อยากหลุดจาก #ชนชั้นกลาง ต้องทำงานเก็บเงิน 52 ปี ถึงจะขยับฐานะขึ้นเป็น #คนรวย 10% บนยอดพีระมิดได้
.
"ทำงาน เก็บเงิน และหวังว่าสักวันจะมีฐานะดีขึ้น" คงเป็นสเต็ปการใช้ชีวิตในฝันของคนทำงานหลายๆ คน แต่ผลวิจัยชิ้นหนึ่งจากอังกฤษอาจดับฝันของวัยทำงานให้พังทลายลงไป เพราะสำหรับคนทำงานทั่วไป การจะมีทรัพย์สินมากพอที่จะไต่ฐานะขึ้นไปเป็น "คนรวย" อาจต้องใช้เวลาถึง 52 ปี ในการทำงานเก็บเงิน และห้ามใช้เงินที่หามาได้แม้แต่บาทเดียว
.
นั่นแปลว่าการอัปฐานะจากชนชั้นกลางสู่คนฐานะมั่งคั่งร่ำรวย โดยมีรายได้แค่จากการทำงานประจำ (ไม่มีฐานะร่ำรวยมาก่อน) ในยุคนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
.
รายงานจาก Resolution Foundation สถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมของอังกฤษ พบว่า คนทำงานทั่วไปจะต้องทำงานเก็บเงินทั้งหมดเป็นเวลา 52 ปี เพื่อสะสมทรัพย์สินให้ได้ราว 1.3 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 58 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอจะขยับจากกลุ่มชนชั้นกลาง ไต่ขึ้นไปอยู่ในกลุ่มคนที่มั่งคั่งที่สุด ที่คิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมดได้
.
แต่ในความเป็นจริง แทบไม่มีใครสามารถเก็บเงินเดือนทั้งหมดโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ค่ายารักษาโรค หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตได้ นั่นหมายความว่า การเก็บเงินรายได้ทั้งหมดในระยะเวลา 52 ปี เป็นเพียงการคำนวณในกรณีที่ดีที่สุดเท่านั้น
.
พูดง่ายๆ ก็คือ แม้คนทำงานเต็มเวลาทั่วไป จะทำงานเพื่อเก็บเงินทั้งหมดตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ก็ยังไม่สามารถไล่ทันคนที่อยู่บนสุดของพีระมิดความมั่งคั่งได้ คนที่เกิดมาในครอบครัวมั่งคั่ง มีแนวโน้มจะรักษาความมั่งคั่งนั้นไว้ ขณะที่คนที่เริ่มต้นชีวิตจากครอบครัวฐานะไม่ดี ก็มีโอกาสสูงที่จะอยู่ในสถานะเดิมต่อไป
.
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้น ไม่ได้มาจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “เงินที่งอกเงยจากทรัพย์สิน” ตามรายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2010 คนที่มีบ้านหรือมีเงินลงทุนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งรายได้จากการทำงานเพียงอย่างเดียว พวกเขาสามารถสร้างความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากมูลค่าทรัพย์สินที่มี
.
.
อ่านต่อ :
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1251459
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle #กรุงเทพธุรกิจWorklife #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจFinance
อยากหลุดจากชนชั้นกลาง ต้องทำงานเก็บเงิน 52 ปี ถึงจะขยับฐานะขึ้นเป็นคนรวย 10% บนยอดพีระมิดได้
.
"ทำงาน เก็บเงิน และหวังว่าสักวันจะมีฐานะดีขึ้น" คงเป็นสเต็ปการใช้ชีวิตในฝันของคนทำงานหลายๆ คน แต่ผลวิจัยชิ้นหนึ่งจากอังกฤษอาจดับฝันของวัยทำงานให้พังทลายลงไป เพราะสำหรับคนทำงานทั่วไป การจะมีทรัพย์สินมากพอที่จะไต่ฐานะขึ้นไปเป็น "คนรวย" อาจต้องใช้เวลาถึง 52 ปี ในการทำงานเก็บเงิน และห้ามใช้เงินที่หามาได้แม้แต่บาทเดียว
.
นั่นแปลว่าการอัปฐานะจากชนชั้นกลางสู่คนฐานะมั่งคั่งร่ำรวย โดยมีรายได้แค่จากการทำงานประจำ (ไม่มีฐานะร่ำรวยมาก่อน) ในยุคนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
.
รายงานจาก Resolution Foundation สถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมของอังกฤษ พบว่า คนทำงานทั่วไปจะต้องทำงานเก็บเงินทั้งหมดเป็นเวลา 52 ปี เพื่อสะสมทรัพย์สินให้ได้ราว 1.3 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 58 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอจะขยับจากกลุ่มชนชั้นกลาง ไต่ขึ้นไปอยู่ในกลุ่มคนที่มั่งคั่งที่สุด ที่คิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมดได้
.
แต่ในความเป็นจริง แทบไม่มีใครสามารถเก็บเงินเดือนทั้งหมดโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ค่ายารักษาโรค หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตได้ นั่นหมายความว่า การเก็บเงินรายได้ทั้งหมดในระยะเวลา 52 ปี เป็นเพียงการคำนวณในกรณีที่ดีที่สุดเท่านั้น
.
พูดง่ายๆ ก็คือ แม้คนทำงานเต็มเวลาทั่วไป จะทำงานเพื่อเก็บเงินทั้งหมดตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ก็ยังไม่สามารถไล่ทันคนที่อยู่บนสุดของพีระมิดความมั่งคั่งได้ คนที่เกิดมาในครอบครัวมั่งคั่ง มีแนวโน้มจะรักษาความมั่งคั่งนั้นไว้ ขณะที่คนที่เริ่มต้นชีวิตจากครอบครัวฐานะไม่ดี ก็มีโอกาสสูงที่จะอยู่ในสถานะเดิมต่อไป
.
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้น ไม่ได้มาจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “เงินที่งอกเงยจากทรัพย์สิน” ตามรายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2010 คนที่มีบ้านหรือมีเงินลงทุนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งรายได้จากการทำงานเพียงอย่างเดียว พวกเขาสามารถสร้างความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากมูลค่าทรัพย์สินที่มี
.
.
อ่านต่อ : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1251459
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle #กรุงเทพธุรกิจWorklife #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจFinance