JJNY : 5in1 ปชช.จี้กกต.สั่งฟ้อง│พริษฐ์ยันไม่จบแน่│เปรียบฮั้วสว.ไวรัสสีน้ำเงิน│ยื่นแน่เดือนนี้ซักฟอก│‘ไอซ์’ออยากส่งท้าชิง

ประชาชน 3 จังหวัด 'พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-ขอนแก่น' จี้ กกต.สั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. 229 คน
https://prachatai.com/journal/2026/09/118723
.

.
ประชาชนจาก 3 จังหวัด 'เพชรบูรณ์-พิษณุโลก-ขอนแก่น' ทำกิจกรรม-ยื่นหนังสือถึง กกต. สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา คดีโกงเลือก สว. จำนวน 229 คน ให้ศาลฎีกา พิจารณาคดีตามกระบวนยุติธรรม 
 .
12 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (12 ก.ย.) เครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือตอนล่าง (NPD) ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เดิน 229 ก้าว เพื่อไปยื่นหนังสือผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดพิษณุโลก และ กกต.กลาง เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) เรียกร้องให้ กกต.สั่งฟ้องคดีโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวนทั้งหมด 229 รายชื่อ ให้ศาลฎีกาพิจารณาและไต่สวนคดี โดยในจำนวนนี้มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งที่เป็น สว. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีของรัฐบาล ตามความเห็นของมติคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) 
.
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ 28 ส.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ มีใจความว่า กกต.ได้รับพิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวนที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. เสร็จสิ้นเมื่อ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดการพิจารณาลงมติไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. โดยไม่สุจริต ในวันที่ 14 ก.ย.นี้
.
ทางกลุ่ม NPD จึงขอให้ กกต.ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณากรณีโกงเลือก สว. ตามบรรทัดฐานที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน หาก “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ก็ให้ส่งไปยังศาลฎีกา เพื่อให้พิจารณาทั้งหมด เพื่อให้ศาลฎีกาอันเป็นองค์กรตุลาการที่มีความเป็นกลาง และมีหน้าที่ชี้ขาดข้อพิพาท ได้ใช้อำนาจในการพิจารณาคดี ไต่สวนเพิ่มเติมในชั้นศาล พิพากษาตัดสินว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ อีกทั้ง ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ข้อมูลและพยานหลักฐานจะได้ถูกนำเสนออย่างละเอียดในกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งพิจารณาอย่างเปิดเผย และประชาชนสามารถเข้าร่วมรับฟังกระบวนการพิจารณาได้ ตามหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย
.
โอ๊ต (สงวนชื่อ-นามสกุล) สมาชิกกลุ่ม NPD อายุ 41 ปี กล่าวว่า นอกจากไปยื่นหนังสือที่ กกต.จังหวัดพิษณุโลก แลัว เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) ทางกลุ่ม NPD ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง กกต.จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยข้อเรียกร้องเดียวกัน คืออยากให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาคดีความฮั้ว สว.ทุกคนขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม และพิสูจน์ความบริสุทธิ์และข้อเท็จจริงในชั้นศาล ซึ่งช่วงทีผ่านมา เราก็มีความแคลงใจในเรื่องการทำงานของ กกต. และกังวลว่า กกต.อาจจะไม่สั่งฟ้องครบ 229 คน  
.
ในเรื่องการออกแบบรัฐธรรมนูญในอนาคต สมาชิก NPD ระบุว่า หากที่มาของสมาชิกวุฒิสภายังเป็นแบบเดิม ก็คือมีที่มาที่ไม่ชอบธรรม และไม่มีความยึดโยงกับประชาชน ไม่มีการเลือกตั้งโดยตรง ก็ไม่ควรมีอีกต่อไป หรือถ้าจะยังมีอำนาจต้องน้อยกว่านี้ โดยเฉพาะอำนาจในการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ที่ต้องขึ้นมาทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และตัวแทนประชาชน 
.
"อยากจะให้สั่งฟ้องทั้งหมด และอยากให้ กกต.ทำหน้าที่ให้สุจริตยุติธรรมมากกว่านี้ เพราะว่าเรารู้สึกว่า หลายๆ กรณีมันน่าจะส่งฟ้องไปนานแล้ว เพราะว่าเลือกตั้งมันไปตั้งแต่ปี 2567 แล้ว และมันตั้งคณะทำงานไม่รู้กี่ชุดแล้ว วันนี้ปี 2569 จะเข้าปี 2570 แล้ว ถ้าเกิดยังไม่สั่งฟ้อง คืออะไร เราเชื่อถือองค์กรอิสระในประเทศนี้มากน้อยแค่ไหน" โอ๊ต กล่าว 
.
ขอนแก่น จัดกิจกรรมจี้ กกต.สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว.
.
นอกจากที่พิษณุโลก และเพชรบูรณ์แล้ว เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. เครือข่ายประชาชนขอนแก่น จัดกิจกรรม "กกต.ยามใด๋สิฟ้อง!" ที่บริเวณสวนรัชดานุสรณ์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกสว.ปี 2567 หรือ "คดีฮั้ว สว."
