พระทำตัวไม่น่านับถือ ก็เลยไม่อยากใส่บาตร/ถวายสังฆทาน

ไม่ว่าจะจากกรณีข่าวฉาวของพระในช่วงหลายปีนี้ (จริงๆ ก็มีมานานและเยอะไปหมด แต่นานๆ ที ถึงจะโดนเปิดโปง)

หรือพระในวัดแถวบ้านเรา ที่เราไปทำบุญเป็นประจำเราก็เห็นความประพฤติที่ไม่น่านับถือเท่าไหร่ เช่น เวลาว่างๆ นั่งรอสังฆทาน พระก็นั่งเล่นมือถือ ดูคลิป ฯลฯ

เราเชื่อว่า หลายท่านรู้สึกมานานแล้วว่า มีพระจำนวนมากๆๆๆ ที่ไม่น่านับถือ ก็เลยไม่อยากจะใส่บาตร ทำบุญ หรือถวายสังฆทาน ...ฯลฯ

เอาเป็นว่า เราเอาแง่คิดทางพุทธมาฝากละกันค่ะ


1. ถวายเป็น "สังฆทาน"

สังฆทาน คือ การถวายแก่หมู่สงฆ์ส่วนรวม โดยไม่เจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง

พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ใน ทักขิณาวิภังคสูตร ว่า
การถวายสังฆทานแก่หมู่สงฆ์ แม้ในยุคที่พระสงฆ์อาจจะทุศีล
(เรียกว่า โคตรภูสงฆ์ มีเพียงผ้าเหลืองผูกข้อมือหรือคอ)
ก็ยังมีอานิสงส์มหาศาล มีผลนับไม่ได้ มากกว่าการถวายเจาะจงเฉพาะรูป แม้พระรูปนั้นจะเป็นพระอรหันต์ก็ตาม

เพราะฉะนั้น ให้ตั้งจิตว่าเรากำลังค้ำจุน "พระรัตนตรัย" และ "สถาบันสงฆ์" เพื่อสืบทอดพระศาสนา
ไม่ได้มาถวายให้เป็นสมบัติส่วนตัวของบุคคลตรงหน้า


2. มองพระเปรียบเหมือน "ผู้ส่งสาร"

พระที่ไม่เคร่งครัด เปรียบเสมือน "บุรุษไปรษณีย์"
แม้บุรุษไปรษณีย์จะนิสัยไม่ดี แต่เขามีหน้าที่นำจดหมายหรือสิ่งของไปส่งให้ถึงปลายทาง

หน้าที่ของเราคือส่งของชิ้นนั้น (ทาน) เข้าสู่ระบบของพระศาสนา
เมื่อเราปล่อยวางความยึดติดในตัวบุคคล จิตของเราจะบริสุทธิ์และเป็นสุข


3. ตรวจสอบ "องค์ประกอบของบุญ" ที่ตัวเรา

อานิสงส์ของบุญตามหลักพุทธศาสนา ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 3 ประการหลัก (ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวเรา):

3.1  วัตถุบริสุทธิ์: อาหารหรือสังฆทานได้มาด้วยความสุจริต

3.2 เจตนาบริสุทธิ์:
- ก่อนให้..มีความตั้งใจและยินดีที่จะได้เสียสละ
- กำลังให้...ขณะที่ยื่นของให้ มีจิตใจผ่องใส
- หลังให้...ใจที่ผ่องใสหลังจากที่ได้ให้ทานไปแล้ว

3.3 บุคคลบริสุทธิ์:  หากผู้รับไม่บริสุทธิ์ แต่อีก 2 ข้อแรกของเราเต็ม 100%
บุญก็ยังเกิดขึ้นกว้างใหญ่ในใจเราเสมอ
และถึงแม้ผู้รับไม่บริสุทธิ์  เราพึงระลึกว่า เจตนาของเรา คือ "สังฆทาน" (อุทิศให้หมู่สงฆ์ส่วนรวม)


4. การใช้สติปัญญาพิจารณาในการทำกุศลต่างๆ

อกจากพระและวัดแล้ว
การช่วยเพื่อนมนุษย์ สัตว์โลกต่างๆ การทำสาธารณประโยชน์ต่างๆ ก็เป็นกุศลที่สมควรทำ

ลองพิจารณาหาทางทำกุศลในด้านอื่นๆ ประกอบไปด้วย ไม่ว่าจะทาน ศีล ภาวนา
ไม่จำเป็นที่จะต้องแห่กันเอาเงินไปบริจาคที่วัดเสมอไป
จนวัดหลายแห่ง มีเงินบริจาคมากมายเกินจำเป็น
และหลายวัด ก็ไม่มีการเข้มงวดในการบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้
พระและวัด ก็เลยเป็นแหล่งผลประโยชน์ให้ผู้คนมากมายมาหาประโยชน์

พิจารณาให้ในสิ่งที่จำเป็นต่อพระและวัด เช่น อาหาร ยา ของใช้ที่จำเป็น ฯลฯ
เพื่อสนับสนุนการดำเนินชีวิตของพระตามแนวทางของพระพุทธองค์
อะไรที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่จำเป็น หรือเกินจำเป็น  ก็ไม่ควรสนับสนุน


(ข้อมูลทั้งหมดสรุปจาก ai)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่