
ช่วงนี้ใครอยู่ต่างจังหวัด หรืออยู่ตามชุมชนรอบกรุงเทพฯ น่าจะเริ่มสังเกตเหมือนกันว่า Lotus's go fresh บางสาขาค่อยๆ หายไป บางแห่งปิดเงียบ บางแห่งติดป้ายลดราคาล้างสต๊อก บางแห่งหมดสัญญาเช่าแล้วไม่ต่อ ขณะที่บางพื้นที่ปิดไปหลายสาขาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน พอภาพแบบนี้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด เรื่องจึงเริ่มถูกพูดต่อกันว่า
โลตัส โก เฟรช กำลังถอยจากตลาดหรือเปล่า?
บางคนถึงกับพูดกันไปไกลว่าอาจปิด 300 สาขา หรือ 500 สาขาทั่วประเทศ จากช่วงต้นปี 2569 มีประมาณ 2,105 สาขา
แต่ถ้ามองข้อมูลและพัฒนาการของธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มซีพีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรื่องนี้อาจไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อาจไม่ใช่การ “เลิกทำ Lotus's go fresh” แต่เป็นการจัดระเบียบธุรกิจร้านเล็กครั้งใหญ่
ทำไมวันนี้เราถึงเห็นสาขาปิด
คำตอบอาจไม่ได้มีข้อเดียว ที่สำคัญคือ สาขาปิด ไม่ได้แปลว่าบริษัทถอยจากตลาด ธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่ต้องดูเป็นรายสาขา สาขาหนึ่งอาจขายดีมาก แต่อีกสาขาที่อยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตรอาจขาดทุนก็ได้ เพราะต้นทุนไม่ได้มีแค่สินค้า มีค่าเช่า ค่าไฟ ค่าพนักงาน ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการ และต้นทุนในการดูแลสาขาอีกจำนวนมาก
ถ้าสาขาหนึ่งยอดขายไม่พอแบกต้นทุน การปิดอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าการฝืนเปิดต่อ ยิ่งถ้าพื้นที่เดียวกันมีทั้ง 7-Eleven, CJ MORE, ร้านสะดวกซื้อท้องถิ่น ตลาดสด และร้านค้าชุมชนอยู่เต็มไปหมด
คำถามของเจ้าของธุรกิจจึงไม่ใช่...เราจะเปิดร้านให้เยอะที่สุดได้อย่างไร?
แต่กลายเป็น...ร้านไหนควรอยู่ต่อ และร้านไหนไม่ควรอยู่ต่อ?
ตรงนี้เองที่ทำให้เราเห็นการทยอยปิดสาขาเก่าของโลตัสในหลายพื้นที่ บางแห่งอาจเป็นสาขาที่ไม่ทำกำไร บางแห่งอาจหมดสัญญาเช่า บางแห่งทำเลไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน บางแห่งมีสาขาใหม่ของโลตัสอยู่ใกล้กัน และบางแห่งอาจอยู่ในพื้นที่ที่การแข่งขันเปลี่ยนไปจนไม่เหมือนวันที่เปิดร้าน
น่าจับตาคือ “ปิดร้านเล็ก แต่ไม่ได้หายไปจากพื้นที่”
จากเสียงของผู้บริโภคที่พูดถึงกันในหลายพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่เห็นค่อนข้างชัดคือ บางแห่ง Go Fresh ปิด แต่โลตัสไม่ได้หายไปจากพื้นที่นั้นทั้งหมด กลับมีการขยับไปเปิดร้านรูปแบบใหม่ที่ใหญ่กว่า หรืออยู่ในทำเลที่เหมาะกว่า นี่เป็นคนละเรื่องกับการถอนตัวออกจากตลาด ลองคิดแบบง่ายๆ
ถ้ามีร้านขนาดเล็ก 2-3 แห่งอยู่ในรัศมีเดียวกัน แต่ยอดขายแต่ละแห่งไม่ดีพอ การเก็บทั้งสามร้านไว้ก็ไม่ได้แปลว่าจะดี บริษัทอาจเลือกปิดสองร้าน แล้วเอางบประมาณที่ต้องใช้ดูแลทั้งสามแห่งมารวมกันเปิดร้านที่ใหญ่ขึ้นหนึ่งแห่ง
มีที่จอดรถมากขึ้น มีสินค้าเยอะขึ้น มีอาหารสดมากขึ้น มีร้านค้าเช่ามาช่วยดึงคน มี Jungle Café หรือร้านอาหารเข้ามาเสริม และกลายเป็นจุดหมายในการซื้อของของคนในพื้นที่
