“RJ” อัลปาก้าโค้งเก่ง สติกเกอร์จากฝีมือสมาชิก BTS ที่เป็นภาษากลางของชาวออฟฟิศ ตั้งแต่ “ขอบคุณ” ถึง “รับทราบ”

มนุษย์ออฟฟิศหลายคนน่าจะเคยส่งสติกเกอร์สีขาวตัวนี้ ไม่ว่าจะคุยงาน สั่งงาน หรือแม้แต่คุยกับลูกค้า เป็นสติกเกอร์ตัวเดียวที่พูดแทนคำได้ตั้งแต่ “รับทราบ” “ขอบคุณ” ไปจนถึง “ขอโทษ” โดยไม่ต้องพิมพ์สักตัวอักษร
ประเด็นที่น่าสนใจคือ สติกเกอร์ตัวนี้ไม่ได้ออกแบบเพื่อใช้ในโลกการทำงานตั้งแต่แรก แต่กลับกลายมาเป็นตัวสติกเกอร์ยอดฮิตที่มนุษย์ออฟฟิศในไทยใช้ส่งข้อความในการทำงาน จนเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แล้ว
ตัวละครนี้ มีชื่อว่า RJ เป็นอัลปากาขนฟูสีขาว ผูกผ้าพันคอ มีบุคลิกใจดีและอบอุ่น เป็นผลงานออกแบบของ
Jin สมาชิกวง
BTS บอยแบนด์ระดับโลก อยู่ในสติกเกอร์ชุด
BT21
ในชุดเดียวกันนี้ยังมีตัวละครอื่นที่คนไทยน่าจะรู้จักและเคยส่งให้กัน เช่น KOYA โคอาลาสีฟ้า, TATA หัวใจสีแดง, SHOOKY คุกกี้สีน้ำตาล และ MANG ม้าเต้นใส่หน้ากากฟ้า
BT21 เปิดตัวช่วงปลายปี พ.ศ. 2560 เป็นการคอลแลบระหว่าง LINE FRIENDS และ BTS สร้างขึ้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) รูปแบบใหม่
เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขยายฐานผู้ใช้ของ LINE ด้วยการจับมือศิลปินดัง ทำสติกเกอร์ให้คนสนใจโหลดแอปพลิเคชัน และส่งต่อกันได้ง่ายขึ้น ช่วงแรกที่ปล่อยให้ใช้ฟรี ยอดดาวน์โหลดทะลุ 8 ล้านครั้งภายใน 10 วัน
เริ่มแพร่กระจายจากกลุ่มแฟนคลับ ARMY ก่อนขยายไปสู่ผู้ใช้ทั่วไปบน LINE ทั่วโลก จนมาถึงไทย หลังจากนั้นก็มีการต่อยอด BT21 เป็นสินค้าหลายรูปแบบ เช่น การทำคอลเลกชันเสื้อผ้าร่วมกับแบรนด์ Uniqlo
แต่ตัวที่กลายเป็นจุดเด่นสุด ทำงานหนักสุด และครองใจมนุษย์ออฟฟิศได้มากที่สุด คือท่า “ก้มโค้ง” ของ RJ
จุดเด่นคือการเป็นสติกเกอร์ที่ตอบได้ “ทุกสถานการณ์” ในการทำงาน
เพราะสีหน้านิ่ง ท่าทางดูเป็นกลางและสุภาพ ตีความได้หลายแบบ ตั้งแต่ “รับทราบ” "จะนำไปปฏิบัติ" “ขอบคุณ” ไปจนถึง “ขออภัย”
ทำให้คนส่งรู้สึกได้ว่าเป็นสติกเกอร์ที่ส่งแล้วปลอดภัย ใช้ได้แม้ในยามเร่งรีบ โดยไม่ต้องคิดมากว่าจะสื่อสารออกไปแล้วทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด
นอกจาก RJ ท่าโค้งแล้ว ตัวละครอื่นใน BT21 ก็มีบทบาทของตัวเองในโลกแชตทำงานเช่นกัน
RJ ยังมีท่าฉลอง สื่อถึงความดีใจ หรือใช้ในโอกาสสำคัญ
KOYA ทำท่า OK และ YES สื่อถึงการรับทราบและพร้อมนำไปปฏิบัติ
SHOOKY ชูนิ้วโป้ง สื่อถึงคำว่ายอดเยี่ยม ดีงาม หรือเห็นด้วย
ปรากฏการณ์นี้ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไลน์ของคนไทยเป็นอย่างดี ปัจจุบัน LINE มีผู้ใช้งานในประเทศไทยสูงถึง 56 ล้านบัญชี หรือคิดง่ายๆ คือ คนไทยเกือบทุกคนต้องมีบัญชีไลน์อยู่ในมือถือ ด้วยการใช้แพร่หลาย และทำให้ติดต่อกันง่าย คนไทยจึงนิยมใช้ไลน์ในการคุยงานหรือติดต่อประสานงานต่างๆ
