเราผิดตลอด ให้ยืม เห็นอยากได้ แต่พอได้ก็โทษว่าเราพาไปฟุ่มเฟือยอีก ทุกครั้งที่เค้ายืมเราเราจดให้เค้าเห็นตลอด พอมันเยอะขึ้น เราก็ให้ยืมน้อยลง เค้าเลยเอาไปฟ้องแม่ แม่เค้าก็หาว่าเราโกง แล้วเค้าก็โยนความผิดให้เรา 
        ที่สำคัญเค้าไปเที่ยวกับพ่อแม่เราบ่อยมาก แต่เค้าไม่เคยช่วยออกค่าอะไรเลย ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ไปเที่ยวฟรีตลอด บางทีก็ทำตัวน่าสงสาร ให้พ่อแม่เรา สงสารให้เงินไปซื้อของกินด้วย
       เค้ามีนิสัยอีกอย่าง คือกินเก่ง นอนเก่ง แล้วอึเก่ง ไปอึแทบทุกที่ที่ไป แต่ด้วยความที่เราเรียนมาสายเดียวกันเลยชอบอะไรเหมือนๆกัน เราเลยไปเดินเล่นรอเค้าได้
       แต่ด้วยความที่เค้าทำไรไม่ได้เลย มันเป็นอะไรที่ทำให้เราเครียดมาก แม้แต่กดปุ่มเครื่องซักผ้า แยกผ้า ล้างจาน กวาดพื้น เค้าก็ใช้เวลานานมากกว่าจะเป็น บางอย่างก็หลายปีอยู่ ซึ่งเราก็งงว่ามันยากขนากนั้นเลยหรอ หรือว่าเค้าแกล้งทำไม่เป็นให้เรามาบ่นแล้วมาทำให้ กลายเป็นว่า เราต้องหาเงินช่วยเหลือเค้า งานบ้านก็ต้องทำ เค้าทำไม่เป็นเลย นั่งรอเฉยๆ เราบ่น แล้วทำเสร็จพอดี
       ตอนเราจบใหม่ๆ พ่อแม่เค้าพูดเหมือนว่าอยากให้เราไปช่วยพัฒนาขยายกิจการบ้านเค้า เค้าจะพูดเสมอว่าถ้าขายดีได้เดือนละเป็นแสนเลย แต่ว่าเค้ายังมีหนี้อยู่ ญาติเรากับแม่เราก็พูดเตือนสติว่า ถ้าไปลงทุนใครออก ก็เป็นเราอยู่ดี แถมเค้าทำไรก็ไม่ค่อยเป็นทุกอย่างก็จะตกมาที่เราต้องรับผิดชอบ เงินเราก็ลงทุน และลงแรง แต่ถ้าหาร เค้าอาจจะได้ เพราะกิจการบ้านเค้า เราเลยไม่กล้าทำต่อเลย เพราะเราเป็นแค่แฟน ถ้าเราทำให้เรามีชื่อเสียง แล้วเค้าทิ้งเราละ ก็จบ เพราะชื่อกิจการเค้า
 
ปล.มาลงเป็นครั้งแรก ถ้าผิดตรงไหนขอโทษด้วยนะคะ ตอนหลังจะเป็นเรื่องความเชื่อที่ดาร์กๆหน่อยเลยไม่รู้จะเล่าดีหรือป่าว 5555        เราเคยคบกับผู้ชายคนนึงตั้งแต่ปี1 เค้าเป็นคนเรียนไม่เก่ง แต่ช่วงนั้นเราตั้งใจเรียน เราเลยช่วยเค้าเรียนจนจบ จนเค้าได้เกียรตินิยม แต่สิ่งที่เราต้องแลกคือสุขภาพของเราที่เสียไป 
          แต่ตอนแรกเราคบกับเค้าแค่อาทิตย์เดียว แล้วจะเลิก เพราะว่าเรารู้สึกว่า เค้าเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ อะไรก็ถามแม่ไปสะหมด แล้วเค้าก็ทำอะไรไม่เป็นเลย ผ้าแม่ก็ต้องซักเอามาให้ เอาน้ำมาให้ เอาตังมาให้ บางทีก็ทำความสะอาดห้องให้ ดูแลดุจคุณหนู ความแปลกอีกอย่างของครอบครัวเค้าคือ เค้าจะมีพ่อปู่ที่นับถือมาก ต้องไปนวดทุกอาทิตย์ แต่ว่าเค้าเป็นแค่ขี้กลาก เราก็เลยงงว่าทำไมเค้าถึงไม่ไปหาหมอ แต่เค้ากลับเชื่อว่าการไปหาพ่อปู่แล้วนวดน้ำมันคือการรักษา สิ่งที่แปลกอีกอย่างคือ สร้อยที่ห้อยเป็นของพ่อปู่หมดเลยมีพระแค่องค์เดียว 
