JJNY : ไอลอว์เปิดต่อคำให้การ│“สมชัย”สวนปธ.กกต.│พีมูฟประณามปกรณ์│สงครามอิหร่านทำสหรัฐสูญ 1.26 ล.ล.บาท│51 จว.ฝนถล่มหนัก

ไอลอว์ เปิดต่อ คำให้การ อัษฎางค์ แสวงการ พยานฮั้วส.ว. รับเจอ เนวิน ในห้องประชุมใหญ่พลูแมนฯ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5890628
.

.
ไอลอว์ เปิดต่อ คำให้การ อัษฎางค์ แสวงการ พยานคดีฮั้วส.ว. รับได้เจอ เนวิน ในห้องประชุมใหญ่โรงแรมพลูแมน
.
เมื่อวันที่ 15 กันยายน โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน เป็นองค์กรภาคประชาสังคม (iLaw) เปิดคำให้การ พยานคดีฮั้วส.ว. คนที่ 21 ผ่านเพจเฟซบุ๊ก iLaw โดยระบุว่า 
.
“ได้เจอนายเนวิน ชิดชอบ ในห้องประชุมใหญ่ 
.
เปิดคำให้การ “อัษฎางค์ แสวงการ” พยานรหัสที่ 21/26 ที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงในการแถลงผลการลงมติของ กกต. ในคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ส.ว.
.
อัษฎางค์ แสวงการ หรือ พยานรหัสที่ 21/26 ให้การว่ามีการรวมกลุ่มกับ เอกราช ช่างเหลา ซึ่งมี ขจรศักดิ์ ศรีวิลาส พยานรหัสที่ 22/26 จากจังหวัดพะเยารวมอยู่ด้วย โดยระบุว่าเคยร่วมประชุมจัดทำโพยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2567 และได้พบกับทีมงานของ “สุขสมรวย วันทนียกุล” ส.ส.จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นผู้บรรยายในการจัดทำโพย โดยในโพยดังกล่าวมีหมายเลข 150 ซึ่งเป็นหมายเลขของตนอยู่ในโพยด้วย และเอกราชได้ให้ลงชื่อในใบลาออกล่วงหน้าด้วย
.
ต่อมาภายหลังจากการเลือก ส.ว. ระดับประเทศเสร็จสิ้น มีการนัดเดินทางให้ไปรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ฯ และได้พบกับ “เนวิน ชิดชอบ” ในห้องประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นห้องที่คุยกันว่าจะให้ใครดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา และทราบว่าในช่วงการประชุมแยกเป็นกลุ่มย่อย มีการให้ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ลงลายมือชื่อในใบลาออกล่วงหน้ามอบให้กับเอกราช และทราบว่าเอกราชได้เป็นผู้จ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับผู้สมัคร ส.ว. ที่มาลงคะแนนให้กับตน
.
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำให้การของ อัษฎางค์ แสวงการ ในคดีพิเศษที่ 24/2568 โดยการให้การในคดีอื่น เช่น ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26) ยังมีรายละเอียดที่มากกว่านี้ โปรดติดตามต่อไป”
.
https://www.facebook.com/iLawClub/posts/pfbid035LoM7gMBVvyZHSQXdFe8viFwJ4j9yrCPTop2W9TuPBYh8fpLB5HW3xpdCg39gKsHl
.

