สวัสดีค่ะ เราอายุ 22 ปี ไม่มีเพื่อนผู้ชาย ไม่เคยมีแฟนเลย(แต่มั่นใจว่าตัวเองชอบผู้ชาย100%)
คือเรามีเรื่องสงสัยที่อยากจะถามทุกคนว่าการที่เราไม่มีเพื่อนผู้ชายเลยมันผิดปกติไหมคะ เรามีพี่ชาย1คนมีลูกพี่ลูกน้องผู้ชายอีก4คน ในชีวิตเราเติบโตมากลับพี่น้องผู้ชาย5คนยังไม่รวมเพื่อนๆของพี่ชายและลูกพี่ลูกน้องเราอีกหลายคนที่ค่อยช่วยเลี้ยงดูเราตอนเด็กๆ เราอายุน้อยที่สุดในครอบครัวตอนที่ผู้ใหญ่ไม่อยู่บ้านพวกเขาจะช่วยกันดูแลเรา
สรุปก็คือเราโตมากับผู้ชายแต่พอเริ่มไปโรงเรียนเราดันมีแต่เพื่อนผู้หญิงหรือไม่ก็เพื่อน LGBTQ ก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรจนเรียนจบแล้วมาทำงาน รู้สึกไม่สบายใจแล้วก็อึดอัดมากเวลาที่ต้องทำงานร่วมกับผู้ชาย ไม่รู้ว่ามันเป็นอคติส่วนตัวหรือว่าปัญหาด้านอะไร แต่เราจะไม่คุยกับเพื่อนร่วมงานผู้ชายเลยนอกจากเรื่องงาน
ด้านการทำงานไม่มีปัญหาอะไรแต่ด้านความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานค่อนข้างแย่ พยายามแล้วที่จะพูดคุยแต่ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายและนี่ไม่ใช่คนแรกที่เป็นแต่เป็นทุกที่ ที่เราเคยทำงานอยู่ ผู้ชายปรกติเป็นแบบนี้ไหมคะ
เราพึ่งย้ายที่ทำงานใหม่มาได้ 6 เดือนแล้วทุกอย่างดีและสิ่งเดียวที่เราปรับตัวไม่ได้คือเพื่อนร่วมงานผู้ชายเขาอายุ30 ปลายๆมีนิสัยขี้บ่นขี้น้อยใจชอบให้พวกเจนX ปฏิบัติกับตัวเองเหมือนเด็กอยากให้เขารักอยากให้เขาเอ็นดูแล้วชอบพูดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่เสมอชอบบ่นและตัดพ้อให้เราฟังเวลาที่พวกเจนXทำตัว toxic ใส่เขา ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ทำไมไม่รักและเอ็นดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ทั้งที่เขาเป็นเด็กทำไมถึงมาทำแบบนี้กับเขา เขามักจะพูดอย่างนี้อยู่เสมอกับเรา
ซึ่งส่วนตัวเรามองว่า toxic มันก็เป็นเรื่องจริงแหละ แต่ว่าจะมานั่งตัดพ้อให้เราฟังเป็นอาทิตย์ เรื่องที่เขาไม่รักไม่เอ็นดูตัวเองเหมือนลูกเหมือนหลานอันนี้ก็ออกเพ้อเจ้อไปหน่อย แล้วตัวเองก็อายุ 30 ปลาย ไม่ใช่เด็กสักหน่อยแล้วก็ไม่ใช่ลูกใช่หลานเขาด้วยน้อยใจอะไรอยู่ได้เป็นอาทิตย์เอาจริงๆก็เกือบเดือน
ชอบมาบ่นแล้วก็ตัดพ้อเกี่ยวกับพวกเจนX ให้เราฟังซึ่งส่วนตัวมองว่าบางครั้งตัวเขาเองก็ผิด ทำงานมากี่ปีแล้วว่าอยู่ตั้งเท่าไหร่แล้วแต่ยังทำงานไม่เรียบร้อยพอถูกว่าหรือตำหนินิดหน่อยก็ทำเป็นรับไม่ได้ตัดพ้อแล้วก็น้อยใจ แล้วที่สำคัญที่สุด เวลาที่หัวหน้าแผนกที่เป็นผู้หญิงทำงานพลาด เขามักจะหลุดปากพูดออกมาบ่อยๆว่า"ผู้หญิงก็เป็นอย่างนี้แหละ" "ผู้หญิงเป็นหัวหน้าก็เป็นอย่างนี้แหละ"
