📌
รีวิวก่อนใน 3 บรรทัดแรก:
แนวเกม: บริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management) ผสม Visual Novel ตัดสินใจหนักๆ ทุกเทิร์น
จุดเด่น: ทุกการตัดสินใจมีผลกระทบจริง ไม่มีทางเลือกไหนที่ปลอดภัย 100% เลยสักข้อเดียว
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบเกมวางแผน ชอบดราม่าการเมือง และพร้อมรับผิดชอบกับทุกคำตัดสินใจของตัวเอง
🙏🙏 สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ วันนี้ผมกลับมาอีกแล้วหลังจากกระทู้ที่แล้วคราบน้ำตายังยังไม่ทันหายกับไปกับสเตลล่าโดยในเกมนี้ให้ลองนึกภาพว่าคุณเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรเล็กๆ ที่กำลังจะล่มสลาย ทรัพยากรก็จำกัด ประชาชนก็มาร้องขอความช่วยเหลือทุกวัน ศัตรูก็ประชิดชายแดน แถมลูกๆ ในวังก็มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน จะเก็บเงินไว้ทำสงครามหรือจะแจกจ่ายให้ประชาชนอยู่รอด ทุกการตัดสินใจในเกมนี้มันไม่มีทางเลือกไหนที่ถูกต้องแบบสมบูรณ์แบบเลยสักครั้งเดียว แล้วเกมที่ว่านี้คือ
"Yes, Your Grace" นั่งเองครับ
🧑💻 ผู้พัฒนา:
Brave At Night
เกมนี้เป็นผลงานเปิดตัวเรื่องแรกของสตูดิโออินดี้สัญชาติอังกฤษ วางจำหน่ายโดยค่าย No More Robots ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสนับสนุนเกมอินดี้แนวแปลกๆ มาตลอด ทีมนี้ใช้เวลาพัฒนาเกมนี้นานหลายปี โดยได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศหนาวเหน็บของโปแลนด์ที่ทีมงานส่วนใหญ่นั่งทำงานกันอยู่ (ทีมสัญชาติอังกฤษแต่ทำงานกันแบบ Remote ได้)
🗓️ วันวางจำหน่าย:
PC & Mac (Steam, GOG): 6 มีนาคม 2020
Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X/S: 26 มิถุนายน 2020
iOS & Android: 1 กุมภาพันธ์ 2024
😍
รีวิวสัมผัสแรก (First Impression):
เปิดเกมมาปุ๊บก็เจอบัลลังก์ในห้องท้องพระโรงเลย กราฟิกเป็นแนวพิกเซลอาร์ต ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกชัดเจนตั้งแต่แวบแรกที่เห็น เราจะได้รับบทเป็นกษัตริย์เอริค (Eryk) แห่งอาณาจักรดาเวิร์น (Davern) ที่ต้องนั่งฟังราษฎรมาร้องทุกข์ทีละคนทุกอาทิตย์ ตอนแรกคิดว่าคงเป็นเกมกดตอบคำถามไปเรื่อยๆ เพลินๆ แต่พอเล่นไปได้สักสองสามอาทิตย์เท่านั้นแหละครับ ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดพราะทรัพยากรในคลังมันจำกัดสุดๆ ให้ทุกคนไม่ได้ ต้องเลือกว่าจะช่วยใคร ปฏิเสธใคร แล้วทุกการเลือกก็ส่งผลต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนบางทีเลือกผิดปุ๊บอาจจะเสียหน้าต่อประชาชีทันที
(ท้องพระโรงที่เราจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ ประชาชนจะต่อแถวเข้ามาขอความช่วยเหลือ)
🎮
เกมเพลย์ (Gameplay):
