ผ่าวิกฤตหุ้นไทย Lost Decade “ดร.นิเวศน์” เปิดกลยุทธ์ถือเงินสดแน่นพอร์ต ชี้ AI มี IQ แต่แพ้ EQ การลงทุนระยะยาว

กระทู้สนทนา
https://moneyandbanking.co.th/2026/269725/



“ประเทศไทยหยุดไปเฉยๆ ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา 10 ปีที่แล้วดัชนีเคยอยู่ที่ 1,700 จุด แต่วันนี้เหลือ 1,600 จุด ต่ำกว่าจุดเริ่มต้น การลงทุนผ่านกองทุนจึงไม่ได้สร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น” ดร.นิเวศน์ กล่าว พร้อมประเมินว่า ความยากลำบากของตลาดหุ้นไทยจะไม่จบลงแค่ในระยะ 3–5 ปี แต่จะลากยาวไปถึง 10 ปี โดยมีรูปแบบคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นที่เคยเผชิญภาวะสังคมผู้สูงอายุและตลาดหุ้นซบเซายาวนานกว่า 30 ปี ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวจากการปรับเปลี่ยนระบบการปกครองและโครงสร้างบริหารของรัฐบาล

ตะแกรงร่อน “หุ้นถูก” แยกแยะธุรกิจอนาคตไกล vs กับดักราคา
ในภาวะที่ดัชนีหุ้นไทยต่ำกว่าระดับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ส่งผลให้มีหุ้นหลายตัวมีราคาถูกและซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) อย่างไรก็ตาม ดร.นิเวศน์ เตือนว่า หุ้นราคาถูกไม่ได้หมายความว่าเป็นหุ้นที่น่าซื้อเสมอไป นักลงทุนต้องแยกแยะระหว่าง “หุ้นที่ถูกเพราะธุรกิจกำลังดับ” กับ “หุ้นที่ถูกแต่กิจการยังคงเติบโต”

“ถ้ากิจการทำได้ดี รายได้เพิ่ม กำไรโตต่อเนื่อง และจ่ายปันผลดี แม้ราคาหุ้นในวันนี้อาจจะไม่ดี แต่ในที่สุดราคาหุ้นก็จะต้องดีตามผลประกอบการ” ดร.นิเวศน์ ระบุ พร้อมย้ำว่า หุ้นที่น่าซื้อในตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมีเหลืออยู่เพียงกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 20–30 ตัว หรือไม่เกิน 50 ตัวเท่านั้น ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่ไม่มีความชัดเจนในตัวธุรกิจ นักลงทุนไม่ควรเข้าไปเล่นตามข่าวลือเพราะมีโอกาสติดหุ้นสูง

สำหรับแนวทางการศึกษาของเยาวชนรุ่นใหม่ ดร.นิเวศน์ แนะนำว่ายังคงสามารถเรียนในสาขาหลักเดิม เช่น แพทย์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ได้ตามปกติ แต่ต้องเพิ่มทักษะในการประยุกต์ใช้ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือเสริมในการทำงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบในอนาคต

ลูกเต่าน้อย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่