ผมเผลอทำรูปภาพในมือถือลูกค้าหายทั้งเครื่อง

สวัสดีครับผมเป็นPC ในร้านขายมือถือจังหวัดบางระจันนะครับ
     เรื่องมีอยู่ว่าวันที่ 12 กันยายน มีการเปิดจองiPhone18Pro-ProMaxครับ แล้ววันนั้นในร้านผมยุ่งมากแต่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้มาจองมือถือรุ่นใหม่ลูกค้าส่วนใหญ่มาซื้อมือถือรุ่นเก่าที่ราคาลดลงครับ และเหตุเกิดจากลูกค้าท่านหนึ่งที่เขาซื้อiPhone17PMสีส้มโดยการผ่อนสินเชื่อของทางร้านครับ(สินเชื่อตัวย่อU) ซึ่งแน่นอนว่าการที่ผ่อนกับสินเชื่อเราไม่สามารถย้ายข้อมูลทั้งเครื่องแบบตอนเราซื้อสดได้ ทางร้านก็เลยบอกลูกค้าไปว่าวันนี้เนื่องจากคนเยอะจึงขอให้ลูกค้ามาย้ายข้อมูลในวันหลัง จะได้เป็นการระบายลูกค้าไปในตัวครับ เพราะตอนนั้นก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว
     เหตุการณ์มันเกิดในวันวันที่ 13 กันยายนครับ ลูกค้ามาที่ร้านและให้พนักงานย้ายข้อมูลให้โดยลูกค้าบอกว่าจะย้ายข้อมูลจากเครื่องเก่าไปเครื่องใหม่และเครื่องเก่าของเขาจะเอาให้ลูกใช้ต่อ ซึ่งให้พนักงานย้ายข้อมูลจากเครื่องลูกมาเครื่องเก่าของเขาด้วย ซึ่งพนักงานที่รับเรื่องตอนนั้นก็คือผมครับที่ยังว่างอยู่คนเดียว ผมก็นั่งย้ายข้อมูลของลูกค้าให้ลูกค้าไปกินบุฟเฟ่ต์รอก่อน หลังจากย้ายข้อมูลไปได้สักพักนึงยังไม่เสร็จลูกค้าก็กลับมาครับ ผมก็ให้ลูกค้าเช็คว่าขาดเหลือข้อมูลไหน อยากให้ผมเพิ่มในส่วนไหน ลูกค้าก็เปิดดูแอปต่างๆให้ผมย้ายไปเรื่อยเรื่อยครับ ทีนี้มันติดตรงรูปภาพเนื่องจากว่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของลูกค้ามีแค่ 128 กิกะไบต์ครับ และมันเต็มมันเหลือความจำเครื่องได้แค่ 126 เมกะไบต์มันน้อยมากผมไม่สามารถเข้าไปในหน้า iCloud ได้เลยแม้กระทั่งใน Shopee ครับผมไม่สามารถเข้าดูบัญชีลูกค้าได้ซึ่งมันผิดปกติ ผมจึงเอารูปไปใส่ไว้ใน Google Photos ที่เชื่อมกับ Gmail ผมเห็นรูปภาพมันกำลังย้ายเข้าไปผมก็ให้ลูกค้ารอสักครู่ผมก็ย้ายนู่นนี่นั่นต่อครับผมทีนี้ผมไม่ได้ให้ลูกค้าเช็ครูปภาพเพราะโดยปกติรูปภาพที่อยู่ในเครื่องมันก็ควรจะเป็นรูปภาพของเราอยู่แล้ว ผมก็คิดว่ามันเป็นรูปภาพลูกค้า ผมจึงไม่เช็คส่วนนี้ให้ละเอียดและทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นในส่วนแรก หลังจากนั้นผมยกเครื่องที่ย้ายข้อมูลเสร็จแล้วให้ลูกค้าและให้"ลูกค้าตรวจดูว่าต้องการข้อมูลไหนอีกไหม" ลูกค้าดูเสร็จแล้วก็โอเคไม่ต้องการข้อมูลไหนเพิ่มแล้ว ผมจึงให้ลูกค้าคอนเฟิร์มว่า "งั้นเครื่องนี้ผมลบข้อมูลเลยนะครับ" และผมก็กดเข้าหน้าตั้งค่าเพื่อลบข้อมูลคืนค่าโรงงานซึ่งกระบวนการของ Apple ค่อนข้างจะยุ่งยากต้องใส่รหัสปลดล็อกหน้าจอต้องสแกนหน้าบางทีต้องใส่ iCloud ซึ่งผมให้ลูกค้าใส่รหัสปลดล็อคหน้าจอ และให้ลูกค้าทำสแกนหน้าซึ่งพอทำเสร็จมันก็จะจะมีกระบวนการรอสำรองข้อมูล iCloud ครับผมรอตรงนั้นประมาณ 15 ถึง 20 นาทีมันยังอยู่เท่าเดิมไม่ไปไหนด้วยความที่ผมเนี่ยชะล่าใจ และคิดว่าข้อมูลมันคงไปอยู่ใน Google Photos หมดแล้วผมเลยกดข้ามไปเลยเพราะมันนานมากแล้วมันไม่ไปไหนเคสปกติมันต้องมีการขยับของขีดบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย แล้วหลังจากที่ผมกดข้ามไปได้ไม่ถึง 1 นาทีครับ ลูกค้าขอดูรูปภาพเพราะว่ารูปภาพที่อยู่ใน Photo ของ iPhone มันไม่ใช่รูปภาพที่ลูกค้าเคยถ่ายเลยซึ่งผิดปกติผมจึงบอกว่าอ๋องั้นไม่เป็นไรผมสำรองไว้ใน Google Photos แล้วให้ลูกค้าเข้าไปดูในแอปนั้นได้เลยเพราะลูกค้ากดเข้าไปก็สังเกตว่ารูปภาพน่ะมันไม่ใช่รูปภาพของเขาแต่เป็นรูปภาพของลูกเขาผมไปสังเกตใน Gmail แล้วถามว่าอันนี้เมลลูกค้าหรือเปล่าลูกค้าบอกว่าเป็นเมลของลูก และใช่ครับรูปภาพที่มาใน Google Photos ส่วนใหญ่หรือแถบทั้งหมดก็เป็นของลูกของลูกค้ามันทำให้ผมเนี่ยเหงื่อแตกพลเลยครับทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่อก่อนผมเคยเป็น Panic แล้วอาการมันกลับมาผมมือไม้สั่นไปหมดทำไม่ถูกจริงๆผมเลยเรียกเพื่อนมาช่วยแล้วสรุปก็คือทุกคนทำไรกันไม่ได้เลย จุดนึงที่ทำให้ผมเนี่ยไม่กล้าที่จะสบตากับลูกค้าเลยคือลูกค้าเพิ่งซื้อ iPhone 17 Pro Max สีส้มไป เครื่องลูกค้ายังไม่ได้ติดฟิล์มยังไม่ใส่เคสลูกค้าพูดตัดเพราะอะไรซักอย่างแล้วบอกว่าเฮ้อแล้วก็โยนตัวเครื่องลงไปในพื้นโต๊ะเดโม่เสียงดังถึงผมซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกผิดเอามากๆและไม่รู้ว่าจะจัดการความรู้สึกนี้ยังไง



