JJNY : แนะกกต.ส่งฟ้อง│สุรเชษฐ์อัดรู้ว่าแอร์พอร์ตลิงก์จะหมดสัญญา│ทวีชี้แก้ไฟใต้│ข่าวกรองอังกฤษเตือน‘วินาศกรรมช็อกโลก’

ประธานทีดีอาร์ไอ แนะกกต.ส่งฟ้อง คดีฮั้วสว. เรียกคืนความเชื่อมั่น เตือนตัดจบ ระวังเจอละเว้นหน้าที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5886379
.
.
“ประธาน TDRI” มองวิกฤต กกต.เกิดเพราะไม่มีความพร้อมให้ตรวจสอบ จี้เร่งส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด เรียกคืนความเชื่อมั่น เตือนหากจบเรื่องเองเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวตอนหนึ่งในปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “บทบาทขององค์กรอิสระต่อการเมืองไทย” ว่า ปัจจุบันในหลายประเทศ พบว่าการแบ่งแยกอำนาจสามฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ไม่เพียงพอต่อการปกป้องประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในโลกที่การเมืองถูกครอบงำโดยพรรคการเมือง เพราะฝ่ายบริหารมีแนวโน้มที่อยากจะรวบอำนาจใช้งบประมาณเพื่อสร้างฐานเสียงและมีแรงจูงใจทุจริตคอรัปชั่น
.
ดังนั้น จึงมีผู้เสนอความคิดให้แบ่งแยกอำนาจแบบใหม่ โดยมีสถาบันปกป้องประชาธิปไตยเป็นอำนาจอธิปไตยที่ 4 เพื่อเป็นสถาบันผู้พิทักษ์ แยกจากฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ เพื่อปกป้องกฎกติกาของการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตย รักษาความสมดุล ป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยให้มีสถานะเป็นอิสระทัดเทียมกับฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ
.
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับความท้าทายอย่างใหญ่หลวงในการออกแบบองค์กรอิสระคือ การรักษาความสมดุลระหว่างความเป็นอิสระและความพร้อมรับผิด ทั้งนี้การออกแบบองค์กรอิสระให้มีความอิสระอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเป็นอิสระจากพรรคการเมืองจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะการเขียนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงทางการเมือง โดยเฉพาะโครงสร้างการแข่งขันของพรรคการเมือง
.
การมีองค์กรอิสระสามารถทำให้ดีได้ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม สภาพแวดล้อมทางการเมืองมีความสำคัญมากกว่าการออกแบบองค์กรอิสระ ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมองค์กรอิสระมักจะถูกแทรกแซง หรือเป็นเครื่องมือที่จะจัดการกับศัตรูทางการเมืองเสียเอง“ นายสมเกียรติ กล่าว
.
นายสมเกียรติ กล่าวต่อถึงการออกแบบองค์กรอิสระให้สำเร็จ 4 ประการ ได้แก่
.
ประการที่ 1 ลำพังรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาอย่างดีเยี่ยมไม่สามารถต้านทานการยึดครองรัฐได้ แต่การออกแบบที่ดีจะลดความเสี่ยงประกันยึดของรัฐได้บ้าง
.
ประการที่ 2 การกระจายอำนาจตรวจสอบให้เป็นเครือข่ายมักจะยั่งยืนมากกว่าการฝากความหวังไว้ที่องค์กรอิสระ เพียงองค์กรเดียว
.
ประการที่ 3 การสรรหาบุคลากรสำคัญไม่น้อยกว่าโครงสร้างหรือการออกแบบโครงสร้าง หากถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซง องค์กรอิสระก็จะกลายเป็นตราประทับความชอบธรรมของรัฐบาล เป็นอาวุธในการฟาดฟันฝ่ายค้าน
.
ประการที่ 4 ความเป็นอิสระต้องมาพร้อมกับความสามารถในการตรวจสอบได้หรือความสามารถพร้อมรับผิด ตรวจสอบกลับได้ง่ายพอ ๆ กับที่องค์กรอิสระไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น
.
นายสมเกียรติ กล่าวว่า การออกแบบองค์กรอิสระของไทยมี จุดที่ทำให้ล้มอย่างน้อย 2 จุด คือ กระบวนการสรรหา และวุฒิสภา ซึ่งเป็นคนคุมประตูการแต่งตั้งองค์กรอิสระทั้งหมด หากในอนาคตจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมีวุฒิสภาต่อหรือไม่ เราไม่ควรปล่อยให้มีจุดอ่อนเดียวล้มทั้งระบบ จึงต้องกระจายแนวทางการสรรหาองค์กรอิสระให้มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายตรวจสอบซึ่งกันและกัน
.
