สวัสดีค่ะ พึ่งเคยตั้งกระทู้ครั้งแรกค่ะ ตามหัวเรื่องเลยค่ะ หลายปีที่ผ่านมานี้หนูเครียดมากๆเลยค่ะเครียดเรื่องคนในครอบครัวเรื่องในโรงเรียนต่างๆ ทำให้ปีนี้เมื่อ1-2เดือนที่แล้วก็ลงมือทำร้ายตัวเองครั้งแรก คือตอนนั้นเราไปเที่ยวกับพ่อและแม่เลี้ยงแล้วก็มีน้องสาวคนละแม่ค่ะ ก่อนกลับพวกเราแวะเซ็นทัลกันเราชวนน้องสาวไปโมชิโมิเพื่อจะซื้อของแล้วตอนที่กำลังเลือกซื้อเราไปเห็นคัตเตอร์แล้วในหัวก็คิดอะไรไม่รู้ซื้อกลับไปด้วยพอถึงบ้านเราก็ลงมือกรีดแขนครั้งแรกแต่ไม่ลึกนะคะรอยเหมือนแมวข่วน แต่หลังจากนั้นเราก็ทำมาเรื่อยๆเลยค่ะเหมือนเสพติดไปแล้ว จนมาถึงปัจจุบันเมื่อกี้ก็คือคิดอะไรไม่รู้ยีบคอตัวเองไป
เราเคยไปปรึกษาครูนะคะ เป็นครูที่ปรึกษาของเราเอง2คนค่ะเป็นผู้หญิง ตอนแรกไม่กล้าขอคำปรึกษากับการช่วยเหลือนะคะแต่พบข่าวเรื่องกราดยิงมันดังขึ้นตอนโฮมรูมเขาก็ชอบพูดว่ามีอะไรก็ทักมาปรึกษาครูได้เครียดเรื่องอะไรก็ปรึกษาได้ เราเลยรวบรวมความกล้าทักไปหาครูแล้วเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังพร้อมบอกว่าอยากขอให้ครูช่วยพาไปพบจิตแพทย์แล้วครูก็ตอบกลับแชทมาว่าจะประสาณครูแนะแนวให้เรื่องพบจิตแพทย์ พอวันต่อมาครูเรียกหนูไปคุยกันต่อตัวเลยกับครูทั้งสองคนแล้วครูก็ขอให้เล่าเรื่องที่บ้านอีกรอบ เราก็เล่าไปค่ะแต่เราไม่ได้เล่าไปร้องไห้ไปนะคะเราก็ยิ้มขำๆไปเพราะเราไม่กล้าร้องไห้ให้ใครเห็นเราเลยยิ้มๆขำๆไปแล้วเราก็ให้ดูแขนซึ่งตอนนั้นแผลมันเป็นร้อยเลยค่ะกำลังแดงๆอยู่ด้วย แต่สิ่งที่ครูบอกมาคือเราผิดหวังมาก คนแรกเขาบอกว่า ปล่อยวางได้มั้ยหนูก็ยังยิ้มยังขำได้นี่ไม่ต้องไปเครียดหรอกมันเรื่องของผู้ใหญ่ทะเลาะกัน ส่วนอีกคนก็บอกว่าไม่ถึงกับซึมเศร้าไม่ต้องรับยาไปกินหรอกเขาก็ยังอยู่กับเราไม่ได้ทิ้งเรานี่ถ้าเขาทิ้งเรานั้นแหละถึงจะเครียด ตอนนั้นคือเรายิ้มแห้งเลยค่ะกลั้นน้ำตาไว้เลยเพราะเราผิดหวังมากๆ จนตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ รู้สึกจะอยู่ก็ได้แต่ตายก็ดี ร่างกายก็อ่อนแอ่ลงมากเลยค่ะ ทั้งป่วยบ่อยปวยง่ายหัวปวดปวดท้อง นอนมากตอนเช้าแล้วกลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ ไหนจะรู้สึกเหนื่อยไม่มีแรงจะใช้ชีวิตเลยค่ะ
ระบายไปเรื่อยของเด็กม.4
เราเคยไปปรึกษาครูนะคะ เป็นครูที่ปรึกษาของเราเอง2คนค่ะเป็นผู้หญิง ตอนแรกไม่กล้าขอคำปรึกษากับการช่วยเหลือนะคะแต่พบข่าวเรื่องกราดยิงมันดังขึ้นตอนโฮมรูมเขาก็ชอบพูดว่ามีอะไรก็ทักมาปรึกษาครูได้เครียดเรื่องอะไรก็ปรึกษาได้ เราเลยรวบรวมความกล้าทักไปหาครูแล้วเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังพร้อมบอกว่าอยากขอให้ครูช่วยพาไปพบจิตแพทย์แล้วครูก็ตอบกลับแชทมาว่าจะประสาณครูแนะแนวให้เรื่องพบจิตแพทย์ พอวันต่อมาครูเรียกหนูไปคุยกันต่อตัวเลยกับครูทั้งสองคนแล้วครูก็ขอให้เล่าเรื่องที่บ้านอีกรอบ เราก็เล่าไปค่ะแต่เราไม่ได้เล่าไปร้องไห้ไปนะคะเราก็ยิ้มขำๆไปเพราะเราไม่กล้าร้องไห้ให้ใครเห็นเราเลยยิ้มๆขำๆไปแล้วเราก็ให้ดูแขนซึ่งตอนนั้นแผลมันเป็นร้อยเลยค่ะกำลังแดงๆอยู่ด้วย แต่สิ่งที่ครูบอกมาคือเราผิดหวังมาก คนแรกเขาบอกว่า ปล่อยวางได้มั้ยหนูก็ยังยิ้มยังขำได้นี่ไม่ต้องไปเครียดหรอกมันเรื่องของผู้ใหญ่ทะเลาะกัน ส่วนอีกคนก็บอกว่าไม่ถึงกับซึมเศร้าไม่ต้องรับยาไปกินหรอกเขาก็ยังอยู่กับเราไม่ได้ทิ้งเรานี่ถ้าเขาทิ้งเรานั้นแหละถึงจะเครียด ตอนนั้นคือเรายิ้มแห้งเลยค่ะกลั้นน้ำตาไว้เลยเพราะเราผิดหวังมากๆ จนตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ รู้สึกจะอยู่ก็ได้แต่ตายก็ดี ร่างกายก็อ่อนแอ่ลงมากเลยค่ะ ทั้งป่วยบ่อยปวยง่ายหัวปวดปวดท้อง นอนมากตอนเช้าแล้วกลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ ไหนจะรู้สึกเหนื่อยไม่มีแรงจะใช้ชีวิตเลยค่ะ