------อันนี้ขอพิมพ์ในส่วนของความรู้สึกผมนะครับ ผมรู้สึกผิดมากๆที่ผมดูไม่ละเอียดแล้วทำให้ข้อมูลไม่มา แล้วลูกค้าก็เป็นเจ้าของร้านอาหารร้านนึงอันนี้ผมดูจากโปรไฟล์ของลูกค้านะครับ ผมก็เลยกลัวว่ามันจะมีข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าของลูกค้าหรือเปล่าที่มันเป็นข้อมูลที่จำเป็น แต่พวกแอปวงใน GrabFood ต่างๆผมย้ายให้ลูกค้าไปเรียบร้อยแล้ว ที่ผมกลัวก็คือมันจะมีของสำคัญเกี่ยวกับร้านของลูกค้าอยู่ในรูปภาพ และผมเนี่ยจะย้ายไปให้ไม่ได้แล้วทำข้อมูลลูกค้าเนี่ยเสียหายผมกลัวในสวนนี้ กลัวว่าผมเนี่ยอาจจะต้องออกค่าเสียหายทั้งหมด ซึ่งผมก็คงไม่มีเงินพอที่จะรับผิดชอบร้านของลูกค้าแน่นอน เพราะเงินเดือนผมก็แค่ 10,000 เดียวเองผมยอมติดคุกดีกว่าต้องจ่ายเงินนะครับบอกไว้ก่อน แต่ผมรู้สึกผิดจริงๆกับลูกค้านะครับถึงตอนนี้ผมยังไม่กล้าที่จะมองหน้าลูกค้าเลยก็ตามครับแต่ให้ลูกค้ารู้ไว้เลยว่าผมโคตรรู้สึกผิด ถ้าผมไม่รู้สึกผิดผมไม่มาระบายในนี้แน่นอน(เผื่อลูกค้ามาอ่านนะครับ)



