ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงจากกลุ่ม AI ราคาน้ำมันพุ่ง-บอนด์ยีลด์กดดันตลาด



ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง หลังเจอแรงเทขายกลุ่ม AI - ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์พุ่ง นักลงทุนจับตาประชุม Fed และ BOJ สัปดาห์นี้ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงเมื่อวันจันทร์ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น กดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในสัปดาห์นี้
 

โดยตลาดเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้ง 3 แห่งปรับตัวลง ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกกดดันเพิ่มเติม หลังผู้บริหาร OpenAI และ Anthropic เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI เพื่อควบคุมความเสี่ยงและปกป้องมนุษยชาติ
 

หุ้น AI ทั่วโลกดิ่งลง หลังผู้บริหาร Anthropic, OpenAI และ xAI ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างแรงกดดันครั้งสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่ได้รับเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในปัจจัยผลักดันตลาดหุ้นโลกสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
 

หุ้น Nvidia ลดลง 3.4% ขณะที่ Micron Technology ร่วงมากกว่า 5% ส่วน Broadcom และ Advanced Micro Devices (AMD) ต่างลดลงมากกว่า 4%
[img]https://image.posttoday.com/uploads/images/contents/w1024/2026/09/DSQ4dRJrFUjxHbE2lzDn.webp?x-image-process=style/lg-webp[/img]
 

บอนด์ยีลด์พุ่ง นักลงทุนจับตา Fed
 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดตราสารหนี้เพิ่งเผชิญสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม
 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดสำคัญของต้นทุนการกู้ยืม แตะระดับ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเหนือ 3.51% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009
 

ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 90% ต่อโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพุธ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2023
 

ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งสัญญาณว่าอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น
 

สำหรับญี่ปุ่น ตลาดประเมินโอกาสประมาณ 76% ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ 1.25% ในการประชุมวันศุกร์ พร้อมคาดว่าจะส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนค่าเงินเยน หลังการแทรกแซงตลาดช่วยให้เงินเยนฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
 

วอลล์สตรีทร่วงทั้งกระดาน
 

ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.48% ที่ 7,619.94 จุด
 
ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.56% สู่ 26,186.41 จุด 
 
ขณะที่ดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.29% ปิดที่ 52,421.17 จุด
 

น้ำมันแตะ 105 ดอลลาร์ หลังท่อส่งซาอุฯ ถูกโจมตี
 

ราคาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบล่วงหน้าปิดเพิ่มขึ้น 1% ที่ 105.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากสัปดาห์ก่อนราคาพุ่งเกือบ 9%
 

เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียระบุว่า East-West Pipeline ถูกปิดชั่วคราว หลังเกิดเหตุโดรนโจมตี โดยท่อส่งดังกล่าวมีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากช่วยให้สามารถส่งออกน้ำมันไปยังทะเลแดงได้โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
 

การหยุดดำเนินงานของท่อส่งดังกล่าวสร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลก เนื่องจากอาจกระทบปริมาณน้ำมันมากถึง 4% ของอุปทานโลก
 

ขณะเดียวกัน ราคาดีเซล เบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยาน ต่างอยู่ในระดับสูงกว่าก่อนเกิดสงครามอิหร่านอย่างมาก เพิ่มแรงกดดันโดยตรงต่อต้นทุนของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
 

ทองคำร่วงต่ำสุดรอบกว่า 1 เดือน
 

ราคาทองคำปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้
 

ราคาทองสปอตลดลง 0.8% อยู่ที่ 4,312.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังระหว่างวันร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ลดลง 1.3% อยู่ที่ 4,351.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์


หุ้น AI ทั่วโลกร่วง หลังผู้นำวงการออกมาเตือนให้ชะลอพัฒนา
15 กันยายน 2569
แชร์



หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลกร่วงแรง หลังผู้นำบริษัทชั้นนำเตือนความเสี่ยงร้ายแรงจาก AI ขณะที่นักลงทุนกังวลต้นทุนลงทุนและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ หลังผู้บริหารบริษัท AI รายใหญ่เตือนถึงความเสี่ยงที่เทคโนโลยีอาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อมนุษยชาติ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนในอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมา
 

แรงเทขายกระจายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากพึ่งพาการกู้ยืมและการจัดหาเงินทุนในลักษณะหมุนเวียนระหว่างบริษัท เพื่อรองรับแผนลงทุน AI ที่มีมูลค่าสูง ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี
 

หุ้นชิปนำตลาดร่วงทั่วโลก
 

ดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งรวมหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วง 1.2% ในช่วงเปิดตลาด แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ก่อนฟื้นตัวบางส่วนในช่วงบ่าย โดยล่าสุดลดลง 0.4%
 

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสลงทุน AI ถูกเทขายอย่างหนัก ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ลดลง 5.2% ขณะที่ Nvidia ร่วง 3%, Advanced Micro Devices (AMD) ลดลง 4.5% และ Micron ลดลง 5.4%
 