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยนิยมใช้ “สติกเกอร์” กันเยอะมาก สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 52% กลุ่มที่ส่งสติกเกอร์มากที่สุดคือช่วงอายุ 25-34 ปี และส่วนใหญ่ใช้เพื่อ “ปิดการสนทนา”
ขณะที่กลุ่ม Gen Z หรืออายุ 15-24 ปี มักเลือกกดอีโมจิที่ข้อความของอีกฝ่ายแทน มากกว่าจะส่งสติกเกอร์กลับไป
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า พฤติกรรมการส่งสติกเกอร์เพื่อคุยงาน ได้ฝังรากอยู่ในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยไปแล้ว โดยเฉพาะกับคนวัยทำงานรุ่นที่โตมากับไลน์
กรณีของ RJ เป็นตัวอย่างของการสร้างคาแรกเตอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคน แม้จะไม่ได้ตั้งใจเจาะกลุ่มคนทำงานตั้งแต่แรก แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูสุภาพ เป็นกลาง RJ จึงเหมาะกับการสื่อสารได้ทั้งในออฟฟิศ ไปจนถึงการติดต่อธุรกิจกับลูกค้า
สุดท้าย RJ จึงกลายเป็นอัลปากาที่ได้รับตำแหน่ง “พนักงานดีเด่น” ผู้ทำงานแทนหนักมนุษย์ออฟฟิศอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ที่มา : MarketeerOnline
“RJ” อัลปาก้าโค้งเก่ง สติกเกอร์จากฝีมือสมาชิก BTS ที่เป็นภาษากลางของชาวออฟฟิศ ตั้งแต่ “ขอบคุณ” ถึง “รับทราบ”
มนุษย์ออฟฟิศหลายคนน่าจะเคยส่งสติกเกอร์สีขาวตัวนี้ ไม่ว่าจะคุยงาน สั่งงาน หรือแม้แต่คุยกับลูกค้า เป็นสติกเกอร์ตัวเดียวที่พูดแทนคำได้ตั้งแต่ “รับทราบ” “ขอบคุณ” ไปจนถึง “ขอโทษ” โดยไม่ต้องพิมพ์สักตัวอักษร
ประเด็นที่น่าสนใจคือ สติกเกอร์ตัวนี้ไม่ได้ออกแบบเพื่อใช้ในโลกการทำงานตั้งแต่แรก แต่กลับกลายมาเป็นตัวสติกเกอร์ยอดฮิตที่มนุษย์ออฟฟิศในไทยใช้ส่งข้อความในการทำงาน จนเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แล้ว
ตัวละครนี้ มีชื่อว่า RJ เป็นอัลปากาขนฟูสีขาว ผูกผ้าพันคอ มีบุคลิกใจดีและอบอุ่น เป็นผลงานออกแบบของ Jin สมาชิกวง BTS บอยแบนด์ระดับโลก อยู่ในสติกเกอร์ชุด BT21
ในชุดเดียวกันนี้ยังมีตัวละครอื่นที่คนไทยน่าจะรู้จักและเคยส่งให้กัน เช่น KOYA โคอาลาสีฟ้า, TATA หัวใจสีแดง, SHOOKY คุกกี้สีน้ำตาล และ MANG ม้าเต้นใส่หน้ากากฟ้า
BT21 เปิดตัวช่วงปลายปี พ.ศ. 2560 เป็นการคอลแลบระหว่าง LINE FRIENDS และ BTS สร้างขึ้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) รูปแบบใหม่
เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขยายฐานผู้ใช้ของ LINE ด้วยการจับมือศิลปินดัง ทำสติกเกอร์ให้คนสนใจโหลดแอปพลิเคชัน และส่งต่อกันได้ง่ายขึ้น ช่วงแรกที่ปล่อยให้ใช้ฟรี ยอดดาวน์โหลดทะลุ 8 ล้านครั้งภายใน 10 วัน