ตัวเกมเล่นแบบ point & click เทิร์นต่อเทิร์นครับโดยแต่ละเทิร์นแต่จะถูกนับเป็นอาทิตย์แทน แต่ละเทิร์นจะมีราษฎร ขุนนางหรือทหารเดินเข้ามาในท้องพระโรงขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างขอทองหรืออาหารไปจัดงานแต่ง ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างขอกำลังทหารไปรบ สิ่งที่เราต้องทำคือบริหารทรัพยากรสองอย่างหลักคือทองและอาหารและอีกสองอย่างรองคือ กำลังทหารและความสุขของราษฎร ให้เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ ขุนนาง ราชา/ราชินีจากอาณาจักรอื่นๆ และครอบครัวของตัวเองไปพร้อมๆกัน
แทบทุกการตัดสินใจมันมีผลย้อนกลับมาแบบที่เราคาดไม่ถึงเสมอ บางทีให้ทรัพยากรไปช่วยหมู่บ้านหนึ่งวันนี้ อีกสามเทิร์นต่อมากลับกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิมหรือบางทีปฏิเสธคำขอของใครสักคนเพื่อประหยัดทรัพยากรแต่กลับส่งผลให้เกิดกบฏตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว เกมนี้ไม่มีตัวเลือกที่ถูกต้องแบบสัมบูรณ์เลยครับ ทุกอย่างคือการชั่งน้ำหนักระหว่างสิ่งที่เสียกับสิ่งที่ได้ ซึ่งเล่นไปเครียดไปจริงๆว่าถ้าไม่ช่วยมันจะกลับมาทำอะไรผมที่หลังไหมนะ
นอกจากเรื่องอาณาจักรแล้ว ยังมีเส้นเรื่องครอบครัวของกษัตริย์เองด้วยครับ ยิ่งเล่นยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ต้องเลือกระหว่างลูกกับหน้าที่ตลอดเวลา
(หน้าสรุปรายรับ/รายจ่ายและการจัดสรรทรัพยากรณ์)
📖
เนื้อเรื่อง (Story):
เนื้อเรื่องหลักของเกมพูดถึงอาณาจักรดาเวิร์นที่กำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งภัยธรรมชาติ ครอบครัวที่ลูกๆทั้งสามคนต่างมีปัญหาและความฝันของตัวเองและสงครามกับอาณาจักรเพื่อนบ้านที่ค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นตลอดทั้งเกม ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆยิ่งรู้สึกว่าเกมนี้ไม่ได้ต้องการให้เรา "ชนะ" แบบเกมทั่วไป แต่อยากให้เรา "รับผิดชอบ" กับผลของทุกการตัดสินใจที่เราทำลงไปมากกว่า
เกมนี้ไม่เคยตัดสินเราว่าถูกหรือผิดตรงๆ เลยครับ มันแค่ปล่อยให้ผลลัพธ์มันเกิดขึ้นแล้วให้เรารับมันไปเองทั้งหมด มันคือเกมที่ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า จริงๆ แล้ว "ผู้นำที่ดี" ต้องเป็นแบบไหนกันแน่
(ชุดแต่งงานลูกสาวที่ราคาแพงกว่าทองกว่าที่มีทั้งหมดในคลัง)
✅❌
ข้อดี & ข้อสังเกต:
✅
ระบบการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบจริง: ทุกทางเลือกมีน้ำหนักและผลลัพธ์ที่จับต้องได้
✅
พิกเซลอาร์ตมีเสน่ห์: ตัวละครมีบุคลิกชัดเจนแม้จะไม่มีเสียงพากย์
✅
เนื้อเรื่องเข้มข้น: ดราม่าการเมืองแบบไม่ซับซ้อนและครอบครัวผสมกันได้อย่างลงตัว
✅
เกมสั้นกระชับ: เล่นจบได้ในเวลาไม่นาน แต่ให้ความรู้สึกสนุกครบรสและหนักแน่นมาก
✅
Replayability สูง: เล่นซ้ำได้หลายรอบเพราะเลือกทางต่างกันจะได้ตอนจบและเนื้อเรื่องที่ต่างกันไปเลย