ตลาดยุโรปก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นเทคโนโลยีลดลง 2.2% นำโดย ASML ที่ร่วง 6% ขณะที่ Infineon และ Siemens Energy ปรับตัวลงแรง
 

ในเอเชีย SoftBank ร่วงมากกว่า 10% ส่วนผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง TSMC และ SK Hynix ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
[img]https://image.posttoday.com/uploads/images/contents/w1024/2026/09/Dk5b6l1lLjohJd4AIZvj.webp?x-image-process=style/lg-webp[/img]
 

ผู้นำ AI เรียกร้องชะลอการพัฒนา
 

Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic ระบุในบทความขนาดยาวที่เผยแพร่ผ่าน X เมื่อวันเสาร์ว่า บริษัท AI ควรชะลอความเร็วในการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดล เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายเพิ่มสูงขึ้น
 Elon Musk ผู้บริหาร xAI และ Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ต่างแสดงความเห็นสอดคล้องกับ Amodei ขณะที่ Altman ระบุว่า OpenAI จะไม่เดินหน้าเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในปีนี้ โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัย
 Amodei เตือนว่า ภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า AI agents อาจมีความสามารถมากพอที่จะเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมด และอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์
 ด้าน Altman เตือนในการให้สัมภาษณ์ว่า ความเสี่ยงที่ AI อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์มีความร้ายแรงเพียงพอที่บริษัทเทคโนโลยีและรัฐบาลจำเป็นต้องร่วมกันดำเนินการ
 Gillian Hadfield ศาสตราจารย์ด้าน AI Alignment and Governance จาก Johns Hopkins University กล่าวว่า คำเตือนดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เนื่องจากโมเดล AI อาจดำเนินการในสิ่งที่มนุษย์ไม่ต้องการและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ
 

ความกังวล AI ขยายจากความเสี่ยงสู่แรงต้านทางสังคม
 ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือน หลัง Jacob Coxon นักวิจัยของ Anthropic ลาออก พร้อมระบุว่าบริษัท AI รายใหญ่กำลัง "เดิมพันกับชีวิตของมนุษย์"
ต่อมา Anthropic เปิดเผยรายงานข่าวกรองด้านภัยคุกคาม ระบุว่าโมเดล Claude ของบริษัทถูกนำไปใช้ในกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่การพัฒนาอาวุธ ปฏิบัติการไซเบอร์ การเฝ้าระวัง ไปจนถึงการฉ้อโกง
ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ หลายรายแสดงความกังวลต่อการพัฒนา AI ที่รวดเร็ว และเรียกร้องให้มีกฎเกณฑ์ใหม่ โดยสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ อยู่ระหว่างหารือกฎหมายที่จะกำหนดให้บริษัท AI แสดงหลักฐานว่ามีมาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
 

อย่างไรก็ตาม Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อกังวลดังกล่าว โดยเรียกกระแสต่อต้าน AI และศูนย์ข้อมูลว่าเป็น "การสมคบคิดที่น่ารังเกียจ" ขณะที่ศูนย์ข้อมูลกลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
 

นับตั้งแต่ OpenAI เปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 การลงทุนใน AI มีส่วนผลักดันตลาดหุ้นโลกให้ปรับตัวขึ้นอย่างมาก แต่ในระยะหลัง การโจมตีทางไซเบอร์โดย AI agents และความไม่พอใจของประชาชนต่อการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ได้เพิ่มแรงต้านต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม
 

สหรัฐฯ และจีนยังเตรียมเปิดการหารือด้านความปลอดภัยของ AI ภายใต้การเจรจาทวิภาคีในเดือนนี้ ขณะที่ Global Times สื่อของจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ วิจารณ์ข้อเสนอของ Amodei ว่าเป็น "ยุทธวิธีแบบสงครามเย็น" ที่มีเป้าหมายจำกัดการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน
 

การแข่งขันด้านต้นทุนกดดันบริษัท AI รายใหญ่
  

Michael Burry นักลงทุนชื่อดังจากการคาดการณ์วิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ ก่อนวิกฤตการเงินปี 2008 มองว่าคำเตือนของ Anthropic และ OpenAI เป็นเพียงการสร้างกระแส และอาจเป็นข้ออ้างเพื่อปกปิดการชะลอตัวของการเติบโตที่ควบคุมไม่ได้
 

Deutsche Bank ระบุว่า การแข่งขันระหว่างบริษัทและประเทศต่างๆ ยังคงรุนแรง และเป็นเรื่องยากที่จะเห็นบริษัทใดยอมถอย หากคู่แข่งยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
 

Morgan Stanley คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกจะทะลุ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 สะท้อนว่าการลงทุนใน AI ยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อ แม้ความกังวลด้านความปลอดภัยและผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้น
 

ขณะเดียวกัน Anthropic เองยังเดินหน้าเตรียมเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนหน้า และมีรายงานว่าอยู่ระหว่างเจรจากับ Nvidia เพื่อให้เข้ามาเป็นนักลงทุนหลักในการ IPO ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งระหว่าง คำเตือนให้ชะลอการพัฒนา AI กับการแข่งขันทางธุรกิจที่ยังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่