JJNY : วิโรจน์ซัดกลับภูมิธรรม│เท้งยันมาในฐานะปชช.│ช่อ-รอมฎอนนำวิ่ง 5 กม. จี้ฟ้องคดีโกง สว.│โอบามาเตือนเอไอ “อันตราย”

วิโรจน์ ซัดกลับ ภูมิธรรม ส้มพลาดไม่ใช่เหตุให้พท.ทิ้งหลักการ อย่าใช้มาตรฐาน ไม่เลือกผมไม่ปราบโกง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5886972
.

.
‘วิโรจน์’ โต้ ‘ภูมิธรรม’ ความผิดพลาดส้มไม่ควรเป็นเหตุให้ ‘เพื่อไทย’ ทิ้งหลักการ หลังบอกเขากระโดง-ฮั้วส.ว. ร้ายแรงต้องจัดการ แต่ขอบคุณที่พูดตรงๆ ชี้ ไม่ควรมีมาตรฐานเลือกผมถึงจัดการโกง จี้ ตอบหลักการยังเหมือนเดิมหรือไม่ หลังสถานะการเมืองเปลี่ยน
.
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่าพรรคเพื่อไทยทำเรื่องเขากระโดงและคดีฮั้วส.ว. แล้ว แต่ส้มไม่ร่วม จะเรียกร้องอีกทำไม
.
โดยนายวิโรจน์ ระบุว่า
.
อย่างน้อยตนก็ขอบคุณนายภูมิธรรม ที่พูดเรื่องนี้ออกมาตรงๆ เข้าใจว่านายภูมิธรรมคงต้องการจะตอบการให้สัมภาษณ์ของตน เพราะจากคำพูดของนายภูมิธรรมเอง แสดงว่าทั้งกรณีเขากระโดง และกรณีฮั้วส.ว. เป็นเรื่องที่นายภูมิธรรม และพรรคเพื่อไทย ก็รับรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงต่อบ้านเมือง ที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว จะปล่อยให้ล่าช้าไม่ได้
.
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า ตามที่นายภูมิธรรมทักท้วงมา พรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น จะถูกหรือผิด ประชาชนย่อมมีสิทธิวิจารณ์ และตัดสินเราเต็มที่ ตนไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบนั้น แต่ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี กับหน้าที่ในการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต และการบังคับใช้กฎหมายนั้น เป็นคนละเรื่องกัน การทุจริตต่อให้ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังเป็นเรื่องทุจริตไม่เปลี่ยนแปลง
.
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า ถ้าพรรคประชาชนตัดสินใจผิด พรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้พวกเราก็พยายามที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงอย่างไร เราก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะการทุจริต จะอย่างไรมันก็เป็นการทุจริต อำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถฟอกขาว เปลี่ยนผิดให้เป็นถูกได้
.
นายวิโรจน์ ระบุด้วยว่า ขณะเดียวกัน หากพรรคเพื่อไทยยังคงเห็นว่าทั้งเรื่องเขากระโดง และฮั้วส.ว.นั้นเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมืองนี้สำคัญ เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องหายไปอาจสร้างความเสียหายต่อประเทศ ตามเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยได้เคยอธิบายกับสังคมเอาไว้ พรรคเพื่อไทยก็ควรต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อทั้งสองกรณีนี้
.
ความผิดพลาดของพรรคประชาชน ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้พรรคเพื่อไทย ละทิ้งหลักการที่ตัวเองเคยยืนยันว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง” นายวิโรจน์ ระบุ
.
นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า สำหรับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ตนคิดว่าสังคมไม่ควรมีมาตรฐานว่า “ถ้าคุณเลือกผม ผมจะจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นให้ แต่ถ้าคุณไม่เลือกผม ผมก็จะปล่อยให้การทุจริตคอร์รัปชั่นดำรงอยู่ต่อไป โดยที่ผมขอไม่ทำอะไรเลย” เหตุผลที่ว่า “ที่ผมต้องยอมไปรับใช้ผู้ที่กระทำทุจริตคอร์รัปชั่น ก็เพราะคุณไม่ให้อำนาจกับผมเอง พอผมไม่มีอำนาจ ผมก็เลยต้องไปรับใช้ผู้ที่กระทำทุจริตคอร์รัปชั่น” ก็ไม่ใช่เหตุผลที่สังคมจะยอมรับได้
.