❌
ความกดดันในเกมสูงมาก: อาจไม่เหมาะกับคนที่เล่นเกมเพื่อผ่อนคลายล้วนๆ
❌ บ
างครั้งผลของการตัดสินใจมาช้าเกินไป: จนจำไม่ได้แล้วว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
❌
ไม่มีเสียงพากย์: ต้องอ่านบทสนทนาเองทั้งหมด อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบเสียงพากย์เต็มรูปแบบ
🎯
คะแนนภาพรวม: 9.5/10
"Yes, Your Grace" เป็นเกมที่เดือดจริงในทุกความหมายครับ ไม่ใช่เดือดแบบแอ็กชันมันส์ๆ แต่เป็นความเดือดในใจของผู้เล่นเองทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจ เพราะรู้ดีว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องมีใครสักคนต้องเสียใจอยู่ดี 😬
ส่วนตัวผมเล่นจบแล้ว 2 รอบทั้งแบบในที่ควรจะจบกับแบบจบแบบแปลกๆ 😂 เอาจริงเกมนี้ก็ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองเหมือนกันนะว่าถ้าเราเป็นกษัตริย์เอริคจริงๆจะทำได้ดีกว่าเขาหรือไม่ ใครที่ชอบเกมแนวตัดสินใจหนักๆ ชอบดราม่าการเมืองแบบเข้มข้นแต่ไม่น่าเบื่อและเข้าถึงง่ายสุดๆ ผมแนะนำเลยครับเกมนี้มีภาคสองออกมาแล้วในชื่อ Snowfall แต่ผมยังไม่ได้เล่นเองไว้มีโอกาสจะหาช่วงเวลาดีๆมาเขียนให้อ่านเล่นๆกันอีกนะครับ ไว้เจอกันกระทู้หน้าครับ!
คลิปสั้นๆประกอบการอ่านมาให้ชมกันเช่นเคย 😊
[CR] [รีวิวเกมอินดี้] "Yes, Your Grace" รบก็ต้องชนะ ลูกก็ต้องรัก เมียก็ต้องง้อ เกมจำลองเป็นกษัตริย์ที่ทำเอาตับพังไม่มีชิ้นดี!
แนวเกม: บริหารจัดการทรัพยากร (Resource Management) ผสม Visual Novel ตัดสินใจหนักๆ ทุกเทิร์น
จุดเด่น: ทุกการตัดสินใจมีผลกระทบจริง ไม่มีทางเลือกไหนที่ปลอดภัย 100% เลยสักข้อเดียว
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบเกมวางแผน ชอบดราม่าการเมือง และพร้อมรับผิดชอบกับทุกคำตัดสินใจของตัวเอง
🙏🙏 สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ วันนี้ผมกลับมาอีกแล้วหลังจากกระทู้ที่แล้วคราบน้ำตายังยังไม่ทันหายกับไปกับสเตลล่าโดยในเกมนี้ให้ลองนึกภาพว่าคุณเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรเล็กๆ ที่กำลังจะล่มสลาย ทรัพยากรก็จำกัด ประชาชนก็มาร้องขอความช่วยเหลือทุกวัน ศัตรูก็ประชิดชายแดน แถมลูกๆ ในวังก็มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน จะเก็บเงินไว้ทำสงครามหรือจะแจกจ่ายให้ประชาชนอยู่รอด ทุกการตัดสินใจในเกมนี้มันไม่มีทางเลือกไหนที่ถูกต้องแบบสมบูรณ์แบบเลยสักครั้งเดียว แล้วเกมที่ว่านี้คือ "Yes, Your Grace" นั่งเองครับ
🧑💻 ผู้พัฒนา:
Brave At Night
เกมนี้เป็นผลงานเปิดตัวเรื่องแรกของสตูดิโออินดี้สัญชาติอังกฤษ วางจำหน่ายโดยค่าย No More Robots ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสนับสนุนเกมอินดี้แนวแปลกๆ มาตลอด ทีมนี้ใช้เวลาพัฒนาเกมนี้นานหลายปี โดยได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศหนาวเหน็บของโปแลนด์ที่ทีมงานส่วนใหญ่นั่งทำงานกันอยู่ (ทีมสัญชาติอังกฤษแต่ทำงานกันแบบ Remote ได้)
