คือผมตามกระทู้หงส์เหนือมังกรอย่างใกล้ชิด คือประเด็นที่น่าสนใจผมก็จะถามเอไอ คือผมยอมรับนะว่าเธอชอบนำเสนอประเด็นที่น่าตื่นเต้น และเป็นประเด็นที่แหลมคนที่หลายคนไม่กล้านำเสนอ ถึงแม้นผมและหลายคนอาจไม่ชอบการแสดงออกของเธอ ที่ชอบพูดดูถูกประเทศไทยซึ่งเป็นบ้านเกิด แต่ผมก็ยอมรับว่าเธอเป็นคนกล้านำเสนอที่คนไทยไม่กล้าถาม คือเรื่องระหว่างสุพจน์ ไข่มุก ผมก็ไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ แต่เอไอก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ให้รายละเอียดทุกมุมครับ
ดราม่าทางประวัติศาสตร์และการเมืองระหว่าง คุณไข่มุกด์ ชูโต (ประติมากรหญิงแห่งราชสำนัก) และ คุณสุพจน์ ด่านตระกูล (นักคิดนักเขียนสายก้าวหน้าผู้ปกป้องนายปรีดี พนมยงค์) ถือเป็นหนึ่งใน "มวยถูกคู่" ทางความคิด ที่ดุเดือดมากในอดีต (ช่วงปี พ.ศ. 2529–2530)
ชนวนเหตุและรายละเอียดการโต้เถียงที่ลากยาวไปถึงเรื่องการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 8 และปมสวรรคต มีลำดับเรื่องราวที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1. ชนวนเหตุ: หนังสือแจกในงานเปิดอนุสาวรีย์ พ.ศ. 2529
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2529 มีพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในงานนั้น คุณไข่มุกด์ ชูโต ซึ่งเป็นผู้ออกแบบปั้นหล่อพระบรมรูป ได้นำหนังสือที่เธอเขียนและจัดพิมพ์เองชื่อว่า "พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลของปวงชนชาวไทย" ไปแจกจ่าย
เนื้อหาภายในเล่มมีลักษณะการเขียนแบบ รอยัลลิสต์ เข้มข้น และมีการพาดพิงถึง "ผู้บงการ" ที่อยู่เบื้องหลังกรณีสวรรคต (แม้ไม่ระบุชื่อตรง ๆ แต่บริบททั้งหมดชี้ไปที่ นายปรีดี พนมยงค์) โดยคุณไข่มุกด์หยิบยกข้อหาเดิมของอัยการโจทก์ในอดีตมาเล่าซ้ำ ว่าผู้บงการเป็นผู้นิยมระบอบมหาชนรัฐ (สาธารณรัฐ) และไม่พอใจที่ในหลวง ร.8 จะทรงสมัครรับเลือกตั้งและเป็นนายกรัฐมนตรี
ปีถัดมา (พ.ศ. 2530) คุณสุพจน์ ด่านตระกูล ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ปวารณาตัวทวงความบริสุทธิ์ให้ปรีดี จึงเขียนหนังสือสวนกลับทันทีในชื่อ "โต้..คุณไข่มุกด์ ชูโต กรณีสวรรคต" กลายเป็นการตอบโต้กันคำต่อคำชนิดที่เผ็ดร้อนมาก
2. ปมดราม่า: ร.8 ขึ้นครองราชย์เพราะ "กฎมณเฑียรบาล" หรือ "คณะราษฎรผลักดัน"?