ซึ่งไม่ได้ดูสภาพตัวเองเลยว่า ตัวเองทำงานชุ่ยขนาดไหนยังมีหน้าไปวิจารณ์หัวหน้าทีมแผนกอื่นอีกแล้วเกลียดที่สุดคือการที่เขาเอาเพศมาพูดเนี่ยแหละเราเองก็เคยทำงานกับหัวหน้าที่เป็นผู้หญิงนะ เราก็รู้แหละว่าหัวหน้าผู้หญิงค่อนข้างขี้วีนจริงๆจากที่เราเจอมา แต่เราเองก็ทำงานมาได้ไม่กี่ที่เพราะฉะนั้นเราเองก็ตัดสินไม่ได้ว่า ผู้หญิงเป็นอย่างนี้ทุกคนไหม แต่ที่แน่ๆเราเริ่มรู้สึกไม่ชอบเพื่อนร่วมงานคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ปรกติตัวเราก็เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศค่อนข้างยากอยู่แล้ว ยิ่งพยายามทำความรู้จักเพื่อนคนนี้เท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเกลียด มันอาจจะเป็นเพราะอคติส่วนตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เราคิดว่า เรายังต้องทำงานกับเขาอีกนานเพราะว่างานที่ทำอยู่ก็ค่อนข้างดีแล้วก็อยู่ใกล้บ้านก็เลยพยายามเปลี่ยนประเด็นแล้วหาเรื่องคุยใหม่ๆ
เรากับเพื่อนๆในทีมก็พากันคุยเกี่ยวกับเรื่องข่าวสารทั่วไป จนไปเจอข่าวเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศภายในครอบครัว ซึ่งเพื่อนร่วมงานผู้ชายคนนี้ของเราก็ได้แสดงความคิดเห็นเข้าข้างคนก่อเหตุแล้วบอกว่าเหยื่อคิดมากไปเอง ก็แค่พี่น้องหยอกกันอายุก็ห่างกันไม่มากถ้าทำจริงทำไมไม่สู้ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศด้วยการโทษเหยื่อ ทุกครั้งที่คนในทีมกำลังพูดเกี่ยวกับข่าวการคุกคามหรือการข่มขืน
จนทำให้เพื่อนๆในทีมผู้หญิงคนอื่นเงียบไปทันทีหลังจากที่เขาแสดงความคิดเห็นออกมา แล้วก็ยังมีนิสัยชอบวิพากษ์วิจารณ์หน้าตาของผู้หญิงในที่ทำงาน ในแผนกต่างๆว่าคนไหนสวยคนไหนไม่สวย รวมไปถึงนิสัยที่ชอบทำตัวเป็นวัยรุ่นอยู่ตลอดเวลา คบเพื่อนรุ่นน้องเด็กๆ ซึ่งเรามองว่าการที่จะทำตัวเป็นวัยรุ่นหรือตามทันเด็กๆอะไรมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่สิ่งที่เราไม่ชอบที่สุดก็คือ เวลาที่เราพูดถึงดาราหรือศิลปิน ที่เรารู้จักและดังมากๆในหมู่ Gen Z
แต่เขาบอกว่าเขาไม่รู้จักและคนคนนี้ก็ไม่ดัง ซึ่งเราก็บอกกับเขาว่าเขาดังมากจริงๆนะเขาดังในต่างประเทศด้วย แต่เขาก็เถียงจะเอาชนะให้ได้บอกว่าคนคนนี้ไม่ดังถ้าดังเขาต้องรู้จัก เราอึ้งเลยคือโลกหมุนรอบตัวมาก แล้วยังพูดชื่อดาราดัง ยุคที่เรายังไม่เกิดด้วยซ้ำขึ้นมาแล้วบอกว่าถ้าดังต้องเป็นแบบคนนี้ที่เขารู้จัก
เอาเข้าจริงถ้าเขาไม่พูดชื่อออกมาเราก็ไม่รู้จักหรอกคนที่เขายกตัวอย่างขึ้นมาแต่เพราะว่าเรามาทำงาน ในหมู่คนที่ เป็น Gen X Gen Y มันก็เลยทำให้เราได้รู้จัก กับดาราและศิลปินที่ดังในอดีต และเราก็ไม่ได้ด้อยค่าอะไรเขา แต่ตัวเขานี่สิ เถียงจะเอาชนะให้ได้ว่าคนที่เราพูดถึงไม่ดังเพราะตัวเองไม่รู้จัก ดาราและศิลปินในโลกมีเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น เขาจะต้องรู้จักทุกคนเลยหรอ แค่เขาไม่รู้จักก็บอกว่าไม่ดังได้หรอ