🗓️ วันวางจำหน่าย:
PC & Mac (Steam, GOG): 6 มีนาคม 2020
Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X/S: 26 มิถุนายน 2020
iOS & Android: 1 กุมภาพันธ์ 2024
😍 รีวิวสัมผัสแรก (First Impression):
เปิดเกมมาปุ๊บก็เจอบัลลังก์ในห้องท้องพระโรงเลย กราฟิกเป็นแนวพิกเซลอาร์ต ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกชัดเจนตั้งแต่แวบแรกที่เห็น เราจะได้รับบทเป็นกษัตริย์เอริค (Eryk) แห่งอาณาจักรดาเวิร์น (Davern) ที่ต้องนั่งฟังราษฎรมาร้องทุกข์ทีละคนทุกอาทิตย์ ตอนแรกคิดว่าคงเป็นเกมกดตอบคำถามไปเรื่อยๆ เพลินๆ แต่พอเล่นไปได้สักสองสามอาทิตย์เท่านั้นแหละครับ ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิดพราะทรัพยากรในคลังมันจำกัดสุดๆ ให้ทุกคนไม่ได้ ต้องเลือกว่าจะช่วยใคร ปฏิเสธใคร แล้วทุกการเลือกก็ส่งผลต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนบางทีเลือกผิดปุ๊บอาจจะเสียหน้าต่อประชาชีทันที
(ท้องพระโรงที่เราจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ ประชาชนจะต่อแถวเข้ามาขอความช่วยเหลือ)
🎮 เกมเพลย์ (Gameplay):
ตัวเกมเล่นแบบ point & click เทิร์นต่อเทิร์นครับโดยแต่ละเทิร์นแต่จะถูกนับเป็นอาทิตย์แทน แต่ละเทิร์นจะมีราษฎร ขุนนางหรือทหารเดินเข้ามาในท้องพระโรงขอความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างขอทองหรืออาหารไปจัดงานแต่ง ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างขอกำลังทหารไปรบ สิ่งที่เราต้องทำคือบริหารทรัพยากรสองอย่างหลักคือทองและอาหารและอีกสองอย่างรองคือ กำลังทหารและความสุขของราษฎร ให้เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ ขุนนาง ราชา/ราชินีจากอาณาจักรอื่นๆ และครอบครัวของตัวเองไปพร้อมๆกัน
แทบทุกการตัดสินใจมันมีผลย้อนกลับมาแบบที่เราคาดไม่ถึงเสมอ บางทีให้ทรัพยากรไปช่วยหมู่บ้านหนึ่งวันนี้ อีกสามเทิร์นต่อมากลับกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิมหรือบางทีปฏิเสธคำขอของใครสักคนเพื่อประหยัดทรัพยากรแต่กลับส่งผลให้เกิดกบฏตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว เกมนี้ไม่มีตัวเลือกที่ถูกต้องแบบสัมบูรณ์เลยครับ ทุกอย่างคือการชั่งน้ำหนักระหว่างสิ่งที่เสียกับสิ่งที่ได้ ซึ่งเล่นไปเครียดไปจริงๆว่าถ้าไม่ช่วยมันจะกลับมาทำอะไรผมที่หลังไหมนะ
นอกจากเรื่องอาณาจักรแล้ว ยังมีเส้นเรื่องครอบครัวของกษัตริย์เองด้วยครับ ยิ่งเล่นยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ต้องเลือกระหว่างลูกกับหน้าที่ตลอดเวลา