เริ่มแพร่กระจายจากกลุ่มแฟนคลับ ARMY ก่อนขยายไปสู่ผู้ใช้ทั่วไปบน LINE ทั่วโลก จนมาถึงไทย หลังจากนั้นก็มีการต่อยอด BT21 เป็นสินค้าหลายรูปแบบ เช่น การทำคอลเลกชันเสื้อผ้าร่วมกับแบรนด์ Uniqlo
แต่ตัวที่กลายเป็นจุดเด่นสุด ทำงานหนักสุด และครองใจมนุษย์ออฟฟิศได้มากที่สุด คือท่า “ก้มโค้ง” ของ RJ
จุดเด่นคือการเป็นสติกเกอร์ที่ตอบได้ “ทุกสถานการณ์” ในการทำงาน
เพราะสีหน้านิ่ง ท่าทางดูเป็นกลางและสุภาพ ตีความได้หลายแบบ ตั้งแต่ “รับทราบ” "จะนำไปปฏิบัติ" “ขอบคุณ” ไปจนถึง “ขออภัย”
ทำให้คนส่งรู้สึกได้ว่าเป็นสติกเกอร์ที่ส่งแล้วปลอดภัย ใช้ได้แม้ในยามเร่งรีบ โดยไม่ต้องคิดมากว่าจะสื่อสารออกไปแล้วทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด
นอกจาก RJ ท่าโค้งแล้ว ตัวละครอื่นใน BT21 ก็มีบทบาทของตัวเองในโลกแชตทำงานเช่นกัน
RJ ยังมีท่าฉลอง สื่อถึงความดีใจ หรือใช้ในโอกาสสำคัญ
KOYA ทำท่า OK และ YES สื่อถึงการรับทราบและพร้อมนำไปปฏิบัติ
SHOOKY ชูนิ้วโป้ง สื่อถึงคำว่ายอดเยี่ยม ดีงาม หรือเห็นด้วย
ปรากฏการณ์นี้ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไลน์ของคนไทยเป็นอย่างดี ปัจจุบัน LINE มีผู้ใช้งานในประเทศไทยสูงถึง 56 ล้านบัญชี หรือคิดง่ายๆ คือ คนไทยเกือบทุกคนต้องมีบัญชีไลน์อยู่ในมือถือ ด้วยการใช้แพร่หลาย และทำให้ติดต่อกันง่าย คนไทยจึงนิยมใช้ไลน์ในการคุยงานหรือติดต่อประสานงานต่างๆ
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ คนไทยนิยมใช้ “สติกเกอร์” กันเยอะมาก สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 52% กลุ่มที่ส่งสติกเกอร์มากที่สุดคือช่วงอายุ 25-34 ปี และส่วนใหญ่ใช้เพื่อ “ปิดการสนทนา”
ขณะที่กลุ่ม Gen Z หรืออายุ 15-24 ปี มักเลือกกดอีโมจิที่ข้อความของอีกฝ่ายแทน มากกว่าจะส่งสติกเกอร์กลับไป
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า พฤติกรรมการส่งสติกเกอร์เพื่อคุยงาน ได้ฝังรากอยู่ในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยไปแล้ว โดยเฉพาะกับคนวัยทำงานรุ่นที่โตมากับไลน์
กรณีของ RJ เป็นตัวอย่างของการสร้างคาแรกเตอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคน แม้จะไม่ได้ตั้งใจเจาะกลุ่มคนทำงานตั้งแต่แรก แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูสุภาพ เป็นกลาง RJ จึงเหมาะกับการสื่อสารได้ทั้งในออฟฟิศ ไปจนถึงการติดต่อธุรกิจกับลูกค้า
สุดท้าย RJ จึงกลายเป็นอัลปากาที่ได้รับตำแหน่ง “พนักงานดีเด่น” ผู้ทำงานแทนหนักมนุษย์ออฟฟิศอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ที่มา : MarketeerOnline