มาถึงจุดนี้แล้วยิ่งพยายามทำความรู้จักเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมันเป็นอคติส่วนตัวไหมคะผู้ชายส่วนมากเป็นแบบนี้ไหม เพราะตัวเราเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายแต่พอมาทำงาน ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมที่มีเพื่อนร่วมงานเป็นผู้ชายจะต้องทำยังไงดีคะ
จริงๆวีรกรรมของเขามีมากมาย เพราะเราเองก็พยายามที่ จะปรับตัวเข้าหา ด้วยการพูดคุยแล้วก็เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ เกิดการทะเลาะกันขึ้นมาเพราะบางครั้งเราก็รู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะด่าค่ะ
สำหรับใครที่มีเพื่อนผู้ชายเยอะหรือมีประสบการณ์ทางด้านการทำงานกับเพื่อนผู้ชาย สามารถแนะนำเราได้นะคะเราจะนำไปปรับใช้ กับชีวิตการทำงานเพื่อที่จะได้ทำงานให้มีความสุขมากขึ้น เพราะตอนนี้รู้สึกเครียดมากเพราะงานที่เราทำอยู่มันต้องติดต่อสื่อสารกันและทำงานร่วมกันเป็นทีม จะนั่งเงียบไม่เอาใครเลยก็ไม่ได้
ผู้ชายที่เป็นแบบนี้ปกติหรือเปล่าและเราคิดมากไปเองไหมคะ ตัวเราเองก็ ไม่มีเพื่อนผู้ชายมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วเลยไม่คุ้นเคยกับนิสัย
เพื่อนร่วมงานผู้ชายเป็นแบบนี้ ปกติไหมคะ
คือเรามีเรื่องสงสัยที่อยากจะถามทุกคนว่าการที่เราไม่มีเพื่อนผู้ชายเลยมันผิดปกติไหมคะ เรามีพี่ชาย1คนมีลูกพี่ลูกน้องผู้ชายอีก4คน ในชีวิตเราเติบโตมากลับพี่น้องผู้ชาย5คนยังไม่รวมเพื่อนๆของพี่ชายและลูกพี่ลูกน้องเราอีกหลายคนที่ค่อยช่วยเลี้ยงดูเราตอนเด็กๆ เราอายุน้อยที่สุดในครอบครัวตอนที่ผู้ใหญ่ไม่อยู่บ้านพวกเขาจะช่วยกันดูแลเรา
สรุปก็คือเราโตมากับผู้ชายแต่พอเริ่มไปโรงเรียนเราดันมีแต่เพื่อนผู้หญิงหรือไม่ก็เพื่อน LGBTQ ก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรจนเรียนจบแล้วมาทำงาน รู้สึกไม่สบายใจแล้วก็อึดอัดมากเวลาที่ต้องทำงานร่วมกับผู้ชาย ไม่รู้ว่ามันเป็นอคติส่วนตัวหรือว่าปัญหาด้านอะไร แต่เราจะไม่คุยกับเพื่อนร่วมงานผู้ชายเลยนอกจากเรื่องงาน
ด้านการทำงานไม่มีปัญหาอะไรแต่ด้านความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานค่อนข้างแย่ พยายามแล้วที่จะพูดคุยแต่ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายและนี่ไม่ใช่คนแรกที่เป็นแต่เป็นทุกที่ ที่เราเคยทำงานอยู่ ผู้ชายปรกติเป็นแบบนี้ไหมคะ