นายสมเกียรติ ยังเสนอให้มีกลไกการถอดถอนองค์กรอิสระในหลายเส้นทาง เปิดทางเลือกอื่นให้มีการฟ้องร้องตรงกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำความผิดต่อศาลฎีกา กำหนดให้มีการถอดถอนที่ใช้งานได้จริงและมีความโปร่งใส โดยให้ประชาชนเข้าชื่อ
.
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาวิกฤตของ กกต.เกิดขึ้นจากการไม่มีความพร้อมให้มีการตรวจสอบ เพราะไม่ได้ให้ข้อมูลที่ละเอียดเพียงพอ ไม่ได้ให้เปิดเผยข้อมูล เมื่อมีกรณีสงสัยกลับหลีกเลี่ยงการสนทนากับสังคม และไม่ได้ให้คำอธิบายในการตัดสินใจ ทั้งในกรณีการสรรหา สว.ที่เป็นปัญหาและการเลือกตั้ง ส.ส.จึงเกิดคำล้อเลียน “กกตหค.” ซึ่งตนเองแปลอย่างสุจริตว่า “กลัวการตอบห่วงใคร
.
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับปัญหาเฉพาะหน้า กกต.ควรนำเอาคดีที่มีข้อสงสัยใน สว.เข้าสู่การพิจารณาของศาลเพื่อรักษาความเชื่อถือของสถาบัน การสรรหาวุฒิสภามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวุฒิสภามีอำนาจสำคัญในการกลั่นกรองกฎหมาย โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หากที่มาของ สว.เต็มไปด้วยเรื่องการทุจริตและไม่ได้รับความกระจ่าง ความไม่ชอบธรรมเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังองค์กรอิสระทุกหน่วยงาน
.
นายสมเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ระบบการสรรหาของไทย ส.ว.ซับซ้อนและไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น กกต.ก็ไม่ควรแบกรับภาระในการตัดสินชี้ขาดด้วยตนเอง การส่งสำนวนให้ศาลฎีกาจะเป็นการนำเอาพยานหลักฐานเข้าสู่ระบบการไต่สวนที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้มีการซักค้าน ให้ศาลเป็นผู้วางบรรทัดฐานทางกฎหมายว่า พฤติกรรมแบบไหนเป็นการล้ำเส้นล้ำกติกา แต่หาก กกต.เลือกที่จะยุติเรื่องโดยไม่ส่งให้ศาลตัดสิน ก็น่าจะเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ปกป้องความชอบธรรมของ สว. สะท้อนว่า กกต.ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรผู้พิทักษ์.
.

.
สุรเชษฐ์ อัด รบ. รู้ว่าแอร์พอร์ตลิงก์จะหมดสัญญา แต่ไม่มีแผนรับมือ เตือน อย่าให้ปชช.เป็นตัวประกัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5886151
.
สุรเชษฐ์ เตือน รัฐบาล อย่าปล่อยเอกชนจับผู้โดยสารแอร์พอร์ตลิงก์เป็นตัวประกัน หลังเสนอดีลเดินรถต่อ 4 เดือนแลกไม่ฟ้องคดีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ซัดปัญหาส่อเค้าเกิดมานาน แต่ รบ.ไร้แผนรับมือ
.
เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาการจัดทำและติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านการคมนาคม ในกมธ.การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาการบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด ก่อนที่บันทึกข้อตกลง (MOU) เดิมจะหมดอายุลงในวันที่ 30 กันยายนนี้ ว่า จากข้อมูลล่าสุดพบว่าเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าการ รฟท. เพื่อเสนอเงื่อนไขการเดินรถชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน คือในวันที่ 1 ตุลาคม 2569-31 มกราคม 2570 ต่อมาในวันที่ 10 กันยายน มีการประชุมบอร์ด รฟท. โดยยังไม่ถือว่าได้ข้อยุติตามข้อเสนอของเอกชน
.
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นวันที่ 11 กันยายน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ รฟท. ได้หารือกันที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยเบื้องต้นยังมีประเด็นที่ต้องเจรจากันต่อ แต่ทุกอย่างต้องจบก่อนวันที่ 30 กันยายน ซึ่งบันทึกข้อตกลงเดิมจะหมดอายุ และจะกระทบต่อการให้บริการประชาชน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเนื้อหาในร่างข้อเสนอของเอกชน พบว่ามี 3 เงื่อนไขอันตรายที่อาจทำให้รัฐเสียเปรียบและแบกรับภาระทางการคลังโดยไม่จำเป็น ได้แก่ 1.เอกชนเสนอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินรถ 4 เดือน โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่กลับสงวนสิทธิ์เรียกเก็บส่วนต่างจาก รฟท. ในภายหลังหากค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ โดยไม่มีการกำหนดเพดานวงเงิน ไม่มีกลไกพิสูจน์ต้นทุน และไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน
.