นี่คือประเด็นหลักที่คุณสุพจน์และคุณไข่มุกด์งัดหลักฐานและมุมมองมาสู้กันอย่างรุนแรง:
ฝั่งคุณไข่มุกด์ ชูโต (แนวคิดสายรอยัลลิสต์):
เธอยืนยันว่า การที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล (พระยศในขณะนั้น) ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากรัชกาลที่ 7 เป็นไปตาม "กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467" อย่างถูกต้องเที่ยงตรงอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับความดีความชอบหรือการผลักดันของนายปรีดี พนมยงค์ หรือคณะราษฎรเลยแม้แต่น้อย ฝ่ายการเมืองเพียงทำหน้าที่ประกาศไปตามขั้นตอนกฎหมายเท่านั้น
ฝั่งคุณสุพจน์ ด่านตระกูล (แนวคิดสายคณะราษฎร/ปรีดี):
คุณสุพจน์โต้แย้งอย่างดุเดือดว่า ในความเป็นจริงหลังรัชกาลที่ 7 สละราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. 2477 พระองค์ไม่ได้ตั้งรัชทายาทไว้ การตีความกฎมณเฑียรบาลในตอนนั้นมีความซับซ้อนและมีเจ้านายหลายสายที่มีสิทธิ์ คุณสุพจน์ระบุว่า หากไม่มี "นายปรีดี พนมยงค์" และรัฐบาลคณะราษฎร (นำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนา) ช่วยสนับสนุนและเสนอพระนาม พระองค์เจ้าอานันทมหิดลต่อสภา พระองค์ก็อาจไม่ได้ขึ้นครองราชย์
3. การดึง "สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ" และ "พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์" เข้ามาในสมการ
เรื่องนี้ลากยาวไปถึงการตีความลำดับศักดิ์ของเจ้านายเพื่อชิงไหวชิงพริบทางประวัติศาสตร์ โดยคุณสุพจน์ได้ยกข้อมูลการประชุมลับของรัฐบาลในอดีตมาชี้ให้เห็นว่า การเลือกพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ในตอนนั้นไม่ใช่เรื่อง "ออโตเมติก" ตามกฎมณเฑียรบาลอย่างที่คุณไข่มุกด์เข้าใจ เพราะมีเงื่อนไขของสายสัมพันธ์และการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง:
ตัดสาย "สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ" (ข้ามพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์): รัชกาลที่ 6 เคยมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิทธิ์สายนี้เนื่องจากพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์มีมารดาเป็นต่างด้าว (หม่อมแคทยา) ซึ่งขัดต่อกฎมณเฑียรบาล
ประเด็น "สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์" (กรมพระนครสวรรค์วรพินิต): ในแง่กฎมณเฑียรบาล สายของสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ (ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาของ ร.7) ถือเป็นสายที่มีอาวุโสสูงและมีผู้นิยมมาก แต่เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นแกนหลักในระบอบเก่าและต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศหลังการปฏิวัติ 2475 คณะราษฎรจึงไม่สามารถสนับสนุนสายนี้ได้
การเลือกสาย "สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช" (กรมหลวงสงขลานครินทร์): คณะราษฎรและนายปรีดี มองเห็นว่าการอัญเชิญพระองค์เจ้าอานันทมหิดล (ซึ่งยังทรงพระเยาว์และประทับอยู่ต่างประเทศ) ขึ้นครองราชย์ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์การเมืองขณะนั้น เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยใหม่สามารถดำเนินไปได้โดยไม่มีการแทรกแซงจากกลุ่มอำนาจเก่า