เราพึ่งย้ายที่ทำงานใหม่มาได้ 6 เดือนแล้วทุกอย่างดีและสิ่งเดียวที่เราปรับตัวไม่ได้คือเพื่อนร่วมงานผู้ชายเขาอายุ30 ปลายๆมีนิสัยขี้บ่นขี้น้อยใจชอบให้พวกเจนX ปฏิบัติกับตัวเองเหมือนเด็กอยากให้เขารักอยากให้เขาเอ็นดูแล้วชอบพูดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่เสมอชอบบ่นและตัดพ้อให้เราฟังเวลาที่พวกเจนXทำตัว toxic ใส่เขา ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ทำไมไม่รักและเอ็นดูเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ทั้งที่เขาเป็นเด็กทำไมถึงมาทำแบบนี้กับเขา เขามักจะพูดอย่างนี้อยู่เสมอกับเรา
ซึ่งส่วนตัวเรามองว่า toxic มันก็เป็นเรื่องจริงแหละ แต่ว่าจะมานั่งตัดพ้อให้เราฟังเป็นอาทิตย์ เรื่องที่เขาไม่รักไม่เอ็นดูตัวเองเหมือนลูกเหมือนหลานอันนี้ก็ออกเพ้อเจ้อไปหน่อย แล้วตัวเองก็อายุ 30 ปลาย ไม่ใช่เด็กสักหน่อยแล้วก็ไม่ใช่ลูกใช่หลานเขาด้วยน้อยใจอะไรอยู่ได้เป็นอาทิตย์เอาจริงๆก็เกือบเดือน
ชอบมาบ่นแล้วก็ตัดพ้อเกี่ยวกับพวกเจนX ให้เราฟังซึ่งส่วนตัวมองว่าบางครั้งตัวเขาเองก็ผิด ทำงานมากี่ปีแล้วว่าอยู่ตั้งเท่าไหร่แล้วแต่ยังทำงานไม่เรียบร้อยพอถูกว่าหรือตำหนินิดหน่อยก็ทำเป็นรับไม่ได้ตัดพ้อแล้วก็น้อยใจ แล้วที่สำคัญที่สุด เวลาที่หัวหน้าแผนกที่เป็นผู้หญิงทำงานพลาด เขามักจะหลุดปากพูดออกมาบ่อยๆว่า"ผู้หญิงก็เป็นอย่างนี้แหละ" "ผู้หญิงเป็นหัวหน้าก็เป็นอย่างนี้แหละ"
ซึ่งไม่ได้ดูสภาพตัวเองเลยว่า ตัวเองทำงานชุ่ยขนาดไหนยังมีหน้าไปวิจารณ์หัวหน้าทีมแผนกอื่นอีกแล้วเกลียดที่สุดคือการที่เขาเอาเพศมาพูดเนี่ยแหละเราเองก็เคยทำงานกับหัวหน้าที่เป็นผู้หญิงนะ เราก็รู้แหละว่าหัวหน้าผู้หญิงค่อนข้างขี้วีนจริงๆจากที่เราเจอมา แต่เราเองก็ทำงานมาได้ไม่กี่ที่เพราะฉะนั้นเราเองก็ตัดสินไม่ได้ว่า ผู้หญิงเป็นอย่างนี้ทุกคนไหม แต่ที่แน่ๆเราเริ่มรู้สึกไม่ชอบเพื่อนร่วมงานคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ปรกติตัวเราก็เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศค่อนข้างยากอยู่แล้ว ยิ่งพยายามทำความรู้จักเพื่อนคนนี้เท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเกลียด มันอาจจะเป็นเพราะอคติส่วนตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เราคิดว่า เรายังต้องทำงานกับเขาอีกนานเพราะว่างานที่ทำอยู่ก็ค่อนข้างดีแล้วก็อยู่ใกล้บ้านก็เลยพยายามเปลี่ยนประเด็นแล้วหาเรื่องคุยใหม่ๆ
เรากับเพื่อนๆในทีมก็พากันคุยเกี่ยวกับเรื่องข่าวสารทั่วไป จนไปเจอข่าวเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศภายในครอบครัว ซึ่งเพื่อนร่วมงานผู้ชายคนนี้ของเราก็ได้แสดงความคิดเห็นเข้าข้างคนก่อเหตุแล้วบอกว่าเหยื่อคิดมากไปเอง ก็แค่พี่น้องหยอกกันอายุก็ห่างกันไม่มากถ้าทำจริงทำไมไม่สู้ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศด้วยการโทษเหยื่อ ทุกครั้งที่คนในทีมกำลังพูดเกี่ยวกับข่าวการคุกคามหรือการข่มขืน