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า 2.รฟท. ต้องคืนเงินหลักประกันตามข้อตกลงเดิมจำนวน 1,067 ล้านบาทให้แก่เอกชนทันทีที่บันทึกข้อตกลงสิ้นสุด แล้วค่อยวางหลักประกันก้อนใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถตกลงมูลค่ากันได้ และ 3.เอกชนระบุสิทธิว่าสามารถยกเลิกการให้บริการได้ทันที หาก รฟท. ยื่นฟ้องหรือดำเนินคดีต่อศาลเกี่ยวกับข้อพิพาทสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หรือเรียกร้องตามหลักประกันใดๆ
.
นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่เอกชนใส่เงื่อนไขบอกเลิกการเดินรถหากรัฐใช้สิทธิทางศาล ถือเป็นการนำประชาชนผู้ใช้บริการมาเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างแรงกดดันไม่ให้รัฐบังคับใช้สิทธิทางกฎหมายตามสัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในข้อตกลงบริการสาธารณะ และประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ทั้ง รฟท. และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ยังขาดความพร้อมในการเข้ามาบริหารจัดการเดินรถเอง ทั้งที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าบันทึกข้อตกลงเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน และปัญหาดีล รถไฟเชื่อม 3 สนามบินก็ส่งสัญญาณว่าจะล่มมานานแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่มีการเตรียมแผนสองไว้รองรับ
.
นายสุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลยอมถอยและสร้างบรรทัดฐานเช่นนี้ จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อการจัดการสัมปทานโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต โดยเฉพาะสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะหมดสัญญาในปี 2572 ซึ่งมีความซับซ้อนกว่ามาก โดยในวันที่ 18 กันยายนนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ใน กมธ.การคมนาคม จะมีการประชุมเพื่อติดตามและซักถามรายละเอียดการแก้ปัญหาในเรื่องนี้
.
“รัฐบาลรู้มาตลอดว่าเอ็มโอยูจะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ แต่เหตุใดจึงไม่มีแพลนบี ทั้งที่ข่าวเรื่องดีล 3 สนามบินมีปัญหามานานแล้ว การปล่อยให้เอกชนตั้งเงื่อนไขบีบบังคับรัฐโดยเอาการเดินทางของประชาชนมาเป็นตัวประกัน เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่ามีแผนรองรับอย่างไรที่ไม่ใช่การยอมแลกประโยชน์ของประเทศชาติเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
.

.
ทวี ชี้ แก้ไฟใต้ อย่ามองแต่มิติมั่นคง แนะเปิดพื้นที่ให้ 2 ฝ่าย วางปืนมาสร้างสันติภาพ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10396483
.
‘ทวี’ ชี้แก้ไฟใต้ ต้องไม่มองแต่มิติความมั่นคง คนถือปืนทั้ง 2 ฝ่าย ต้องปรับ จากนักรบเป็นนักสร้างสันติภาพ ให้มีพื้นที่ต่อสู้สันติวิธี
.
วันที่ 12 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมเกษมสุวรรณกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการสัมมนา “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป : การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย” ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวบทเวทีเสวนาว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่มิติของความมั่นคง แต่เป็นความขัดแย้งเรื่องความคิด ความยุติธรรม อัตลักษณ์ เศรษฐกิจ และขยายไปค่อนข้างมาก
.
ตนพูดเสมอว่า เราไปประกาศว่าปี 2570 เหตุการณ์ภาคใต้จะยุติ อันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดและสิ่งท้าทายที่สุด อย่าเพิ่งเลิกล้ม เพราะคนมาใหม่ไม่ผิด โดยคนมาใหม่ตั้งธงไว้ว่า วางกรอบสัก 100 วัน คำว่ายุติเป็นทางออก อาจจะยังไม่ถึง อาจจะเดินทางไปอีกสัก 5 ปีก็ไม่เป็นไร
.
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า วันนี้ปัญหาใหญ่ก็คือคนถือปืน สิ่งที่จะเป็นข้อยุติอันหนึ่งก็คือทำอย่างไรจะให้คนที่ถือปืนทั้ง 2 ฝ่าย เปลี่ยนจากนักรบ นักต่อสู้ทั้งสองฝ่าย เป็นนักสร้างสันติภาพให้ได้ก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
.
เมื่อมองในโครงสร้างของภาคใต้ทางการเมือง ตนเข้าไปปี 45-46 และปี 47 ก็ยึดอำนาจ หลังปี 47 ก็อยู่ในโครงสร้างนี้ตลอด รัฐบาลหลังๆ เราจะใช้แต่มาตรการทางกฎหมาย เราใช้ 22 ปีแล้ว เหมือนเหตุการณ์สงบ แต่คนภาคใต้เรียกว่าสงัด ซึ่งน่ากลัวกว่ามีเหตุการณ์อีก

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่