จะเที่ยว Outdoor ก็ต้องคอยลุ้นฝน จะออกต่างจังหวัดก็เหมือนต้องเตรียมตัวเยอะกว่าปกติ แต่จริง ๆ ช่วงนี้ในกรุงเทพฯ มีกิจกรรมอีกแบบที่กำลังน่าสนใจ คือการใช้วันหยุดไปกับ Wellness & Recovery ตั้งแต่แช่ออนเซ็น ซาวน่า Ice Bath นวด ไปจนถึงกิจกรรมที่ช่วยให้เราได้ใช้เวลาเงียบ ๆ กับตัวเอง
และดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นแค่กระแสในโซเชียล เพราะข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ในปี 2569 พบว่า ยอดใช้จ่ายหมวดฟิตเนสเติบโต 20% จากปีก่อน ขณะเดียวกัน KTC มองว่าความสนใจของผู้บริโภคกำลังขยับจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ไปสู่เรื่อง Recovery และการสร้างสมดุลให้ทั้งร่างกายและจิตใจ มากขึ้น
ถ้าวันหยุดนี้ยังไม่มีแพลน เลยลองรวมกิจกรรมที่น่าลองไว้ เผื่อบางทีเราอาจไม่ต้อง “ไปเที่ยว” ทุกวันหยุดก็ได้
♨️ ออนเซ็น
ถ้าต้องเลือกหนึ่งกิจกรรมสำหรับหน้าฝน เราเทให้ออนเซ็นก่อนเลย
ลองนึกภาพข้างนอกฝนตก อากาศเย็นลงนิด ๆ แล้วเราได้นั่งแช่น้ำอุ่นแบบไม่ต้องรีบไปไหนต่อก็น่าจะฟินอยู่
ตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีทั้งออนเซ็นแบบส่วนกลางและ Private Onsen ให้เลือก จึงไม่จำเป็นต้องรอทริปญี่ปุ่นถึงจะได้ลอง เหมาะกับวันที่อยากออกจากบ้าน แต่ไม่ได้อยากทำกิจกรรมหนัก ๆ บางแห่งยังมีพื้นที่พักผ่อน ซาวน่า หรือบริการนวดต่อได้ด้วย จะใช้เวลาแค่ 1–2 ชั่วโมง หรือปล่อยครึ่งวันไปเลยก็ได้
🧊 Ice Bath
ตรงข้ามกับออนเซ็นสุด ๆ แต่กำลังเห็นบ่อยขึ้นเหมือนกัน จากเดิมที่ Ice Bath มักอยู่ในโลกของนักกีฬาและการฟื้นฟูหลังออกกำลังกาย ตอนนี้เริ่มกลายเป็น Wellness Experience ที่คนทั่วไปเข้าไปทดลองได้ และหลายแห่งไม่ได้มีแค่บ่อน้ำเย็น แต่รวม Sauna หรือ Hot Bath เอาไว้ด้วย
ใครออกกำลังกายอยู่แล้วอาจคุ้นกับคำว่า Recovery แต่ถึงไม่ได้เป็นสายกีฬา กิจกรรมนี้ก็น่าสนใจในฐานะประสบการณ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม คนที่มีโรคหัวใจ ความดัน หรือโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนลองกิจกรรมที่มีการเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายมาก ๆ
🔥 Sauna
ถ้า Ice Bath ฟังแล้วรู้สึกว่า วันหยุดทั้งทีไม่อยากต่อสู้กับชีวิตขนาดนั้น Sauna น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่า ช่วงนี้หลาย Wellness Space จับ Sauna มาอยู่คู่กับ Hot Bath และ Cold Bath ทำให้เลือกประสบการณ์ได้ตามที่ตัวเองชอบ และใช้เวลาอยู่ในพื้นที่เดียวได้นานขึ้น
💆 Spa & Massage
บางทีสิ่งที่ร่างกายต้องการหลังนั่งหน้าคอมมาทั้งสัปดาห์อาจไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น แค่หาเวลานวดสัก 1–2 ชั่วโมง ปิดโทรศัพท์ แล้วไม่มีนัดต่อ ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมวันหยุดได้เหมือนกัน ที่น่าสนใจคือ Wellness ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่การนวดผ่อนคลาย แต่แตกออกไปตั้งแต่ Head Spa, Aromatherapy ไปจนถึง Treatment ที่ออกแบบเพื่อการพักและ Recovery โดยเฉพาะ ทำให้ “ไปสปา” มีตัวเลือกมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ
🧘 Sound Bath / Yoga / Meditation
