ขอแชร์ปัญหาล่าสุดจากการใช้บัตรเครดิต EMV แตะจ่ายรถไฟฟ้า MRT และถูกคิดค่าโดยสารผิดพลาด
- วันที่ 8 ส.ค. ได้มีการแตะจ่ายเพื่อเดินทาง ขาเข้าแตะได้ปกติ ขาออกแตะแล้วระบบไม่ตอบสนอง จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงแนะนำให้ทำเรื่องขอคืนเงินภายหลัง ในวันนั้นได้เข้าเว็บไซต์ mangmoomemv.com แต่ไม่สามารถทำเรื่องขอคืนเงินได้ เนื่องจากยังไม่ปรากฏยอดเรียกเก็บ
- วันรุ่งขึ้นได้กลับไปทดสอบแตะบัตรที่สถานีเดิม ระบบก็ยังไม่ตอบสนอง จึงได้ติดต่อธนาคารเพื่อออกบัตรเครดิตใหม่ ทำให้บัตรใบเดิมถูกอายัดไป
- วันที่ 12 ส.ค. ได้มียอดเรียกเก็บ 72 บาท จากการแตะเข้าโดยไม่แตะออกในวันที่ 8 ส.ค. เนื่องจากกรณีการเดินทางไม่ปกติ จะมีการเรียกเก็บยอดสูงสุด 4 วัน นับจากวันเดินทาง

- เมื่อปรากฏยอดเรียกเก็บจึงได้ทำการส่งเรื่องผ่านเว็บไซต์ mangmoomemv.com เพื่อขอคืนมูลค่าส่วนเกิน แต่ถูกปฏิเสธการคืนเงิน โดยได้รับคำตอบให้ส่งหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากได้รับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตจากธนาคาร จึงได้เข้าเว็บไซต์ mangmoomemv.com เพื่อส่งหลักฐานเพิ่มเติม แต่กลับไม่มีช่องทางส่งไฟล์เพิ่มเติม มีแต่เบอร์โทรติดต่อ

- เพื่อที่จะส่งหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งเป็นไฟล์ภาพ จึงได้กดเข้าไปที่รายการที่มีปัญหาและทำเรื่องขอคืนมูลค่าส่วนเกินอีกครั้ง แต่ระบบกลับแจ้งว่าไม่สามารถขอคืนได้ เนื่องจากทำรายการไปแล้ว (แต่ถูกปฏิเสธ!!)

- ในเมื่อส่งขอคืนมูลค่าส่วนเกินจากรายการเดิมไม่ได้ จึงได้ทำเรื่องจากรายการอื่น โดยอ้างอิงหมายเลขคำโต้แย้งเดิม และอธิบายรายละเอียดของปัญหา ซึ่งระบบจำกัดการส่งข้อความเพียง 500 ตัวอักษร ทำให้ต้องใช้เวลาในการเรียบเรียงให้กระชับพอดี เมื่อกดปุ่มส่งคำโต้แย้ง ระบบกลับขึ้นข้อความว่า เซสชั่นหมดอายุ!! ทำให้ต้องเข้าระบบใหม่ เพื่อพิมพ์ข้อความทั้งหมดใหม่อีกครั้ง ด้วยความหงุดหงิดทำให้พิมพ์รหัสผ่านผิด ระบบจึงล็อค ต้องรออีก 5 นาที เพื่อเข้าระบบใหม่!! กว่าจะส่งคำโต้แย้งสำเร็จ เสียเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง!!! ล่าสุดคำโต้แย้งอยู่ในสถานะกำลังดำเนินการ ยังไม่ทราบผลว่าจะได้เงินคืนหรือไม่...
