KEY POINTS
ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นรอบนี้ต่อกลุ่มท่องเที่ยวคาดว่ามีแนวโน้มไม่รุนแรงเท่ากับช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซัน)
สายการบินมีแนวโน้มที่จะยังคงรักษาเส้นทางบินมายังประเทศไทยเพื่อรองรับความต้องการเดินทางในช่วงไฮซีซัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการปรับลดเที่ยวบิน
ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เร่งตัวขึ้น และความสามารถในการรองรับเที่ยวบินจากจีนที่ขยายตัวต่อเนื่อง ช่วยลดทอนผลกระทบจากราคาน้ำมัน
กลุ่มท่องเที่ยวไทยอาจได้รับอานิสงส์เพิ่มเติม หากนักท่องเที่ยวยุโรปเปลี่ยนจุดหมายการเดินทางจากตะวันออกกลางมายังประเทศไทยแทน
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับฐานของราคาหุ้นจากภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน (Risk-off) เป็นโอกาสในการสะสมหุ้นท่องเที่ยว โดยแนะนำ CENTEL, AOT และ ERW เป็นหุ้นเด่น
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ปรับขึ้นสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 209 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับเที่ยวบินและต้องพิจารณาลดน้ำหนักการลงทุน
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาเร่งตัว ขณะที่ความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเส้นทางจีน-ไทยในไตรมาส 4 ปี 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง สอดรับกับการเข้าสู่ช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความขัดแย้งที่กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมัน
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในรอบนี้ มีลักษณะแตกต่างจากสถานการณ์ในไตรมาส 2 ปี 2569 เนื่องจากความขัดแย้งครั้งนี้เน้นผลกระทบไปที่เส้นทางการขนส่งน้ำมันเป็นหลัก ขณะที่ดัชนี MSCI World Hotels, Restaurants & Leisure ปรับตัวลง 0.1% จากวันก่อนหน้า เทียบกับ MSCI ACWI ที่ลดลง 0.7% สะท้อนการปรับฐานตามภาวะ Risk-off
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนสำคัญของกลุ่มท่องเที่ยวในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือน พ.ย.-ก.พ. มาจากเทศกาล Golden Week ของจีนในวันที่ 1 ต.ค. โดยหากอิงข้อมูลปีก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนรายสัปดาห์เริ่มฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้าในช่วงกลางเดือน ก.ย. และต่อเนื่องถึงต้นเดือน ต.ค.
ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมีสัญญาณดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยในเดือน ก.ค. 2569 นักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 4.6 แสนคน สูงกว่าเวียดนามที่ 3.9 แสนคน และเดือน ส.ค. ไทยอยู่ที่ประมาณ 4.8 แสนคน เทียบกับเวียดนามที่ 4.6 แสนคน ถือเป็นการแซงหน้าเวียดนามต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังจากก่อนหน้านี้เวียดนามมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสูงกว่าไทยเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ ข้อมูล Bloomberg Intelligence ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569 ระบุว่า จำนวนที่นั่งเที่ยวบินเส้นทางจีน-ไทยในไตรมาส 4 ปี 2569 ขยายตัว 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าการเติบโตของเส้นทางจีน-เวียดนามที่ 11.5% และภาพรวมที่ขยายตัว 8.5% สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับขึ้นรอบนี้ต่อกลุ่มท่องเที่ยวมีแนวโน้มไม่รุนแรงเท่ากับไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว โดยสายการบินยังมีแนวโน้มรักษาเส้นทางบินมายังไทยเพื่อรองรับความต้องการเดินทางในช่วงไฮซีซัน ขณะเดียวกันยังมีโอกาสได้รับอานิสงส์หากเกิดการเปลี่ยนจุดหมายของนักท่องเที่ยวยุโรปที่เดิมวางแผนเดินทางไปตะวันออกกลางและหันมาไทยแทน
สำหรับหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน เอเซียพลัสมองว่า AOT มีสัดส่วนผู้โดยสารระหว่างประเทศจากจีนราว 24% ตามด้วย ERW ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ค่าห้องจากลูกค้าจีนราว 14% ขณะที่ CENTEL, MINT และ THAI เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์รองลงมา
นอกจากนี้ ยังคงมุมมองว่ากำไรปกติของกลุ่มโรงแรมไทยในไตรมาส 4 ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดการจองห้องพักล่วงหน้าที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะ CENTEL ที่มีแนวโน้มโดดเด่นกว่ากลุ่ม ขณะที่ AOT ยังมีแรงหนุนจากรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) และแผนควบคุมต้นทุน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แม้ตลาดอยู่ในภาวะ Risk-off แต่การเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวช่วยลดความเสี่ยงในการปรับลดเที่ยวบินเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2569 จึงมองว่าการปรับฐานของราคาหุ้นเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นท่องเที่ยวไทย โดยยังเลือก CENTEL, AOT และ ERW เป็นหุ้นเด่นสำหรับการเก็งกำไรตามปัจจัยเฉพาะตัว
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ปรับขึ้นสูงกว่าจุดสูงสุดเดิมในเดือน เม.ย. ที่ 209 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเริ่มส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับเที่ยวบินจะถือเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ต้องพิจารณาลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มท่องเที่ยว
น้ำมันแพงรอบใหม่ทะลุ 100 ดอลลาร์ หุ้นท่องเที่ยวไทยสะเทือนแค่ไหน?