คุณสุพจน์จึงสรุปเพื่อหักล้างคุณไข่มุกด์ว่า "คณะราษฎรและนายปรีดีคือผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการอัญเชิญสายราชสกุลมหิดลขึ้นสู่ราชบัลลังก์" ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่มีปัจจัยทางการเมือง
ดราม่าครั้งนี้สะท้อนภาพ สงครามตัวแทนทางประวัติศาสตร์ (Historical Proxy War) ในช่วงทศวรรษ 2530 ได้เป็นอย่างดี เป็นช่วงที่กระแสความนิยมในตัวนายปรีดี พนมยงค์ เริ่มกลับมา (หลังจากที่ท่านลี้ภัยและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2526) ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์กระแสหลัก ฝ่ายรอยัลลิสต์อย่างคุณไข่มุกด์จึงต้องออกมาปกป้องความชอบธรรมของสถาบัน ในขณะที่ฝ่ายคุณสุพจน์ก็ทำหน้าที่เป็น "ทนายประวัติศาสตร์" คอยหักล้างข้อมูลอย่างดุเดือดและตรงไปตรงมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://pantip.com/topic/44224944
สุพจน์Vsไข่มุก เรื่องการตอบโต้อย่างดุเดือดฉะกันบรรทัดต่อบรรทัด จบลงที่ศาลโดยไข่มุกยอมขอขมา เอไอให้รายละเอียดทุกมุมครับ
ดราม่าทางประวัติศาสตร์และการเมืองระหว่าง คุณไข่มุกด์ ชูโต (ประติมากรหญิงแห่งราชสำนัก) และ คุณสุพจน์ ด่านตระกูล (นักคิดนักเขียนสายก้าวหน้าผู้ปกป้องนายปรีดี พนมยงค์) ถือเป็นหนึ่งใน "มวยถูกคู่" ทางความคิด ที่ดุเดือดมากในอดีต (ช่วงปี พ.ศ. 2529–2530)
ชนวนเหตุและรายละเอียดการโต้เถียงที่ลากยาวไปถึงเรื่องการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 8 และปมสวรรคต มีลำดับเรื่องราวที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1. ชนวนเหตุ: หนังสือแจกในงานเปิดอนุสาวรีย์ พ.ศ. 2529
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2529 มีพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในงานนั้น คุณไข่มุกด์ ชูโต ซึ่งเป็นผู้ออกแบบปั้นหล่อพระบรมรูป ได้นำหนังสือที่เธอเขียนและจัดพิมพ์เองชื่อว่า "พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลของปวงชนชาวไทย" ไปแจกจ่าย
เนื้อหาภายในเล่มมีลักษณะการเขียนแบบ รอยัลลิสต์ เข้มข้น และมีการพาดพิงถึง "ผู้บงการ" ที่อยู่เบื้องหลังกรณีสวรรคต (แม้ไม่ระบุชื่อตรง ๆ แต่บริบททั้งหมดชี้ไปที่ นายปรีดี พนมยงค์) โดยคุณไข่มุกด์หยิบยกข้อหาเดิมของอัยการโจทก์ในอดีตมาเล่าซ้ำ ว่าผู้บงการเป็นผู้นิยมระบอบมหาชนรัฐ (สาธารณรัฐ) และไม่พอใจที่ในหลวง ร.8 จะทรงสมัครรับเลือกตั้งและเป็นนายกรัฐมนตรี
ปีถัดมา (พ.ศ. 2530) คุณสุพจน์ ด่านตระกูล ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ปวารณาตัวทวงความบริสุทธิ์ให้ปรีดี จึงเขียนหนังสือสวนกลับทันทีในชื่อ "โต้..คุณไข่มุกด์ ชูโต กรณีสวรรคต" กลายเป็นการตอบโต้กันคำต่อคำชนิดที่เผ็ดร้อนมาก
2. ปมดราม่า: ร.8 ขึ้นครองราชย์เพราะ "กฎมณเฑียรบาล" หรือ "คณะราษฎรผลักดัน"?