จึงขอบันทึกประเด็นปัญหาฝากทาง MRT ไว้ดังนี้
- ปัญหาหลักคือการใช้บัตร EMV แตะจ่ายไม่ตัดยอดทันที ทำให้เป็นภาระของผู้ใช้บริการต้องคอยตรวจสอบภายหลัง
- เจ้าหน้าที่ MRT ที่สถานีไม่สามารถช่วยเหลือได้ ต้องติดต่อผ่านเว็บไซต์ mangmoomemv.com เอง
- หากพบปัญหาการคิดค่าบริการผิด ในกรณีทั่วไปต้องรอ 48 ชั่วโมง จึงส่งเรื่องขอคืนเงินได้ กรณีเดินทางผิดปกติ (เช่น แตะเข้าไม่ได้แตะออก) ต้องรอถึง 4 วัน จึงปรากฏยอดให้ส่งเรื่องขอคืนเงินได้
- ยอดถูกหักจากบัตรเครดิตสำเร็จไปแล้ว แต่ระบบของทาง MRT กลับไม่บันทึก เป็นภาระผู้ใช้บริการต้องส่งหลักฐานเพิ่มเติม
- เว็บไซต์ mangmoomemv.com ไม่มีช่องทางให้ส่งหลักฐานเพิ่มเติม ส่งคำโต้แย้งในรายการที่เคยถูกปฏิเสธไม่ได้ มีการจำกัดตัวอักษรที่น้อยเกินไป จำกัดเวลาการใช้งานเซสชั่นที่สั้นเกินไป และการเข้าสู่ระบบกรณีพิมพ์รหัสผ่านผิด ควรมีการแจ้งเตือนว่าจะมีการล็อคหากพิมพ์ผิดในครั้งที่ 3 นอกจากนี้ กรณีเพิ่มบัตร EMV หลายใบควรสามารถตั้งชื่อบัตรได้ และมีเมนูรายการให้เลือกบัตร ปัจจุบันต้องไล่เลื่อนดูจากบัตรใบแรกทุกครั้ง
รถไฟฟ้า MRT เป็นบริการสาธารณะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ควรสะดวกและเข้าถึงง่าย แต่ระบบกลับผลักภาระให้ผู้ใช้บริการต้องมาตรวจสอบ ทำเรื่องโต้แย้งเองจนเสียเวลาชีวิตเกินจำเป็นค่ะ น่าสงสัยว่ามีกี่เคสแล้วที่ MRT ได้เงินส่วนต่างค่าโดยสารจากความผิดพลาดแบบนี้ เพราะผู้ใช้บริการไม่ได้ตรวจสอบ หรือไม่สะดวกทำเรื่องขอคืนเงิน
มีใครเคยเจอขั้นตอนยุ่งยากแบบนี้บ้างไหมคะ มาช่วยแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับ เผื่อท่านอื่นประสบปัญหาเดียวกัน ทาง MRT จะได้หันมาใส่ใจความเห็นผู้ใช้บริการบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ
ปัญหาบัตร EMV แตะจ่ายรถไฟฟ้า MRT
- วันที่ 8 ส.ค. ได้มีการแตะจ่ายเพื่อเดินทาง ขาเข้าแตะได้ปกติ ขาออกแตะแล้วระบบไม่ตอบสนอง จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงแนะนำให้ทำเรื่องขอคืนเงินภายหลัง ในวันนั้นได้เข้าเว็บไซต์ mangmoomemv.com แต่ไม่สามารถทำเรื่องขอคืนเงินได้ เนื่องจากยังไม่ปรากฏยอดเรียกเก็บ
- วันรุ่งขึ้นได้กลับไปทดสอบแตะบัตรที่สถานีเดิม ระบบก็ยังไม่ตอบสนอง จึงได้ติดต่อธนาคารเพื่อออกบัตรเครดิตใหม่ ทำให้บัตรใบเดิมถูกอายัดไป
- วันที่ 12 ส.ค. ได้มียอดเรียกเก็บ 72 บาท จากการแตะเข้าโดยไม่แตะออกในวันที่ 8 ส.ค. เนื่องจากกรณีการเดินทางไม่ปกติ จะมีการเรียกเก็บยอดสูงสุด 4 วัน นับจากวันเดินทาง
- เมื่อปรากฏยอดเรียกเก็บจึงได้ทำการส่งเรื่องผ่านเว็บไซต์ mangmoomemv.com เพื่อขอคืนมูลค่าส่วนเกิน แต่ถูกปฏิเสธการคืนเงิน โดยได้รับคำตอบให้ส่งหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากได้รับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตจากธนาคาร จึงได้เข้าเว็บไซต์ mangmoomemv.com เพื่อส่งหลักฐานเพิ่มเติม แต่กลับไม่มีช่องทางส่งไฟล์เพิ่มเติม มีแต่เบอร์โทรติดต่อ
- เพื่อที่จะส่งหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งเป็นไฟล์ภาพ จึงได้กดเข้าไปที่รายการที่มีปัญหาและทำเรื่องขอคืนมูลค่าส่วนเกินอีกครั้ง แต่ระบบกลับแจ้งว่าไม่สามารถขอคืนได้ เนื่องจากทำรายการไปแล้ว (แต่ถูกปฏิเสธ!!)