บรรยากาศภายในงาน มีการปราศรัยตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ นิทรรศการภาพผู้ถูกกล่าวหา 229 คน และและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจกรรมเล่นเกมบิงโก ก่อนจะเดินรณรงค์ไปยังหน้าสำนักงาน กกต. จังหวัดขอนแก่น โดยผู้ชุมนุมคาดหวังว่าในวันที่ 14 ก.ย. 2569 กกต. จะมีมติส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาครบทั้ง 229 คน

"ทั้ง 229 คนนี้ เป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ที่ DSI ตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว กกต. ไม่ต้องพิจารณาอะไร แค่ส่งต่อให้ศาล แค่นี้คือสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง เราไม่ต้องการให้ กกต. ถ่วงเวลาไว้" ณัฐพร อาจหาญ ตัวแทนเครือข่ายประชาชน กล่าวในการปราศรัย พร้อมประกาศว่าจะรวมตัวกันจับตา กกต. อีกครั้งในวันที่ 13 ก.ย.นี้
.
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122217807314877261&id=61576317838413&mibextid=wwXIfr&rdid=5eDVOV3nT1pmR1ZY#
.

.
พริษฐ์ ยันไม่จบแน่ ถ้าไม่ฟ้องโกงสว. ย้อนเอกสารพยานกลับคำให้การ หลุดหรือปล่อย เหมือนภท.พูดเป๊ะ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5886351
.
“พริษฐ์” ขู่ หาก 14 ก.ย.นี้ กกต.ไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน เอี่ยวฮั้ว สว. เรื่องไม่จบง่าย ลั่น เจอกันเวทีสภา ชี้ปมเอกสารหลุด พยานคนเดียวกลับคำ ไม่ทำให้คดีพัง เหน็บ หลายคนพูดเรื่องเหนือดวง แต่กลัวบางสีอยู่เหนือกฎหมาย
.
เมื่อเวลา 12.50 วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการพิจารณาส่งหรือไม่ฟ้องศาลฎีกา ในคดีฮั้วสว. ในวันที่ 14 กันยายนนี้  ว่า อย่างกิจกรรมของ กรรมาธิการ (กมธ.) ศาลและองค์กรอิสระฯ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะชี้ให้เห็นว่า ต้องการเห็นองค์กรอิสระทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และเป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง คือบทบาทของ กกต. ในคดีการโกงส.ว. พร้อมยืนยันข้อเรียกร้องของพรรคประชาชนต่อคดีดังกล่าวยังคงเหมือนเดิม คือเห็นว่า กกต.ควรลงมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ไปที่ศาลฎีกา ซึ่งแม้ว่าข้อเสนอนี้ไม่ได้เป็นการฟันธงว่า 229 คนกระทำความผิด แต่เห็นว่า กกต. ควรสั่งฟ้องไปที่ศาลและให้ศาลพิสูจน์ให้หายข้อสงสัย และพิสูจน์ว่าในบรรดา 229 คนมีใครบ้างที่กระทำความผิดเข้าข่ายการโกงสว.
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เหตุผลที่คิดว่า กกต. ควรสั่งฟ้องมีอยู่ 2 ส่วน 1. เหตุผลในเรื่องของหลักฐาน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับคดีในอดีตที่ กกต. เคยสั่งฟ้องไปที่ศาล ซึ่งเคยสั่งฟ้องจากหลักฐานแชทไลน์ไม่กี่ข้อความที่เป็นการแลกคะแนนกัน หรือการจับคู่กัน ซึ่งไม่มีแม้แต่การยื่นเสนอเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงมองว่าหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ 229 คน ที่มีการทำงานในลักษณะขบวนการ และเชื่อมโยงกับเรื่องเส้นเงิน การนัดหมายตามศูนย์ทำโพย มีใบสั่งโพยที่ถูกนำไปใช้ในวันเลือก สว.อย่างชัดเจน
.
เหตุผลที่ 2 ปฏิเสธไม่ได้ว่ากกต. อย่างน้อย 4 ใน 7 คน อยู่ในสถานะที่มีประโยชน์ทับซ้อน เพราะมาเป็นกกต.ได้ ถูกรับรองโดยสว.ชุดนี้ เป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่ง กกต. ทั้ง 4 คนไม่ควรจะใช้ดุลพินิจของตนเองในลักษณะที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหาที่รับรองพวกเขามาเป็นกกต. หรืออย่างน้อยที่สุดดู กกต. อีก
3 คนที่ไม่ได้มีการขัดกันต่อผลประโยชน์มีความเห็นเช่นไร และลงมติในทิศทางเดียวกันเพื่อไม่ถูกครหาว่ามีการตัดตอนเรื่องไปไม่ถึงศาล
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า กิจกรรมของภาคประชาชนและพรรคประชาชนถูกมองว่าเป็นการกดดันกกต. นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าการที่ส.ส. และประชาชนเรียกร้องให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ตามกฎหมายไม่ใช่เรื่องผิด เราไม่ได้เรียกร้องให้กกต. ทำอะไรผิดกฎหมายในทางกลับกันเรามีความกังวลว่า กกต. จะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้มาตรฐานในแต่ละคดีที่แตกต่างกัน จึงจัดกิจกรรมสื่อสารไปยังสังคมเปิดเผยข้อมูล และตรวจสอบองค์กรอิสระ กกต. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย ตนคิดว่าการออกมาเรียกร้องเช่นนี้ไม่ได้เป็นอะไรที่ผิด แต่เป็นหน้าที่พื้นฐานของผู้แทนราษฎรด้วยซ้ำ
.