จนทำให้เพื่อนๆในทีมผู้หญิงคนอื่นเงียบไปทันทีหลังจากที่เขาแสดงความคิดเห็นออกมา แล้วก็ยังมีนิสัยชอบวิพากษ์วิจารณ์หน้าตาของผู้หญิงในที่ทำงาน ในแผนกต่างๆว่าคนไหนสวยคนไหนไม่สวย รวมไปถึงนิสัยที่ชอบทำตัวเป็นวัยรุ่นอยู่ตลอดเวลา คบเพื่อนรุ่นน้องเด็กๆ ซึ่งเรามองว่าการที่จะทำตัวเป็นวัยรุ่นหรือตามทันเด็กๆอะไรมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่สิ่งที่เราไม่ชอบที่สุดก็คือ เวลาที่เราพูดถึงดาราหรือศิลปิน ที่เรารู้จักและดังมากๆในหมู่ Gen Z
แต่เขาบอกว่าเขาไม่รู้จักและคนคนนี้ก็ไม่ดัง ซึ่งเราก็บอกกับเขาว่าเขาดังมากจริงๆนะเขาดังในต่างประเทศด้วย แต่เขาก็เถียงจะเอาชนะให้ได้บอกว่าคนคนนี้ไม่ดังถ้าดังเขาต้องรู้จัก เราอึ้งเลยคือโลกหมุนรอบตัวมาก แล้วยังพูดชื่อดาราดัง ยุคที่เรายังไม่เกิดด้วยซ้ำขึ้นมาแล้วบอกว่าถ้าดังต้องเป็นแบบคนนี้ที่เขารู้จัก
เอาเข้าจริงถ้าเขาไม่พูดชื่อออกมาเราก็ไม่รู้จักหรอกคนที่เขายกตัวอย่างขึ้นมาแต่เพราะว่าเรามาทำงาน ในหมู่คนที่ เป็น Gen X Gen Y มันก็เลยทำให้เราได้รู้จัก กับดาราและศิลปินที่ดังในอดีต และเราก็ไม่ได้ด้อยค่าอะไรเขา แต่ตัวเขานี่สิ เถียงจะเอาชนะให้ได้ว่าคนที่เราพูดถึงไม่ดังเพราะตัวเองไม่รู้จัก ดาราและศิลปินในโลกมีเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น เขาจะต้องรู้จักทุกคนเลยหรอ แค่เขาไม่รู้จักก็บอกว่าไม่ดังได้หรอ
มาถึงจุดนี้แล้วยิ่งพยายามทำความรู้จักเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมันเป็นอคติส่วนตัวไหมคะผู้ชายส่วนมากเป็นแบบนี้ไหม เพราะตัวเราเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชายแต่พอมาทำงาน ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมที่มีเพื่อนร่วมงานเป็นผู้ชายจะต้องทำยังไงดีคะ
จริงๆวีรกรรมของเขามีมากมาย เพราะเราเองก็พยายามที่ จะปรับตัวเข้าหา ด้วยการพูดคุยแล้วก็เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ เกิดการทะเลาะกันขึ้นมาเพราะบางครั้งเราก็รู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะด่าค่ะ
สำหรับใครที่มีเพื่อนผู้ชายเยอะหรือมีประสบการณ์ทางด้านการทำงานกับเพื่อนผู้ชาย สามารถแนะนำเราได้นะคะเราจะนำไปปรับใช้ กับชีวิตการทำงานเพื่อที่จะได้ทำงานให้มีความสุขมากขึ้น เพราะตอนนี้รู้สึกเครียดมากเพราะงานที่เราทำอยู่มันต้องติดต่อสื่อสารกันและทำงานร่วมกันเป็นทีม จะนั่งเงียบไม่เอาใครเลยก็ไม่ได้
ผู้ชายที่เป็นแบบนี้ปกติหรือเปล่าและเราคิดมากไปเองไหมคะ ตัวเราเองก็ ไม่มีเพื่อนผู้ชายมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วเลยไม่คุ้นเคยกับนิสัย