- ในเมื่อส่งขอคืนมูลค่าส่วนเกินจากรายการเดิมไม่ได้ จึงได้ทำเรื่องจากรายการอื่น โดยอ้างอิงหมายเลขคำโต้แย้งเดิม และอธิบายรายละเอียดของปัญหา ซึ่งระบบจำกัดการส่งข้อความเพียง 500 ตัวอักษร ทำให้ต้องใช้เวลาในการเรียบเรียงให้กระชับพอดี เมื่อกดปุ่มส่งคำโต้แย้ง ระบบกลับขึ้นข้อความว่า เซสชั่นหมดอายุ!! ทำให้ต้องเข้าระบบใหม่ เพื่อพิมพ์ข้อความทั้งหมดใหม่อีกครั้ง ด้วยความหงุดหงิดทำให้พิมพ์รหัสผ่านผิด ระบบจึงล็อค ต้องรออีก 5 นาที เพื่อเข้าระบบใหม่!! กว่าจะส่งคำโต้แย้งสำเร็จ เสียเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง!!! ล่าสุดคำโต้แย้งอยู่ในสถานะกำลังดำเนินการ ยังไม่ทราบผลว่าจะได้เงินคืนหรือไม่...
จึงขอบันทึกประเด็นปัญหาฝากทาง MRT ไว้ดังนี้
- ปัญหาหลักคือการใช้บัตร EMV แตะจ่ายไม่ตัดยอดทันที ทำให้เป็นภาระของผู้ใช้บริการต้องคอยตรวจสอบภายหลัง
- เจ้าหน้าที่ MRT ที่สถานีไม่สามารถช่วยเหลือได้ ต้องติดต่อผ่านเว็บไซต์ mangmoomemv.com เอง
- หากพบปัญหาการคิดค่าบริการผิด ในกรณีทั่วไปต้องรอ 48 ชั่วโมง จึงส่งเรื่องขอคืนเงินได้ กรณีเดินทางผิดปกติ (เช่น แตะเข้าไม่ได้แตะออก) ต้องรอถึง 4 วัน จึงปรากฏยอดให้ส่งเรื่องขอคืนเงินได้
- ยอดถูกหักจากบัตรเครดิตสำเร็จไปแล้ว แต่ระบบของทาง MRT กลับไม่บันทึก เป็นภาระผู้ใช้บริการต้องส่งหลักฐานเพิ่มเติม
- เว็บไซต์ mangmoomemv.com ไม่มีช่องทางให้ส่งหลักฐานเพิ่มเติม ส่งคำโต้แย้งในรายการที่เคยถูกปฏิเสธไม่ได้ มีการจำกัดตัวอักษรที่น้อยเกินไป จำกัดเวลาการใช้งานเซสชั่นที่สั้นเกินไป และการเข้าสู่ระบบกรณีพิมพ์รหัสผ่านผิด ควรมีการแจ้งเตือนว่าจะมีการล็อคหากพิมพ์ผิดในครั้งที่ 3 นอกจากนี้ กรณีเพิ่มบัตร EMV หลายใบควรสามารถตั้งชื่อบัตรได้ และมีเมนูรายการให้เลือกบัตร ปัจจุบันต้องไล่เลื่อนดูจากบัตรใบแรกทุกครั้ง
รถไฟฟ้า MRT เป็นบริการสาธารณะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ควรสะดวกและเข้าถึงง่าย แต่ระบบกลับผลักภาระให้ผู้ใช้บริการต้องมาตรวจสอบ ทำเรื่องโต้แย้งเองจนเสียเวลาชีวิตเกินจำเป็นค่ะ น่าสงสัยว่ามีกี่เคสแล้วที่ MRT ได้เงินส่วนต่างค่าโดยสารจากความผิดพลาดแบบนี้ เพราะผู้ใช้บริการไม่ได้ตรวจสอบ หรือไม่สะดวกทำเรื่องขอคืนเงิน
มีใครเคยเจอขั้นตอนยุ่งยากแบบนี้บ้างไหมคะ มาช่วยแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับ เผื่อท่านอื่นประสบปัญหาเดียวกัน ทาง MRT จะได้หันมาใส่ใจความเห็นผู้ใช้บริการบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