เมื่อถามถึง เอกสารหลุดที่กลับคำให้การของพยานในคดีโกง สว. นายพริษฐ์ ถามกลับว่า เราจะเรียกว่าเอกสารหลุด หรือเอกสารปล่อย เพราะบังเอิญตรงกับสาระที่ ส.ส. พรรคภูมิใจไทยได้อภิปรายไว้ ตนเห็นว่าหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการโกงส.ว.มีเยอะ และหลากหลาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำให้การของพยานเพียงแค่คนเดียว ดังนั้นถึงแม้เราเชื่อว่าพยานบุคคลมีการกลับคำให้การ และเชื่อการกลับคำให้การจริงๆก็ไม่ได้ทำให้หลักฐานเกี่ยวกับการโกงส.ว.หายไป เพราะมีหลักฐานจากพยานอีกหลาย 100 คน หลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินการนัดหมายประวัติการโทรศัพท์พูดคุย โพยใบสั่ง หรือผลคะแนนที่ตรงกับโพย เพราะมีช้างทั้งตัวพยานกลับคำให้การคนเดียวไม่ได้ทำให้ช้างตัวนั้นหายไป
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนชวนตั้งข้อสังเกต พยานคนนี้มาจาก จ.ขอนแก่น มีการให้การ 2 ครั้ง ครั้งแรกมีการให้การแบบไม่เป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย ครั้งที่สองที่กลับคำให้การในลักษณะที่เป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขาพยายามจะบอกว่า รอบแรกที่ให้การไปไม่เป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย เพราะเจอแรงกดดันจากอีกฝั่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีอำนาจอยู่ในช่วงนั้น แต่เป็นไปได้หรือไม่ที่การกลับคำให้การครั้งที่สองนี้เกิดขึ้นภายใต้ช่วงพรรคภูมิใจไทยมีอำนาจ ตรงนั้นคือเหตุการณ์ที่มีแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองจึงทำให้มีการกลับคำให้การ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาหลักฐานของการกลับคำให้การทั้งสองครั้ง มาดูว่าครั้งไหนที่ข้อเท็จจริงสอดคล้องกับข้อเท็จจริงจากพยานบุคคลอื่นๆ และหลักฐานประเภทอื่นๆ เช่น เส้นทางการเงิน และโพยใบสั่ง
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การกลับคำให้การครั้งที่สองนั้นขัดแย้งกับข้อเท็จจริง เพราะมาบอกว่าการทำโพยไม่มีอยู่จริง แล้วจะอธิบายอย่างไรในเมื่อมีหลักฐานกล้องวงจรปิดในวันเลือกเราก็เห็นมีผู้สมัครสว. ยื่นโพยและเจ้าหน้าที่ กกต.จับได้
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า หาก กกต. มีคำตัดสินออกมาแล้วเป็นการยกคำร้องหรือไม่สั่งฟ้องใครทั้งๆที่หลักฐานมันชัดเรื่องนี้ไม่จบแน่นอน กกต. เตรียมคำตอบไว้เลยตอนที่จะมารายงานประจำปีต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันพุธที่ 16 กันยายนนี้ ว่าจะตอบคำถามสส. และประชาชนอย่างไร ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาซึ่งบางส่วนอยู่ในฝ่ายบริหารก็ต้องเตรียมคำตอบไว้เช่นกันในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ในเชิงกฎหมาย ตนอยากสื่อสารถึงผู้ถูกกล่าวหาว่า กกต. มีมติยกคำร้องก็อย่าชะล่าใจว่าเรื่องจะไปไม่ถึงศาลฎีกา และฝากถึงกกต. หากมีการยกคำร้องทั้งๆที่หลักฐานชัด ขณะนี้ถือเป็นสิทธิ์ของพวกเราในการดำเนินการฟ้องกกต. กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเรื่องนี้ผู้เสียหายจะเป็นผู้ยื่น เราพร้อมจะทำทุกวิถีทางภายใต้กรอบกฎหมายและสิทธิ์ที่เรามีในการทำให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้น แต่หาก กกต. มีการตัดตอนให้เรื่องของใครไม่ส่งไปถึงศาลแม้มีหลักฐานชัดเจน หากคดีโกงสว.ครั้งนี้มันสำเร็จโดยไม่มีใครต้องรับผิด สิ่งที่จะได้รับกลับคืนมาคือระบบการเมืองที่สีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด
.
หลายคนพูดเรื่องอยู่เหนือดวง สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือกลัวมีบางสีที่อยู่เหนือกฎหมาย” นายพริษฐ์ กล่าว.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่