โมเดลนี้ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่อาจดีกว่าการกระจายร้านเล็กๆ หลายแห่ง เพราะฉะนั้นถ้ามองแค่จำนวนร้านที่ปิด อาจเห็นภาพว่า “โลตัสกำลังหาย” แต่ถ้ามองว่า เงินลงทุนกำลังย้ายจากร้านแบบไหน ไปอยู่ที่ร้านแบบไหน ภาพจะเปลี่ยนไปทันที
ปัญหาใหญ่จริงๆ คือ “ร้านเล็กกำลังแข่งกันหนักขึ้น”
เรื่องนี้ต้องยอมรับว่า Lotus's go fresh เจอการแข่งขันที่หนักขึ้นมาก เมื่อก่อนร้านเล็กในชุมชนมีคู่แข่งไม่กี่ราย วันนี้แทบทุกพื้นที่มีร้านสะดวกซื้อเต็มไปหมด 7-Eleven มีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก ส่วน CJ MORE ก็ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและใช้โปรโมชั่นแรง โดยเฉพาะสินค้าราคาประหยัดและโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 ซึ่งถูกพูดถึงบ่อยมากในเสียงสะท้อนจากลูกค้า
ขณะเดียวกัน Big C Mini, ร้านค้าท้องถิ่น ตลาดสด และช่องทางออนไลน์ก็แย่งเงินจากกระเป๋าเดียวกัน ดังนั้น ลูกค้าไม่ได้ถามแล้วว่า “ร้านไหนอยู่ใกล้ที่สุด” แต่เริ่มถามว่า “ร้านไหนถูกกว่า” “ร้านไหนมีโปร” “ร้านไหนจอดรถง่าย” “ร้านไหนมีถุงให้” “ร้านไหนมีของสดที่เราต้องการ” และที่สำคัญซื้อออนไลน์ถูกกว่าหรือเปล่า
นี่คือสนามรบที่ยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับร้านค้าปลีกไซส์เล็ก
สุดท้ายแล้ว Lotus's go fresh กำลังหายไปจริงหรือ
ถ้าถามว่า “มี Go Fresh ปิดสาขาจริงไหม” คำตอบคือ “มี” แต่ถ้าถาม “แปลว่า Lotus's กำลังถอยออกจากตลาดร้านเล็กหรือกำลังจะหายไป” ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแบบนั้น
สิ่งที่เห็นชัดกว่าคือ โลตัสกำลังคัดสาขา สาขาที่ไม่คุ้มอาจถูกตัด สาขาที่ทับซ้อนอาจถูกรวม สาขาที่หมดสัญญาเช่าอาจไม่ต่อ ทำเลที่ไม่ตอบโจทย์อาจย้าย ขณะเดียวกัน ทำเลที่มองว่ายังมีศักยภาพก็อาจถูกพัฒนาให้เป็นร้านที่ใหญ่และครบกว่าเดิม
ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ “Go Fresh กำลังตาย” แต่เป็น “Go Fresh แบบเดิมกำลังถูกคัดออก เพื่อให้ Go Fresh แบบใหม่อยู่รอด”
และนี่แหละคือสิ่งที่น่าติดตามมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วเกมค้าปลีกไม่ได้วัดกันว่าใครมีร้านเยอะที่สุด แต่วัดกันว่าใครทำให้ลูกค้าเดินเข้าร้านบ่อยที่สุด และทำเงินจากแต่ละสาขาได้ดีที่สุด
ถ้าโลตัสทำตรงนี้สำเร็จ การปิดร้านเก่าหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งก็อาจไม่ใช่สัญญาณของการถอยจากตลาด แต่ถ้าปิดแล้วสาขาใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายและกำไรกลับมาได้ เมื่อนั้นจึงจะเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาจริงๆ
และสนามรบของร้านค้าปลีกเล็กในประเทศไทยตอนนี้ กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจาก 7-Eleven กับ Lotus's แล้ว ยังมี CJ MORE, Big C Mini, ร้านค้าท้องถิ่น ตลาดสด และออนไลน์ที่พร้อมแย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกัน
ร้านที่อยู่รอดอาจไม่ใช่ร้านที่มีสาขามากที่สุด แต่เป็นร้านที่เข้าใจว่า “ลูกค้าจะซื้ออะไร ที่ไหน และเพราะอะไร” ได้แม่นที่สุด
.
.
cr.
https://www.facebook.com/share/p/1CKKQCq7HE/
Lotus's go fresh เริ่มหายไปจากตลาดจริงหรือ?