.
“สมชัย” สวน ปธ.กกต. บ้าน กกต.ประชาชนเป็นเจ้าของ คนเก่ามีสิทธิวิจารณ์ เตือนอย่าเห็นพวกพ้องเหนือความถูกต้อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5890768
.
“สมชัย” สวน ปธ.กกต. บ้าน กกต.ประชาชนเป็นเจ้าของ คนเก่ามีสิทธิวิจารณ์ เตือนอย่าเห็นพวกพ้องเหนือความถูกต้อง
.
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กล่าวถึงอดีต กกต.บางรายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต.ชุดปัจจุบัน โดยระบุว่า
.
เมื่อเคยอยู่ใน “บ้าน กกต.” เดียวกัน หากสิ่งใดผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด สิ่งใดถูกก็ต้องว่ากันไปตามถูก พร้อมตั้งคำถามว่า “เมื่อเคยอยู่บ้านนี้ ทำไมไม่รักษาบ้านเดิมของท่านบ้าง”
.
นายสมชัยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ขออภัย ที่เคยอยู่บ้านนี้แล้วไม่สามารถยึดหลักว่า ต้องช่วยพวกเดียวกันก่อน” พร้อมแสดงความเห็นว่า “สงสารประเทศหากมีอดีตผู้พิพากษา มีทัศนคติเห็นแก่พวกพ้องแบบนี้อยู่ หรือการตัดสินทุกครั้งของท่านในอดีต เอาพวกเป็นหลักมากกว่า ความถูกต้องของหลักนิติธรรมทางกฎหมาย”
.
นอกจากนี้ นายสมชัย ยังโพสต์ด้วยว่า “บ้านหลังนี้ ประชาชนเป็นเจ้าของ ผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยสับเปลี่ยนกันไปตามวาระของตน” สิ่งที่ต้องสำเหนียกคือ ขณะอยู่ต้องช่วยกันเก็บกวาดบ้านให้สะอาด ทำบ้านให้สวยงาม เพื่อให้คนผ่านไปมาชื่นชม
.
แต่หากคนที่เข้ามาอยู่คิดเพียงว่าเป็นบ้านหลวง ไม่ใช่บ้านของตน อะไรกอบโกยได้ก็เร่งกอบโกย ไม่คิดตกแต่งปรับปรุงบ้านให้ดีขึ้น อะไรผุพังก็แสร้งมองไม่เห็น แม้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั่วบ้านทั่วเมืองก็ยังไม่รู้สึก และเมื่อมีผู้เสนอแนะกลับมองในแง่ร้าย
.
นายสมชัยระบุว่า คนที่เคยอยู่บ้านและอยากเห็นบ้านดีขึ้น ย่อมมีสิทธิวิจารณ์คนที่เข้ามาอยู่ใหม่ว่ารู้จักดูแลบ้านหรือไม่ ไม่ใช่เอาแต่คุยว่าเคยดูแลบ้านอื่นมาแล้ว แต่กลับไม่เหลียวดูบ้านที่ตัวเองกำลังอยู่ ไม่เคยเก็บกวาดจนเต็มไปด้วยขยะ
.
“สักวันขยะล้นเต็มบ้านส่งกลิ่นเหม็น ชุมชนเขาขับไล่ อย่ามาตัดพ้อว่าทำไมไม่มีคนทักท้วงแต่แรก” นายสมชัยระบุ
.
ทั้งนี้ ความเห็นของนายณรงค์เกิดขึ้นภายหลัง กกต.มีมติเสียงข้างมากในคดีการเลือก สว. โดยให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้อง 77 ราย ขณะที่นายณรงค์ยืนยันว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและพิจารณาจากข้อเท็จจริง เหตุผล และพยานหลักฐาน พร้อมย้ำว่าการส่งเรื่องให้ศาลฎีกายังไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องทั้ง 77 รายเป็นผู้กระทำผิด
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/1656582329367712
.