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น เป็นเรื่องที่ควรต้องถูกตรวจสอบและปราบปราม ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าใครจะโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ควรเป็นสำนึกในหน้าที่โดยไม่จำเป็นต้องมีใครเรียกร้องด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเมื่อเราอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วเราต้องสยบยอมต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้บังคับบัญชา ทั้งๆ ที่เรารู้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าขบวนการในการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นเป็นอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องยอมไปเข้าพวก กับพวกที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนพวกนี้กำลังกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะสมการทางการเมืองอาจเปลี่ยนได้ แต่หลักการเรื่องการต่อต้านการทุจริตไม่ควรเปลี่ยนตามสมการทางการเมือง และตนยังเคารพนายภูมิธรรมเสมอ
.
สำหรับพรรคประชาชน พวกเราจะขอรับผิดชอบต่อสิ่งที่พรรคประชาชนได้กระทำลงไปอย่างสุดความสามารถ เราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราแก้ไขที่อนาคตได้ครับ และทุกวันนี้ก็ยังคงน้อมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นเดิม ส่วนพรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจอย่างไร ผมคงไม่ก้าวล่วง แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเคยบอกกับประชาชนเองว่า สองเรื่องนี้ร้ายแรง และต้องจัดการให้จบ วันนี้พรรคเพื่อไทยก็คงต้องเป็นผู้ตอบประชาชนเองว่า หลักการนั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่ เมื่อสถานะทางการเมืองของตัวเองเปลี่ยนไป สุดท้ายทุกพรรคต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ทุกพรรคต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน” นายวิโรจน์ ระบุ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid027akzP8pkLKSYNxnxE7a9ZqkTzbpwNPEELSx4aJ53nhzdmcL71hvYrc7p8Naba8ual
.

.
เท้ง ร่วมม็อบ iLaw ส่งเสียงถึงกกต. ก่อนลงมติฟ้อง-ไม่ฟ้องฮั้วส.ว. ยันมาในฐานะปชช.ใช้สิทธิตามรธน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5886859
.
‘เท้ง’ ร่วมม็อบ iLaw แสดงพลังส่งเสียงถึง กกต. ก่อนลงมติ ฟ้องไม่ฟ้อง คดีฮั้วส.ว. ยันมาในฐานะประชาชนใช้สิทธิตาม รธน.
.
เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่สำนักงานโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มไอลอว์ในวันนี้ ว่า วันนี้ตนมาในฐานะประชาชนเช่นเดียวกับทุกคน และวันนี้ในฐานะประชาชนที่ต้องทำคือส่งเสียงเรียกร้องให้ดังที่สุด ว่าคดีที่อาจจะเป็นการโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราคงจะนิ่งเฉยไม่ได้ ที่จะไม่มีใครรับผิดชอบกับเรื่องนี้เลย ดังนั้นวันนี้คือการออกมาแสดงพลังไม่ได้มากดดันอะไร ออกมาตามสิทธิ ที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักฐานที่ปรากฏตามสาธารณะ ที่วิญญูชนบุคคลธรรมดาเห็นได้ว่าเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการโกง และการเลือก ส.ว.ที่ไม่สุจริต เราจึงพยายามส่งเสียงเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่จะมีมติในวันพรุ่งนี้ให้ดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
.