ถ้าร่างไม่ได้เมื่อย แต่อยากให้หัวเงียบลงบ้าง ก็ยังมีกิจกรรมอีกกลุ่มที่เน้นการพักใจมากกว่า Recovery ทางกาย ช่วงหลังเริ่มเห็นทั้ง Sound Bath, Breathwork, Yoga และ Meditation Workshop มากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ข้อดีคือใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องเดินทางไกล และเหมาะกับวันที่อยากทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้อยากกลับบ้านพร้อมความรู้สึกว่า “เที่ยวเหนื่อยจัง”
สิ่งที่น่าสนใจคือ Wellness วันนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การไปสปาหรือออกกำลังกายแล้ว
ข้อมูลของ KTC เองก็สะท้อนภาพนี้ค่อนข้างชัด จากเดิมที่พฤติกรรมสุขภาพมักเชื่อมกับการรักษาหรือออกกำลังกาย ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ การป้องกัน การพัก การฟื้นตัว และสุขภาวะทางใจ ควบคู่กันมากขึ้น จึงขยายสิทธิประโยชน์ด้าน Wellbeing ให้ครอบคลุมมากกว่า 100 พันธมิตร ตั้งแต่อาหารสุขภาพ ฟิตเนส การพักผ่อน ไปจนถึงโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
พอมองแบบนี้ วันหยุดในกรุงเทพฯ ก็มีตัวเลือกมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะหน้าฝนที่ไม่อยากวางแพลนเที่ยวไกล ๆ บางที ออนเซ็นสักสองชั่วโมง นวดหนึ่งครั้ง หรือไปลองกิจกรรม Wellness ที่ไม่เคยทำ ก็อาจเป็นวันหยุดที่เราต้องการมากกว่าการพยายามออกไปเก็บที่เที่ยวให้ครบเสียอีก
ใครมี Wellness Activity แปลก ๆ ที่เคยลองแล้วชอบ มาแชร์กันได้ อยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีอะไรใหม่ ๆ อีกบ้าง
ข้อมูลอ้างอิง: KTC, ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายและแนวโน้ม Wellness / Sports & Fitness ปี 2568–2569
ช่วงหน้าฝนแบบนี้ ใครมีวันหยุดแต่ไม่อยากไปไหนไกลบ้าง ลองใช้กับ Wellness & Recovery ดู
และดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นแค่กระแสในโซเชียล เพราะข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ในปี 2569 พบว่า ยอดใช้จ่ายหมวดฟิตเนสเติบโต 20% จากปีก่อน ขณะเดียวกัน KTC มองว่าความสนใจของผู้บริโภคกำลังขยับจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ไปสู่เรื่อง Recovery และการสร้างสมดุลให้ทั้งร่างกายและจิตใจ มากขึ้น
ถ้าวันหยุดนี้ยังไม่มีแพลน เลยลองรวมกิจกรรมที่น่าลองไว้ เผื่อบางทีเราอาจไม่ต้อง “ไปเที่ยว” ทุกวันหยุดก็ได้
♨️ ออนเซ็น
ถ้าต้องเลือกหนึ่งกิจกรรมสำหรับหน้าฝน เราเทให้ออนเซ็นก่อนเลย
ลองนึกภาพข้างนอกฝนตก อากาศเย็นลงนิด ๆ แล้วเราได้นั่งแช่น้ำอุ่นแบบไม่ต้องรีบไปไหนต่อก็น่าจะฟินอยู่
ตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีทั้งออนเซ็นแบบส่วนกลางและ Private Onsen ให้เลือก จึงไม่จำเป็นต้องรอทริปญี่ปุ่นถึงจะได้ลอง เหมาะกับวันที่อยากออกจากบ้าน แต่ไม่ได้อยากทำกิจกรรมหนัก ๆ บางแห่งยังมีพื้นที่พักผ่อน ซาวน่า หรือบริการนวดต่อได้ด้วย จะใช้เวลาแค่ 1–2 ชั่วโมง หรือปล่อยครึ่งวันไปเลยก็ได้
🧊 Ice Bath
ตรงข้ามกับออนเซ็นสุด ๆ แต่กำลังเห็นบ่อยขึ้นเหมือนกัน จากเดิมที่ Ice Bath มักอยู่ในโลกของนักกีฬาและการฟื้นฟูหลังออกกำลังกาย ตอนนี้เริ่มกลายเป็น Wellness Experience ที่คนทั่วไปเข้าไปทดลองได้ และหลายแห่งไม่ได้มีแค่บ่อน้ำเย็น แต่รวม Sauna หรือ Hot Bath เอาไว้ด้วย