          พอเราจะเลิก เค้าก็ไปให้เพื่อนมาช่วยพูดให้ดูน่าสงสาร เราเลยคบต่อ แต่หลังจากเราคบไปสักพัก ด้วยความไว้ใจ เค้าก็เอาน้ำมันที่เชื่อว่าเป็นน้ำมันงาที่ไปหาพ่อปู่ นั้นมาให้เรากิน ตอนเราปวดประจำเดือน เพราะเค้าพูดเหมือนว่าน้ำมันเค้ารักษาได้เกือบทุกโรค ไม่ว่าจะปวดท้องหรือออะไรก็ตาม  
          หลังจากนั้นเราก็คบกับเค้ามายาวเลย จนฝึกงาน เค้าหาที่ฝึกงานไม่ได้ เราก็ได้ที่ฝึกงานเราก็พูดให้เค้าได้ที่เดียวกับเรา และเราก็ช่วยเหลือเค้ามาตลอด แต่เค้าเวลาทำผิดจะไม่แก้ไข บางทีต้องบอกเป็นสิบๆรอบ พอเราว่าเค้าก็จะทำตัวน่าสงสารให้คนอื่นเห็นใจ แล้วเราเหมือนเป็นคนผิดตลอด หรือแม้แต่การทำผิด เราเตือนแล้ว แต่เค้าก็ให้เราไปรับหน้าแทน เค้าอ้างว่าพูดไม่เก่ง สื่อสารไม่รู้เรื่อง
          พอเราจบมาพ่อแม่เค้า มาเห็นบ้านเรา ไม่กี่วันก็มาขอเราเลย ทั้งที่เรายังไม่พร้อม เพราะว่าเราคิดว่าผู้ชายคนนี้ยังไม่มีความรับผิดชอบที่จะช่วยเราดูแลกิจการของแม่เรา แล้วที่สำคัญเค้าไม่บอกเราก่อนเลย อยู่ดีๆก็มา
          ตอนนั้นเราสุขภาพแย่มาก พอจบมาเราเลยทำงานกับแม่ และเราก็อยากเรียนรู้งานจากแม่ด้วย ส่วนเค้าก็ไปทำงานกับแม่เค้า แต่ด้วยความที่แม่เค้าทำให้ทุกอย่างเราเลยรู้สึกว่าเค้าจะไม่โต เราเลยบอกว่าถ้าเค้าไม่มาทำงานแถวเรา เราขอเลิกนะ 
          พอเค้ามาทำงาน เค้าทำงานหลายที่มาก แต่เค้าก็ถูกไล่ออกเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่พัฒนาตนเอง แล้วตื่นไปทำงานสาย พอเค้าเริ่มทำงาน การเงินที่พังของเค้าก็เริ่มต้นขึ้น เค้ามีนิสัยแบบเงินเดือนออกมา 2-3 สัปดาห์ ใช้หมด แล้วสัปดาห์ที่เหลือให้เราเลี้ยง
          แต่เวลาไปไหนด้วยกัน ช่วงแรก ถ้าเค้าออกค่าน้ำมัน เราก็จะออกค่ากินให้ แต่ไม่ว่าเราจะให้เท่าไหร่เค้าก็ใช้หมด เท่าที่เราให้ หลังๆถ้าเราไปด้วยเราก็ออกทั้งค่าน้ำมันค่ากิน ตอนแรกไปธุระของเรา ตอนหลังรวมการไปเที่ยวด้วย กลายเป็นเราออกให้หมด หลังๆมันลามไปถึงช่วยออกค่ารถไปทำงาน เพราะว่าเงินเดือนไม่พอ เราเลยเสนอว่า ไปหางานเพิ่มไหม เพราะเราก็ทำทั้งสองงานเลย แต่เค้าก็อ้างว่าทำไม่ไหว แต่มีช่วงนึงเรารู้สึกว่าค่าน้ำมันรถที่เราช่วยเพิ่มมากขึ้น แล้วเราก็ได้รู้ว่า เค้าขับรถไปส่งเพื่อนๆ เพื่อเอาหน้า แต่เค้าไม่เกรงใจตังที่เราลำบากหามาช่วยเค้าเลย แต่เค้ากลับมาว่าเราว่าเราไม่มีน้ำใจ 