------ในส่วนนี้ผมขอพูดในส่วนของการทำงานของพีซีหน่อยนะครับ คือพีซีหน้าที่ผมเนี่ยโดยส่วนใหญ่จะเป็นเป็นการแนะนำสินค้าให้ลูกค้านะครับและผมทำงานเป็นซีของแบรนด์วีโว่ ซึ่งผมไม่ได้เงินจากทาง iPhone หรือ Apple นะครับ แต่ผมทำให้เพราะวันนั้นคนเยอะมากและไม่มีใครว่างมีแค่ผมที่ว่าง และเสริมอีกนิดนึง การย้ายข้อมูลของพีซีอ่ะครับมันคือเซอร์วิสพิเศษของพีซีตามจริงพีซีไม่ต้องทำก็ได้ แต่เราคิดตามหลักนะครับถ้าพีซีไม่ทำพีซีก็ไม่ได้ยอดขายครับ ทีนี้ตามหลักแล้วผมทำงานให้vivo ไม่ควรที่จะไปย้ายข้อมูลของ Apple อยู่แล้วครับผมผิดเองเพราะว่าหน้าที่การย้ายข้อมูลของ Apple เนี่ยเต็มที่ที่สุดต้องเป็นพนักงานร้านไม่ใช่พีซีครับ ตำแหน่งพีซีกับตำแหน่งพนักงานร้านคนละตำแหน่งครับ พีซีคือหน้าที่ให้ข้อมูลสินค้ากับลูกค้า ส่วนพนักงานร้านมีหน้าที่ในการตีบิลเก็บเงินเคลียร์สต๊อกเช็กสต๊อกต่างๆ ซึ่งผมพูดในมุมมองของพีซีและในมุมมองคนที่เคยย้ายข้อมูลกับลูกค้ามาหลายเคสแล้วนะครับโดยปกติเมล์ที่อยู่ในเครื่องลูกค้า iCloud ที่อยู่ในเครื่องลูกค้ามันควรจะเป็นข้อมูลของลูกค้า แต่เคสนี้ผิดปกติ เพราะว่า iCloud เป็นของลูกค้าก็จริงแต่รูปภาพดันเป็นรูปภาพของลูกสาวลูกค้าแล้วมันมาไม่หมดและมันยังมีในเรื่องของการที่ผมเข้าหน้าตั้งค่าได้ไม่เต็มที่เพราะว่าข้อมูลลูกค้าเต็ม
และในส่วนนี้อ่ะครับผมอยากจะปกป้องพีซีด้วยกันเองด้วยว่าถ้าเกิดว่าข้อมูลลูกค้าเนี่ยมันมาไม่ครบแบบเนี่ยครับแล้วเราน่ะเสนอตัวไปย้ายเนี่ย เราควรจะบอกกับลูกค้าให้ชัดเจนครับว่ามันอาจจะมาไม่หมดต่างๆนาๆ เพื่อให้ลูกค้าเอาเครื่องกลับไปเช็คข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนล้างเครื่อง ไม่ใช่ทำแบบผมที่ไม่ได้บอกอะไรเลย หลังจากนี้ผมจะไม่พลาดอีกแล้วเพราะว่าผมอ่ะเข้าใจว่ามันไม่น่าผิดพลาดแต่มันดันผิดพลาดซึ่งมันไม่ควรเกิด ซึ่งผมควบคุมไม่ได้
     

           หลังจากนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้างถ้าโชคดีลูกค้าเขาก็อาจจะไม่ได้สนใจอะไรแล้วครับ แต่ถ้าเกิดว่าลูกค้าเนี่ยเขาเอาเรื่องผมขึ้นมาจริงๆ เขาไปแจ้งความต่างๆนาๆเนี่ยผมก็คงต้องยอมติดคุกไว้ เพราะว่าผมไม่มีปัญญาจ่ายให้ลูกค้าแน่นอนครับ แต่ความรู้สึกผิดเนี่ยผมยังอยู่ ผมยอมติดคุกให้ลูกค้าได้เลยนะครับไม่ต้องห่วง
           นอกจากจะมาระบายแล้ว ผมก็อยากได้คำปรึกษาครับ ว่าผมควรจะจัดการความรู้สึกของตัวเองยังไง แล้วก็อยากจะเป็นcase study ครับให้กับพี่น้องพีซีที่มาทำงานครับ งานเรามันไม่ได้ยากอยู่แล้ว แต่การย้ายข้อมูลเนี่ยพีซีด้วยกันจะรู้ครับว่ามันเป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้เราก็อยากจะปฏิเสธ เคสไหนลูกค้าบอกว่า"ไม่ต้องย้าย"หรือ"ย้ายเอง"แทบจะกระโดดกอดเลยครับ แต่ถ้าลูกค้าให้ย้ายเนี่ยผมย้ายได้หมดนะครับเพียงแต่ว่าลูกค้าหลังจากย้ายแล้วอ่ะช่วยอย่าให้ผมล้างเครื่อง ช่วยอย่าให้ผมย้ายเครื่องซ้อนไปเลยเพราะข้อมูลเนี่ย ผมไม่มั่นใจว่าย้ายหมดไหม

           ปล. พึ่งมาเขียนในกระทู้ยาวแบบนี้ครั้งแรกครับ เลยไม่มั่นใจว่าผมจะเขียนได้เข้าใจขนาดไหน แต่ผมอยากให้เข้าใจไปในทางเดียวกันนะครับว่าผมรู้สึกผิดแล้วก็อยากขอโทษลูกค้ามากๆครับ แต่ผมเองก็ไม่มีปัญญาไปรับรับผิดชอบในส่วนที่ผมทำผิดจริงๆขอโทษด้วยจริงๆครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่