ช่วงนี้ใครอยู่ต่างจังหวัด หรืออยู่ตามชุมชนรอบกรุงเทพฯ น่าจะเริ่มสังเกตเหมือนกันว่า Lotus's go fresh บางสาขาค่อยๆ หายไป บางแห่งปิดเงียบ บางแห่งติดป้ายลดราคาล้างสต๊อก บางแห่งหมดสัญญาเช่าแล้วไม่ต่อ ขณะที่บางพื้นที่ปิดไปหลายสาขาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน พอภาพแบบนี้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด เรื่องจึงเริ่มถูกพูดต่อกันว่า
โลตัส โก เฟรช กำลังถอยจากตลาดหรือเปล่า?
บางคนถึงกับพูดกันไปไกลว่าอาจปิด 300 สาขา หรือ 500 สาขาทั่วประเทศ จากช่วงต้นปี 2569 มีประมาณ 2,105 สาขา
แต่ถ้ามองข้อมูลและพัฒนาการของธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มซีพีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรื่องนี้อาจไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อาจไม่ใช่การ “เลิกทำ Lotus's go fresh” แต่เป็นการจัดระเบียบธุรกิจร้านเล็กครั้งใหญ่
ทำไมวันนี้เราถึงเห็นสาขาปิด
คำตอบอาจไม่ได้มีข้อเดียว ที่สำคัญคือ สาขาปิด ไม่ได้แปลว่าบริษัทถอยจากตลาด ธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่ต้องดูเป็นรายสาขา สาขาหนึ่งอาจขายดีมาก แต่อีกสาขาที่อยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตรอาจขาดทุนก็ได้ เพราะต้นทุนไม่ได้มีแค่สินค้า มีค่าเช่า ค่าไฟ ค่าพนักงาน ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการ และต้นทุนในการดูแลสาขาอีกจำนวนมาก
ถ้าสาขาหนึ่งยอดขายไม่พอแบกต้นทุน การปิดอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าการฝืนเปิดต่อ ยิ่งถ้าพื้นที่เดียวกันมีทั้ง 7-Eleven, CJ MORE, ร้านสะดวกซื้อท้องถิ่น ตลาดสด และร้านค้าชุมชนอยู่เต็มไปหมด
คำถามของเจ้าของธุรกิจจึงไม่ใช่...เราจะเปิดร้านให้เยอะที่สุดได้อย่างไร?
แต่กลายเป็น...ร้านไหนควรอยู่ต่อ และร้านไหนไม่ควรอยู่ต่อ?
ตรงนี้เองที่ทำให้เราเห็นการทยอยปิดสาขาเก่าของโลตัสในหลายพื้นที่ บางแห่งอาจเป็นสาขาที่ไม่ทำกำไร บางแห่งอาจหมดสัญญาเช่า บางแห่งทำเลไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน บางแห่งมีสาขาใหม่ของโลตัสอยู่ใกล้กัน และบางแห่งอาจอยู่ในพื้นที่ที่การแข่งขันเปลี่ยนไปจนไม่เหมือนวันที่เปิดร้าน
น่าจับตาคือ “ปิดร้านเล็ก แต่ไม่ได้หายไปจากพื้นที่”
จากเสียงของผู้บริโภคที่พูดถึงกันในหลายพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่เห็นค่อนข้างชัดคือ บางแห่ง Go Fresh ปิด แต่โลตัสไม่ได้หายไปจากพื้นที่นั้นทั้งหมด กลับมีการขยับไปเปิดร้านรูปแบบใหม่ที่ใหญ่กว่า หรืออยู่ในทำเลที่เหมาะกว่า นี่เป็นคนละเรื่องกับการถอนตัวออกจากตลาด ลองคิดแบบง่ายๆ
ถ้ามีร้านขนาดเล็ก 2-3 แห่งอยู่ในรัศมีเดียวกัน แต่ยอดขายแต่ละแห่งไม่ดีพอ การเก็บทั้งสามร้านไว้ก็ไม่ได้แปลว่าจะดี บริษัทอาจเลือกปิดสองร้าน แล้วเอางบประมาณที่ต้องใช้ดูแลทั้งสามแห่งมารวมกันเปิดร้านที่ใหญ่ขึ้นหนึ่งแห่ง
มีที่จอดรถมากขึ้น มีสินค้าเยอะขึ้น มีอาหารสดมากขึ้น มีร้านค้าเช่ามาช่วยดึงคน มี Jungle Café หรือร้านอาหารเข้ามาเสริม และกลายเป็นจุดหมายในการซื้อของของคนในพื้นที่