ใครออกกำลังกายอยู่แล้วอาจคุ้นกับคำว่า Recovery แต่ถึงไม่ได้เป็นสายกีฬา กิจกรรมนี้ก็น่าสนใจในฐานะประสบการณ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม คนที่มีโรคหัวใจ ความดัน หรือโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนลองกิจกรรมที่มีการเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายมาก ๆ
🔥 Sauna
ถ้า Ice Bath ฟังแล้วรู้สึกว่า วันหยุดทั้งทีไม่อยากต่อสู้กับชีวิตขนาดนั้น Sauna น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่า ช่วงนี้หลาย Wellness Space จับ Sauna มาอยู่คู่กับ Hot Bath และ Cold Bath ทำให้เลือกประสบการณ์ได้ตามที่ตัวเองชอบ และใช้เวลาอยู่ในพื้นที่เดียวได้นานขึ้น
💆 Spa & Massage
บางทีสิ่งที่ร่างกายต้องการหลังนั่งหน้าคอมมาทั้งสัปดาห์อาจไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น แค่หาเวลานวดสัก 1–2 ชั่วโมง ปิดโทรศัพท์ แล้วไม่มีนัดต่อ ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมวันหยุดได้เหมือนกัน ที่น่าสนใจคือ Wellness ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่การนวดผ่อนคลาย แต่แตกออกไปตั้งแต่ Head Spa, Aromatherapy ไปจนถึง Treatment ที่ออกแบบเพื่อการพักและ Recovery โดยเฉพาะ ทำให้ “ไปสปา” มีตัวเลือกมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ
🧘 Sound Bath / Yoga / Meditation
ถ้าร่างไม่ได้เมื่อย แต่อยากให้หัวเงียบลงบ้าง ก็ยังมีกิจกรรมอีกกลุ่มที่เน้นการพักใจมากกว่า Recovery ทางกาย ช่วงหลังเริ่มเห็นทั้ง Sound Bath, Breathwork, Yoga และ Meditation Workshop มากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ข้อดีคือใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องเดินทางไกล และเหมาะกับวันที่อยากทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้อยากกลับบ้านพร้อมความรู้สึกว่า “เที่ยวเหนื่อยจัง”
สิ่งที่น่าสนใจคือ Wellness วันนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การไปสปาหรือออกกำลังกายแล้ว
ข้อมูลของ KTC เองก็สะท้อนภาพนี้ค่อนข้างชัด จากเดิมที่พฤติกรรมสุขภาพมักเชื่อมกับการรักษาหรือออกกำลังกาย ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ การป้องกัน การพัก การฟื้นตัว และสุขภาวะทางใจ ควบคู่กันมากขึ้น จึงขยายสิทธิประโยชน์ด้าน Wellbeing ให้ครอบคลุมมากกว่า 100 พันธมิตร ตั้งแต่อาหารสุขภาพ ฟิตเนส การพักผ่อน ไปจนถึงโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
พอมองแบบนี้ วันหยุดในกรุงเทพฯ ก็มีตัวเลือกมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะหน้าฝนที่ไม่อยากวางแพลนเที่ยวไกล ๆ บางที ออนเซ็นสักสองชั่วโมง นวดหนึ่งครั้ง หรือไปลองกิจกรรม Wellness ที่ไม่เคยทำ ก็อาจเป็นวันหยุดที่เราต้องการมากกว่าการพยายามออกไปเก็บที่เที่ยวให้ครบเสียอีก
ใครมี Wellness Activity แปลก ๆ ที่เคยลองแล้วชอบ มาแชร์กันได้ อยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีอะไรใหม่ ๆ อีกบ้าง
ข้อมูลอ้างอิง: KTC, ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายและแนวโน้ม Wellness / Sports & Fitness ปี 2568–2569