(หน้าสรุปรายรับ/รายจ่ายและการจัดสรรทรัพยากรณ์)
📖 เนื้อเรื่อง (Story):
เนื้อเรื่องหลักของเกมพูดถึงอาณาจักรดาเวิร์นที่กำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งภัยธรรมชาติ ครอบครัวที่ลูกๆทั้งสามคนต่างมีปัญหาและความฝันของตัวเองและสงครามกับอาณาจักรเพื่อนบ้านที่ค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นตลอดทั้งเกม ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆยิ่งรู้สึกว่าเกมนี้ไม่ได้ต้องการให้เรา "ชนะ" แบบเกมทั่วไป แต่อยากให้เรา "รับผิดชอบ" กับผลของทุกการตัดสินใจที่เราทำลงไปมากกว่า
เกมนี้ไม่เคยตัดสินเราว่าถูกหรือผิดตรงๆ เลยครับ มันแค่ปล่อยให้ผลลัพธ์มันเกิดขึ้นแล้วให้เรารับมันไปเองทั้งหมด มันคือเกมที่ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่า จริงๆ แล้ว "ผู้นำที่ดี" ต้องเป็นแบบไหนกันแน่
(ชุดแต่งงานลูกสาวที่ราคาแพงกว่าทองกว่าที่มีทั้งหมดในคลัง)
✅❌ ข้อดี & ข้อสังเกต:
✅ ระบบการตัดสินใจที่ส่งผลกระทบจริง: ทุกทางเลือกมีน้ำหนักและผลลัพธ์ที่จับต้องได้
✅ พิกเซลอาร์ตมีเสน่ห์: ตัวละครมีบุคลิกชัดเจนแม้จะไม่มีเสียงพากย์
✅ เนื้อเรื่องเข้มข้น: ดราม่าการเมืองแบบไม่ซับซ้อนและครอบครัวผสมกันได้อย่างลงตัว
✅ เกมสั้นกระชับ: เล่นจบได้ในเวลาไม่นาน แต่ให้ความรู้สึกสนุกครบรสและหนักแน่นมาก
✅ Replayability สูง: เล่นซ้ำได้หลายรอบเพราะเลือกทางต่างกันจะได้ตอนจบและเนื้อเรื่องที่ต่างกันไปเลย
❌ ความกดดันในเกมสูงมาก: อาจไม่เหมาะกับคนที่เล่นเกมเพื่อผ่อนคลายล้วนๆ
❌ บางครั้งผลของการตัดสินใจมาช้าเกินไป: จนจำไม่ได้แล้วว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
❌ ไม่มีเสียงพากย์: ต้องอ่านบทสนทนาเองทั้งหมด อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบเสียงพากย์เต็มรูปแบบ
🎯 คะแนนภาพรวม: 9.5/10
"Yes, Your Grace" เป็นเกมที่เดือดจริงในทุกความหมายครับ ไม่ใช่เดือดแบบแอ็กชันมันส์ๆ แต่เป็นความเดือดในใจของผู้เล่นเองทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจ เพราะรู้ดีว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องมีใครสักคนต้องเสียใจอยู่ดี 😬
ส่วนตัวผมเล่นจบแล้ว 2 รอบทั้งแบบในที่ควรจะจบกับแบบจบแบบแปลกๆ 😂 เอาจริงเกมนี้ก็ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองเหมือนกันนะว่าถ้าเราเป็นกษัตริย์เอริคจริงๆจะทำได้ดีกว่าเขาหรือไม่ ใครที่ชอบเกมแนวตัดสินใจหนักๆ ชอบดราม่าการเมืองแบบเข้มข้นแต่ไม่น่าเบื่อและเข้าถึงง่ายสุดๆ ผมแนะนำเลยครับเกมนี้มีภาคสองออกมาแล้วในชื่อ Snowfall แต่ผมยังไม่ได้เล่นเองไว้มีโอกาสจะหาช่วงเวลาดีๆมาเขียนให้อ่านเล่นๆกันอีกนะครับ ไว้เจอกันกระทู้หน้าครับ!
คลิปสั้นๆประกอบการอ่านมาให้ชมกันเช่นเคย 😊
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้