โมเดลนี้ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่อาจดีกว่าการกระจายร้านเล็กๆ หลายแห่ง เพราะฉะนั้นถ้ามองแค่จำนวนร้านที่ปิด อาจเห็นภาพว่า “โลตัสกำลังหาย” แต่ถ้ามองว่า เงินลงทุนกำลังย้ายจากร้านแบบไหน ไปอยู่ที่ร้านแบบไหน ภาพจะเปลี่ยนไปทันที
ปัญหาใหญ่จริงๆ คือ “ร้านเล็กกำลังแข่งกันหนักขึ้น”
เรื่องนี้ต้องยอมรับว่า Lotus's go fresh เจอการแข่งขันที่หนักขึ้นมาก เมื่อก่อนร้านเล็กในชุมชนมีคู่แข่งไม่กี่ราย วันนี้แทบทุกพื้นที่มีร้านสะดวกซื้อเต็มไปหมด 7-Eleven มีเครือข่ายขนาดใหญ่มาก ส่วน CJ MORE ก็ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและใช้โปรโมชั่นแรง โดยเฉพาะสินค้าราคาประหยัดและโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 ซึ่งถูกพูดถึงบ่อยมากในเสียงสะท้อนจากลูกค้า
ขณะเดียวกัน Big C Mini, ร้านค้าท้องถิ่น ตลาดสด และช่องทางออนไลน์ก็แย่งเงินจากกระเป๋าเดียวกัน ดังนั้น ลูกค้าไม่ได้ถามแล้วว่า “ร้านไหนอยู่ใกล้ที่สุด” แต่เริ่มถามว่า “ร้านไหนถูกกว่า” “ร้านไหนมีโปร” “ร้านไหนจอดรถง่าย” “ร้านไหนมีถุงให้” “ร้านไหนมีของสดที่เราต้องการ” และที่สำคัญซื้อออนไลน์ถูกกว่าหรือเปล่า
นี่คือสนามรบที่ยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับร้านค้าปลีกไซส์เล็ก
สุดท้ายแล้ว Lotus's go fresh กำลังหายไปจริงหรือ
ถ้าถามว่า “มี Go Fresh ปิดสาขาจริงไหม” คำตอบคือ “มี” แต่ถ้าถาม “แปลว่า Lotus's กำลังถอยออกจากตลาดร้านเล็กหรือกำลังจะหายไป” ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแบบนั้น
สิ่งที่เห็นชัดกว่าคือ โลตัสกำลังคัดสาขา สาขาที่ไม่คุ้มอาจถูกตัด สาขาที่ทับซ้อนอาจถูกรวม สาขาที่หมดสัญญาเช่าอาจไม่ต่อ ทำเลที่ไม่ตอบโจทย์อาจย้าย ขณะเดียวกัน ทำเลที่มองว่ายังมีศักยภาพก็อาจถูกพัฒนาให้เป็นร้านที่ใหญ่และครบกว่าเดิม
ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ “Go Fresh กำลังตาย” แต่เป็น “Go Fresh แบบเดิมกำลังถูกคัดออก เพื่อให้ Go Fresh แบบใหม่อยู่รอด”
และนี่แหละคือสิ่งที่น่าติดตามมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วเกมค้าปลีกไม่ได้วัดกันว่าใครมีร้านเยอะที่สุด แต่วัดกันว่าใครทำให้ลูกค้าเดินเข้าร้านบ่อยที่สุด และทำเงินจากแต่ละสาขาได้ดีที่สุด
ถ้าโลตัสทำตรงนี้สำเร็จ การปิดร้านเก่าหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งก็อาจไม่ใช่สัญญาณของการถอยจากตลาด แต่ถ้าปิดแล้วสาขาใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายและกำไรกลับมาได้ เมื่อนั้นจึงจะเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาจริงๆ
และสนามรบของร้านค้าปลีกเล็กในประเทศไทยตอนนี้ กำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจาก 7-Eleven กับ Lotus's แล้ว ยังมี CJ MORE, Big C Mini, ร้านค้าท้องถิ่น ตลาดสด และออนไลน์ที่พร้อมแย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกัน
ร้านที่อยู่รอดอาจไม่ใช่ร้านที่มีสาขามากที่สุด แต่เป็นร้านที่เข้าใจว่า “ลูกค้าจะซื้ออะไร ที่ไหน และเพราะอะไร” ได้แม่นที่สุด
.
.
cr. https://www.facebook.com/share/p/1CKKQCq7HE/