สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
มันจะยากอะไร ก็แบ่งให้เขาแล้วก็ปล่อยให้จ่ายบ้าง ไรบ้าง ดูว่าการเป็นหนี้ มันชิลแค่ไหน
อ่ะ อย่างน้อยๆ โอนรถซักคันให้เขา แล้วให้เขาจ่ายดูก็ได้ ครับ
อ่ะ อย่างน้อยๆ โอนรถซักคันให้เขา แล้วให้เขาจ่ายดูก็ได้ ครับ
สมาชิกหมายเลข 3599775 ถูกใจ, auemsomboon1 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4105464 ถูกใจ, phoom4514 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3333333 ถูกใจ, สู้ไพรินทร์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2716157 ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, จั๊กกะจี๋ ถูกใจ, hippe ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ความรักวัยทำงาน
ปัญหาชีวิต
ประกันสินเชื่อบ้าน
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
การวางแผนการเงิน
แต่งงาน 10 ปี จดทะเบียนสมรส กู้ซื้อบ้านชื่อสามีคนเดียวเพื่อกันความเสี่ยงให้ภรรยา แต่ทำไมกลายเป็นปมสร้างความหมางใจ?
ผมกับภรรยาแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันมา 10 ปี เราเริ่มจากศูนย์ทั้งคู่ ผมกำพร้าแต่เด็ก จบ ม.3 ภรรยาจบ ม.6 ช่วงแรกทำงานค่าแรงขั้นต่ำทั้งคู่ จนพยายามเรียนต่อและช่วยกันสร้างตัว ที่ผ่านมา 10 ปีใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน ผมได้เงินเดือนมาจะโอนให้ภรรยาดูแลทั้งหมด ซื้อรถ 1 คันชื่อผมแต่ช่วยกันผ่อนจนหมด ไม่เคยคิดแยกเงินหรือแยกของใครของมัน
เข้าปีที่ 11 เราตกลงซื้อบ้าน 4 ล้าน รายได้ผมกู้คนเดียวผ่านสบายๆ ไม่ต้องมีคนค้ำ เหตุผลที่ผมเลือก กู้คนเดียว เพราะมองเรื่องความเสี่ยง:
1. ไม่อยากให้ภรรยาต้องมาผูกมัดกับภาระหนี้ หากวันหนึ่งผมมีปัญหาหรือหมดปัญญาผ่อน ภรรยาก็ไม่ต้องรับภาระตรงนี้
2. ผมทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้านไว้ หากผมเป็นอะไรไป ประกันจะเข้ามาเคลียร์หนี้บ้านก้อนนี้ให้โดยที่ภรรยาผมไม่ต้องมารับภาระ เพราะถ้าให้เขาผ่อนคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ
3. ผมตั้งใจไว้ว่าถ้าผ่อนหมดแล้วผมจะยกบ้านให้เป็นชื่อภรรยาเลย
*** แต่ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อผม อยากปลดหนี้ให้เร็ว จึงจ่ายโปะเพิ่มอีก 20–30% ทุกเดือน
ผลคือสภาพคล่องตึงตัว ค่าบ้าน ค่าน้ำมัน ค่าของใช้ในบ้านผมเป็นคนจ่ายหมด จนแทบไม่เหลือเงินโอนเข้าบัญชีภรรยาเหมือนเมื่อก่อน และบางมื้อผมต้องขอให้ภรรยาช่วยออกค่าข้าว ค่ากาแฟให้บ้าง
เวลาขอให้ช่วยจ่าย ภรรยาเริ่มมีท่าทีไม่พอใจและพูดทำนองว่า:
“ไม่เคยช่วยออกเลยนะ เงินเดือนก็ไม่โอนมา ยังจะมาขออีก”
พอเปิดใจคุยกันจริงๆ ถึงได้รู้ปมในใจ ภรรยาบอกว่า:
“ทั้งรถทั้งบ้านไม่ใช่ชื่อเราเลย เหมือนเราไม่มีสมบัติอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง”
ผมพยายามอธิบายว่าเราจดทะเบียนสมรสกัน ทรัพย์สินที่ซื้อหลังแต่งงานคือกฎหมายสินสมรส ยังไงเขาก็มีสิทธิ์ครึ่งหนึ่งตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนเขาก็ยังกังวลและรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี และสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
ผมอยากรบกวนถามมุมมองครับ:
1. การกู้คนเดียวเพื่อกันความเสี่ยงเรื่องหนี้ให้คู่ชีวิต เป็นวิธีคิดที่ถูกต้องไหม หรือในมุมความรู้สึกของภรรยา มันทำให้เขารู้สึกถูกตัดออกจากชีวิตคู่มากกว่า?
2. ผมควรไปทำเรื่องเพิ่มชื่อภรรยาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์/กู้ร่วม เพื่อความสบายใจของเขาไหม? (หรือมีข้อควรระวังทางกฎหมายและการเงินอย่างไร)
3. การที่ผมโหมโปะบ้านจนเงินตึง แล้วเปลี่ยนระบบเงินกะทันหัน คือจุดผิดพลาดที่ทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงใช่หรือไม่ ควรปรับแผนการเงินใหม่อย่างไรดี?
ขอบคุณทุกคำแนะนำล่วงหน้าครับ