CLARITY Act สะดุด! อะไรคือจุดที่ทำให้ตกลงกันไม่ได้





เมื่อวันที่ 15–16 กันยายน 2026 มีข่าวใหญ่ในวงการคริปโตของสหรัฐฯ คือ ร่างกฎหมายที่ชื่อว่า CLARITY Act ซึ่งจะมาวางกติกาให้กับคริปโตเคอร์เรนซีและสเตเบิลคอยน์ โหวตไม่ผ่าน ในวุฒิสภา

แต่ก่อนจะตกใจไป ต้องอธิบายก่อนว่า "ไม่ผ่าน" รอบนี้ไม่ใช่ "ตายไปเลย"



โหวตแบบไหน ทำไมถึงไม่ผ่าน

ระบบวุฒิสภาสหรัฐฯ มีด่านหนึ่งก่อนจะเอาร่างกฎหมายไปถกกันเต็มรูปแบบ เรียกว่า cloture vote พูดง่ายๆ คือการโหวตว่า "จะยอมให้เลิกพูดคุยกันแล้วไปโหวตจริงหรือยัง" ซึ่งด่านนี้ต้องใช้เสียงถึง 60 เสียงจาก 100 เสียงถึงจะผ่าน

รอบนี้ได้แค่ 49 ต่อ 50 เสียง ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องการ ฝั่งที่โหวต "ไม่" มีเดโมแครตทั้งหมด รวมกับรีพับลิกันอีก 4 คน ร่างเลยยังไปต่อไม่ได้

จุดที่น่าสนใจคือ สว. Thom Tillis หนึ่งในรีพับลิกัน 4 คนที่โหวต "ไม่" ทั้งที่เขาสนับสนุนแนวทางนี้มาตลอด เหตุผลคือกฎของวุฒิสภาระบุว่า ถ้าอยากขอให้มีการโหวตใหม่ในภายหลัง ต้องเป็นคนที่โหวต "ไม่" ในรอบแรกเท่านั้น พูดง่ายๆ คือเขาถอยเพื่อ "จองสิทธิ์" เอาไว้ขอโหวตใหม่ทีหลังนั่นเอง นี่คือสัญญาณว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ แค่ต้องกลับไปเคลียร์กันใหม่



แล้วตรงไหนคือจุดขัดแย้งจริงๆ

ประเด็นที่ทำให้ตกลงกันไม่ได้อยู่ที่ส่วนหนึ่งของกฎหมายชื่อ Section 10404 ซึ่งพูดถึงเส้นแบ่งระหว่าง 3 คำนี้ในบริบทของสเตเบิลคอยน์

1. Interest (ดอกเบี้ย)

2. Yield (ผลตอบแทน)

3. Rewards (รางวัล/สิทธิประโยชน์)

ฟังดูเป็นแค่เรื่องภาษา แต่จริงๆ แล้วนี่คือเรื่องเงินก้อนใหญ่ เพราะถ้าสเตเบิลคอยน์สามารถให้ "ผลตอบแทน" แบบเดียวกับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารได้ คนก็มีแรงจูงใจย้ายเงินจากธนาคารไปถือสเตเบิลคอยน์แทน
แต่ละฝ่ายมองยังไง

ฝั่งที่สนับสนุนกฎหมาย (นำโดย สว. Tim Scott) อยากให้มีกติกาที่ชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจคริปโตและสเตเบิลคอยน์วางแผนระยะยาวได้ ไม่ต้องอยู่ในความคลุมเครือ

ฝั่งที่กังวล (นำโดย สว. Elizabeth Warren) ไม่ได้ต้องการแบนคริปโต แต่อยากให้มีมาตรฐานที่เข้มงวดเรื่องจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงเรื่องความมั่นคงของประเทศ

ฝั่งธนาคารดั้งเดิม อย่างกลุ่มธนาคารชุมชนขนาดเล็ก ไม่ได้ต่อต้านคริปโตเลย แต่กังวลเรื่องเดียวคือ ถ้าสเตเบิลคอยน์ให้ผลตอบแทนได้ เงินฝากจะไหลออกจากธนาคาร กระทบความสามารถในการปล่อยกู้ให้ธุรกิจเล็กๆ (SME) ในพื้นที่

ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโต อย่าง Ripple มองว่าเป็นโอกาสที่พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ไม่ได้รอเฉยๆ เพราะหันไปทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC แทน เผื่อทางกฎหมายไปต่อไม่ได้ ก็ยังมีทางนี้เดินหน้าได้เหมือนกัน



แล้วต่อไปจะเป็นยังไง

ตอนนี้มี 3 ทางที่ต้องจับตาไปพร้อมกัน

1. ทางกฎหมาย — ต้องกลับไปคุยกันใหม่ เพื่อแก้ถ้อยคำใน Section 10404 ให้ทั้งสองฝ่ายรับได้

2. ทางหน่วยงานกำกับดูแล — SEC และ CFTC อาจออกกฎเองไปก่อน โดยไม่ต้องรอกฎหมายผ่านสภา

3. ทางการเมือง — การเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนอาจเปลี่ยนที่นั่งในสภา ซึ่งจะเปลี่ยนสมการ 60 เสียงที่ต้องใช้ไปทั้งหมด

สรุปสั้นๆ คือ กฎหมายนี้ "แพ้ยกแรก" แต่ไม่ได้ "แพ้น็อค" เรื่องนี้ยังเป็นสมรภูมิที่ทุกฝ่าย ทั้งธนาคาร คริปโต และนักการเมือง ยังต้องต่อรองกันต่อไปอีกพักใหญ่



แหล่งข้อมูลอ้างอิง

• NPR – Crypto suffers major defeat as Senate rejects Clarity Act
https://www.npr.org/2026/09/15/nx-s1-5968711/clarity-act-crypto-senate-vote

• CNBC – Senate cloture vote on Clarity Act fails, dealing regulatory blow to crypto industry
https://www.cnbc.com/2026/09/15/senate-cloture-vote-on-clarity-act-fails-dealing-regulatory-setback-to-crypto-industry.html

• CoinDesk – Crypto's biggest Senate push falls flat as the Clarity Act fails to clear a crucial procedural vote
https://www.coindesk.com/policy/2026/09/15/crypto-clarity-act-flames-out-in-failed-u-s-senate-vote

• TheStreet – LIVE: CLARITY Act fails Senate cloture vote
https://www.thestreet.com/crypto/policy/live-clarity-act-faces-senate-cloture-vote-in-today

• CryptoTimes – Senate Tests CLARITY Act at 2:15 p.m. ET: What Today's Cloture Vote Can Change, and What It Cannot
https://www.cryptotimes.io/2026/09/15/senate-tests-clarity-act-at-215-p-m-et-what-todays-cloture-vote-can-change-and-what-it-cannot/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่