นี่คือประเด็นหลักที่คุณสุพจน์และคุณไข่มุกด์งัดหลักฐานและมุมมองมาสู้กันอย่างรุนแรง:
ฝั่งคุณไข่มุกด์ ชูโต (แนวคิดสายรอยัลลิสต์):
เธอยืนยันว่า การที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล (พระยศในขณะนั้น) ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากรัชกาลที่ 7 เป็นไปตาม "กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467" อย่างถูกต้องเที่ยงตรงอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับความดีความชอบหรือการผลักดันของนายปรีดี พนมยงค์ หรือคณะราษฎรเลยแม้แต่น้อย ฝ่ายการเมืองเพียงทำหน้าที่ประกาศไปตามขั้นตอนกฎหมายเท่านั้น
ฝั่งคุณสุพจน์ ด่านตระกูล (แนวคิดสายคณะราษฎร/ปรีดี):
คุณสุพจน์โต้แย้งอย่างดุเดือดว่า ในความเป็นจริงหลังรัชกาลที่ 7 สละราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. 2477 พระองค์ไม่ได้ตั้งรัชทายาทไว้ การตีความกฎมณเฑียรบาลในตอนนั้นมีความซับซ้อนและมีเจ้านายหลายสายที่มีสิทธิ์ คุณสุพจน์ระบุว่า หากไม่มี "นายปรีดี พนมยงค์" และรัฐบาลคณะราษฎร (นำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนา) ช่วยสนับสนุนและเสนอพระนาม พระองค์เจ้าอานันทมหิดลต่อสภา พระองค์ก็อาจไม่ได้ขึ้นครองราชย์
3. การดึง "สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ" และ "พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์" เข้ามาในสมการ
เรื่องนี้ลากยาวไปถึงการตีความลำดับศักดิ์ของเจ้านายเพื่อชิงไหวชิงพริบทางประวัติศาสตร์ โดยคุณสุพจน์ได้ยกข้อมูลการประชุมลับของรัฐบาลในอดีตมาชี้ให้เห็นว่า การเลือกพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ในตอนนั้นไม่ใช่เรื่อง "ออโตเมติก" ตามกฎมณเฑียรบาลอย่างที่คุณไข่มุกด์เข้าใจ เพราะมีเงื่อนไขของสายสัมพันธ์และการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง:
ตัดสาย "สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ" (ข้ามพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์): รัชกาลที่ 6 เคยมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสิทธิ์สายนี้เนื่องจากพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์มีมารดาเป็นต่างด้าว (หม่อมแคทยา) ซึ่งขัดต่อกฎมณเฑียรบาล
ประเด็น "สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์" (กรมพระนครสวรรค์วรพินิต): ในแง่กฎมณเฑียรบาล สายของสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ (ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาของ ร.7) ถือเป็นสายที่มีอาวุโสสูงและมีผู้นิยมมาก แต่เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นแกนหลักในระบอบเก่าและต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศหลังการปฏิวัติ 2475 คณะราษฎรจึงไม่สามารถสนับสนุนสายนี้ได้
การเลือกสาย "สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช" (กรมหลวงสงขลานครินทร์): คณะราษฎรและนายปรีดี มองเห็นว่าการอัญเชิญพระองค์เจ้าอานันทมหิดล (ซึ่งยังทรงพระเยาว์และประทับอยู่ต่างประเทศ) ขึ้นครองราชย์ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์การเมืองขณะนั้น เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยใหม่สามารถดำเนินไปได้โดยไม่มีการแทรกแซงจากกลุ่มอำนาจเก่า
คุณสุพจน์จึงสรุปเพื่อหักล้างคุณไข่มุกด์ว่า "คณะราษฎรและนายปรีดีคือผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการอัญเชิญสายราชสกุลมหิดลขึ้นสู่ราชบัลลังก์" ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่มีปัจจัยทางการเมือง
ดราม่าครั้งนี้สะท้อนภาพ สงครามตัวแทนทางประวัติศาสตร์ (Historical Proxy War) ในช่วงทศวรรษ 2530 ได้เป็นอย่างดี เป็นช่วงที่กระแสความนิยมในตัวนายปรีดี พนมยงค์ เริ่มกลับมา (หลังจากที่ท่านลี้ภัยและเสียชีวิตในฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2526) ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับประวัติศาสตร์กระแสหลัก ฝ่ายรอยัลลิสต์อย่างคุณไข่มุกด์จึงต้องออกมาปกป้องความชอบธรรมของสถาบัน ในขณะที่ฝ่ายคุณสุพจน์ก็ทำหน้าที่เป็น "ทนายประวัติศาสตร์" คอยหักล้างข้อมูลอย่างดุเดือดและตรงไปตรงมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้