ส่วนมองว่าการออกมาชุมนุมของกลุ่มไอลอว์และการออกมาเคลื่อนไหวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะทำให้เกิดแรงกดดันและสั่นคลอนต่อเสถียรภาพในการบริหารราชการของรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนมองว่าสิ่งที่สำคัญตอนนี้ คือกระบวนการถ่วงดุลตรวจสอบ ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ถามว่า กกต.มาจากไหน ก็มาจาก ส.ว. ส่วน ส.ว.มาจากไหนก็มาจากกระบวนการเลือกที่เรายังตั้งคำถามในตอนนี้ และการที่จะมีกลุ่มต่างๆ ออกมาเรียกร้องในตอนนี้ ถามว่าจะเป็นการสั่นคลอน ก็ต้องถามกลับไปยังรัฐบาลว่าคุณมีส่วนพัวพันกับขบวนการต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ ซึ่งองค์กรหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่จะทำให้อำนาจในการชี้ขาดในเรื่องนี้ได้คือศาลไม่ใช่ กกต. ดังนั้นเรื่องนี้ก่อนที่ กกต.จะมีมติออกมาสิ่งที่สำคัญในฐานะประชาชนคือการออกมาส่งเสียงเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งตนก็ขอให้กำลังใจ กกต.ทุกคน
.
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในมติซักฟอกรัฐบาล นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยระหว่างพรรคฝ่ายค้านกันไปแล้ว ส่วนเนื้อหากับรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันในข้อมูลที่เราได้รับมามีความเข้มข้นแน่นอน
.

.
ช่อ-รอมฎอน ร่วมวงนำนักศึกษาปัตตานี วิ่ง 5 กม. จี้ฟ้องคดีโกง สว. ก่อนลงมติ 14 ก.ย.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5886861
.
‘ช่อ’ ร่วมวงนักศึกษาปัตตานี วิ่งสั่งฟ้องสว. ซัด อย่าให้ระบอบหน้าด้านกินรวบประเทศ
.
เมื่อวันที่ 13 กันยายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกิจกรรมกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และประชาชนทั่วไป วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อร่วมรณรงค์ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งฟ้องคดีโกงสว. 229 คน โดยผู้ร่วมงานพร้อมใจกันแปะสติกเกอร์ที่มีข้อความสั่งฟ้อง229
.
โดยขบวนวิ่งเริ่มต้นที่ลานหลังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผ่านถนนเจริญประดิษฐ์ วงเวียนหอนาฬิกา แวะเช็คอินที่สำนักงาน กกต. หลังใหม่ แล้วมุ่งหน้าถนนมะกรูด ถนนพิพิธ เช็คอินจุดที่สองที่มัสยิดกลางปัตตานี และสิ้นสุดที่ร้านกาแฟนายูบอย โดยมีการจัดวงพูดคุยถึงความสำคัญของคดีโกง สว. ที่ กกต. จะลงมติในวันที่ 14 กันยายนนี้
.
หนึ่งในผู้ร่วมวงเสวนาตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนของปัตตานี มี สว. 2 คน แต่ไม่ใช่ตัวแทนของคนปัตตานี คนหนึ่งเคยรับราชการที่สตูล อีกคนเคยเป็นผู้บริหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ฯ แต่ไม่เคยเห็นเป็นปากเสียงให้กับคนปัตตานีเลย
.
ด้านน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า หลายคนคิดว่าเรื่องโกงสว. เป็นเรื่องไกลตัว แต่ขอให้ลองคิดดูว่าหากประเทศนี้คนทำผิดกฎหมาย มีพยานหลักฐานครบ สามารถลอยนวลไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หมายความว่าประเทศนี้ไม่มีขื่อมีแป คนจนต้องอยู่ใต้กฎหมาย แต่คนรวยคนมีอำนาจสามารถทำอะไรก็ได้
.
ถ้าเราปล่อยให้การโกงซึ่งหน้าเกิดขึ้นโดยไม่แสดงออกว่าเราไม่เห็นด้วย ต่อไปการโกงแบบหน้าด้านๆ เช่นนี้ก็จะแพร่กระจายไปในทุกวงการ ตอนนี้ก็เห็นในหลายวงการแล้วเช่นการโกงสอบท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ก็ไอ้โม่งอมน้ำมัน ตัวต้นตอไม่เคยต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันที่ 14 กันยายนนี้ ประชาชนต้องร่วมกันจับตา อย่าให้การโกงหน้าด้านๆ ครอบงำประเทศ อย่าให้ระบอบหน้าด้านกินรวบประเทศ” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่