          ต้องเล่าไปถึงเรื่องรถที่เค้าใช้ คือตอนแรกเค้าซื้อต่อจากญาติเราอันนั้นไม่ค่อยกินน้ำมัน แต่พ่อเค้าเล่าว่า ถ้าขับรถเบนซ์กับบีเอมจะทำให้มีคนนับหน้าถือตา พ่อเค้าเลยให้ลูกชายเค้าเปลี่ยนไปขับเบนซ์ คนนึงขับบีเอม แต่มันกินน้ำมันมาก จากที่เงินพอใช้ ก็ไม่พอ ลองนั่งรถเมย์ไปทำงาน เค้าก็ทำตัวน่าสงสาร เราเลยช่วยออกค่าน้ำมันนับจากนั้นมา แล้วไม่พอเวลาเค้าขับไปเจอรถเบนซ์เค้าก็จะชี้ทุกคันว่า คันนั้นสวยไหม คันนี้สวยไหม จนเรารำคาญไปเลย
          ตอนแรกเราก็เลี้ยงข้าวเค้า บ้างครั้งก็หาร เพราะเราเห็นเค้าใช้เงินไม่พอ แล้วเราพอมี เราก็บอกว่ามีแล้วค่อยมาเลี้ยงเราก็ได้นะ แต่มีวันนึงเราไปบ้านเค้า พ่อเค้าพูดกับเราว่า ได้ข่าวว่าบ้านรวยไม่ใช่หรอ ซื้อรถให้ลูกเค้าคันนึงสิ รถมือสองก็ได้ ไปเลยไหม ใกล้ๆนี้เอง เราเลยรู้สึกว่ามันเกินไป ส่วนเค้าก็ไม่ปกป้องเรา นับจากนั้นเราก็มองเค้าเปลี่ยนไป จากออกให้ อะไรเล็กๆน้อยๆที่เค้าอยากได้เราก็ซื้อให้ รวมๆแล้วเราเสียไปเยอะมาก เราก็เปลี่ยนเป็นให้ยืมแทน พอยืมมากๆจากยอดน้อยก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่มาจากการซ่อมรถ แล้วการที่เค้าซื้อของตามเรา เพราะอยากได้บ้าง แต่หลังจากซื้อก็โทษว่าเราผิดตลอด ให้ยืม เห็นอยากได้ แต่พอได้ก็โทษว่าเราพาไปฟุ่มเฟือยอีก ทุกครั้งที่เค้ายืมเราเราจดให้เค้าเห็นตลอด พอมันเยอะขึ้น เราก็ให้ยืมน้อยลง เค้าเลยเอาไปฟ้องแม่ แม่เค้าก็หาว่าเราโกง แล้วเค้าก็โยนความผิดให้เรา 
        ที่สำคัญเค้าไปเที่ยวกับพ่อแม่เราบ่อยมาก แต่เค้าไม่เคยช่วยออกค่าอะไรเลย ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ไปเที่ยวฟรีตลอด บางทีก็ทำตัวน่าสงสาร ให้พ่อแม่เรา สงสารให้เงินไปซื้อของกินด้วย
       เค้ามีนิสัยอีกอย่าง คือกินเก่ง นอนเก่ง แล้วอึเก่ง ไปอึแทบทุกที่ที่ไป แต่ด้วยความที่เราเรียนมาสายเดียวกันเลยชอบอะไรเหมือนๆกัน เราเลยไปเดินเล่นรอเค้าได้
       แต่ด้วยความที่เค้าทำไรไม่ได้เลย มันเป็นอะไรที่ทำให้เราเครียดมาก แม้แต่กดปุ่มเครื่องซักผ้า แยกผ้า ล้างจาน กวาดพื้น เค้าก็ใช้เวลานานมากกว่าจะเป็น บางอย่างก็หลายปีอยู่ ซึ่งเราก็งงว่ามันยากขนากนั้นเลยหรอ หรือว่าเค้าแกล้งทำไม่เป็นให้เรามาบ่นแล้วมาทำให้ กลายเป็นว่า เราต้องหาเงินช่วยเหลือเค้า งานบ้านก็ต้องทำ เค้าทำไม่เป็นเลย นั่งรอเฉยๆ เราบ่น แล้วทำเสร็จพอดี
      
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่