.
พีมูฟ แถลงการณ์ประณาม ปกรณ์ หักหลังประชาชน เลื่อนประชุม ‘ธนาคารที่ดิน’ ไม่มีกำหนด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5890769
.
พีมูฟ แถลงการณ์ประณาม ปกรณ์ หักหลังประชาชน เลื่อนประชุม ‘ธนาคารที่ดิน’ ไม่มีกำหนด
.
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) แถลงการณ์ประณาม “ปกรณ์ นิลประพันธ์” หักหลังประชาชน ด้าน รองฯ ทรงศักดิ์ เลื่อนประชุม ไม่ต่อระยะเวลา บจธ. ไม่สานต่อการกระจายการถือครองที่ดิน
.
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ขอประณามการกระทำของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ หลังได้รับการประสานงานก่อนวันนัดหมายประชุมไม่ถึง 24 ชั่วโมงว่า รองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี แจ้งเลื่อนการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินตามแนวทางของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ออกไปโดยไม่มีกำหนด ขณะที่ตัวแทนพี่น้องประชาชนจากหลายจังหวัดได้เดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อร่วมติดตามกระบวนการกลไกร่วมกับรัฐบาล และด้วยความหวังว่าธนาคารที่ดินจะยังคงเดินหน้าต่อไป
.
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ชุดนี้เกิดขึ้นจากการต่อสู้ปักหลักชุมชนของพีมูฟในช่วงวันที่ 3–11 สิงหาคม 2569 ที่มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการยุบบจธ. เดินหน้ากลไกธนาคารที่ดิน และสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม จนนำไปสู่การจัดตั้งกลไกดังกล่าวเพื่อศึกษาแนวทางร่วมกัน
.
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ ยืนยันว่าจะไม่มีการยุบหรือยกเลิก บจธ. และจะมีกลไกเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดิน แต่วันนี้ กลไกที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงและการมีส่วนร่วมของประชาชนกลับถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด ขณะที่วันที่ 30 กันยายน 2569 คือวันสิ้นสุดระยะเวลาการดำเนินงานของ บจธ.
.
การที่รองนายกรัฐมนตรี ‘ปกรณ์’ เลื่อนประชุมก่อนวันนัดเพียงหนึ่งวันโดยไม่มีการกำหนดนัดหมายใหม่ที่ชัดเจน สะท้อนชัดแล้วว่ารัฐบาลภายใต้องคาพยพของ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กำลังถ่วงเวลาการเดินหน้ากลไกแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชนให้เบนเข็มทิศเข้าสู่ทางตัน โดยไม่มีหลักประกันว่าเจตนารมณ์การกระจายการถือครองที่ดินของประชาชนจะได้รับการสานต่อ
.
การกระทำเช่นนี้จึงสวนทางกับคำยืนยันของรัฐบาล และทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ประชาชนไม่ควรถูกทำให้เป็นเพียงผู้รอรับผลจากการตัดสินใจของผู้ที่หลงคิดว่าตนมีอำนาจเหนือประชาชน แต่ประชาชนคือเจ้าของอำนาจ ทางออกของปัญหาต้องถูกกำหนดและออกแบบร่วมผ่านกลไกที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
.
การที่รัฐบาลยุติกลไกที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้เพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนจนและเกษตรกรเข้าถึงที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำกิน กำลังทำให้สถานการณ์ปัญหาที่ดินถดถอยลงอีกครั้ง
.
พีมูฟขอเรียกร้องให้รัฐบาลกลับไปดำเนินการตามกลไกเดิมที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยทันที เดินหน้าศึกษาแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินตามเจตนารมณ์ของบจธ. อย่างเปิดเผย โปร่งใส และให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย
.
หากกลไกที่สร้างขึ้นเพื่อกระจายการถือครองที่ดินให้ประชาชนถูกบั่นทอน ขณะที่ทุนยังคงสามารถขยายการเข้าถึงที่ดินและทรัพยากรได้อย่างต่อเนื่อง แล้วรัฐกำลังจัดการที่ดินเพื่อใคร? เพื่อประชาชนผู้ไร้ที่ดิน หรือเพื่อผู้มีทุนและอำนาจ? และนี่กำลังเป็นอีกหนึ่งผลพวงของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ประชาชนต้องจับตาและตรวจสอบหรือไม่
.
หากรัฐบาลยังไม่เห็นหัวประชาชน ไม่เคารพกลไกการมีส่วนร่วม และยังปล่อยให้การถ่วงเวลาดำเนินต่อไป พีมูฟจะไม่หยุดอยู่เพียงการเรียกร้องต่อนายปกรณ์ นิลประพันธ์ แต่จะเปิดหน้าสู้กับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ทั้งระบอบที่กำลังทำให้เสียงของประชาชนถูกลดทอน และทำให้การกระจายทรัพยากรที่เป็นธรรมถอยหลัง
.
เชื่อมั่นและศรัทธาในพลังประชาชน
15 ก.ย. 2569
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)
.

.
สงครามอิหร่าน 6 เดือน ทำสหรัฐสูญ 1.26 ล้านล้านบาท จ่อเพิ่มอีกเดือนละแสนล้าน
https://www.dailynews.co.th/news/6193143/
.
ข้อมูลอย่างเป็นทางการเปิดเผยว่า สหรัฐใช้งบประมาณไปกับสงครามอิหร่านแล้ว 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หวั่นกระทบคลังอาวุธ-ความพร้อมรบ และต้นทุนยังมีแนวโน้มเพิ่มเดือนละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่าสำนักงานงบประมาณของสภาคองเกรสสหรัฐ ( ซีบีโอ ) ประเมินว่า การทำสงครามกับอิหร่านตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐมีค่าใช้จ่ายแล้วราว 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.26 ล้านล้านบาท ) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเดือนละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 100,000 ล้านบาท )
.
ซีบีโอระบุในรายงานว่า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวประเมินจนถึงวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา และคาดว่าสงครามจะทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2570
.
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้คลังอาวุธของกองทัพสหรัฐร่อยหรอ ขณะที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบขีดความสามารถของสหรัฐในการรับมือความขัดแย้งอื่น
.
ซีบีโอประเมินว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ยุทโธปกรณ์อย่างรวดเร็ว และอาจต้องใช้เวลาถึง 5 ปีในการเติมคลังอาวุธกลับสู่ระดับเดิม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่