BIZ: ‘บริจาคไข่’ กำลังเป็นธุรกิจใหม่
คลินิก ‘ทำเด็กหลอดแก้ว’ หลายประเทศ
พร้อมซื้อไข่สาวมหา’ลัย Gen Z
ให้ค่าตอบแทน 2-4 แสนบาท
.
ถ้าใครพอรู้ ในยุคที่ประชากรโลกน้อยลงเรื่อยๆ อีกด้านหนึ่ง 'คลินิกผู้มีบุตรยาก' ไปจนถึง 'คลินิกทำเด็กหลอดแก้ว' กลับเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง
.
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คนปัจจุบันทั้งชายและหญิง มักจะเริ่มรู้สึก 'พร้อมมีลูก' กันตอนมีอายุพอควรแล้ว ซึ่งผลก็คือมักจะต้องประสบความยากลำบากในการ 'มีบุตรตามธรรมชาติ' และ 'บริการ' ที่ทำให้คนเหล่านี้มีบุตรได้ก็เริ่มผุดมาสารพัด
.
เมื่อบริการเหล่านี้คิดค่าบริการแพงขึ้นๆ เหล่า 'ลูกค้า' ก็เริ่มต้องการ 'บริการ' ที่ดีขึ้น คลินิกพวกนี้ก็มักจะสต็อกสินค้า ที่ดีขึ้นๆ และสินค้าที่หายากคือ 'ไข่'
.
แน่นอน การจะทำให้มนุษย์เกิดขึ้น มันต้องใช้อสุจิจากเพศขายและไข่จากเพศหญิงทั้งคู่ แต่จริงๆ อสุจิเพศชายหาไม่ยาก มีคนแบ็กกราวด์ดี มีการศึกษาพร้อม 'บริจาค' มากมาย
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หายากคือไข่ของเพศหญิง ที่การ 'บริจาค' ทำได้ยากกว่า เป็นกระบวนการที่คล้ายๆ การ 'ผ่าตัด' เล็กๆ เลย มีทั้งการฉีดยากระตุ้นไข่ ไปจนการเอาเข็มเข้าไปดูดไข่จากช่องคลอด เพื่อการนำ 'ไข่' จากร่างกายผู้หญิงมาเก็บไว้รอการปฏิสนธิ (กระบวนการเหมือน 'การแข่แข็งไข่') ซึ่งโดยทั่วไปก็ไม่มี 'สาวใจบุญ' คนไหนอยากผ่านกระบวนการเหล่านี้ เพราะหลายคนก็น่าจะเคยได้ยินว่าแค่ฉีดยากระตุ้นไข่ ก็มีผลกระทบทางฮอร์โมนแล้ว
.
นี่เลยทำให้ไม่มีผู้หญิงบริจาคไข่ และคลินิกเด็กหลอดแล้ว ก็ต้องหาวิธีในการทำให้ผู้หญิงมาบริจาคไข่
.
แน่นอนการ 'ให้เงิน' คือเทคนิคเบสิก แต่พวกเขาจะไปหาผู้หญิงโปรไฟล์ดี แต่ขัดสนเงินทองจากไหน
.
คำตอบคือ มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่นักศึกษาไม่มีเงินพอใช้อย่างอังกฤษ
.
ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่ามหาวิทยาลัยยุโรปส่วนใหญ่เรียนฟรี แต่อังกฤษภายใต้แนวคิดเสรีนิยมใหม่ รัฐไม่ควรจะให้สวัสดิการประชาชนมากเกินไป มหาวิทยาลัยอังกฤษจึงไม่มีนโยบายให้เรียนฟรีแบบชาติอื่นๆ
.
โดยทางภาครัฐถือว่าการลดค่าเล่าเรียนให้ 'คนอังกฤษ' จ่ายน้อยกว่า 'นักศึกษาต่างชาติ' ถือเป็นความใจดีแล้ว แต่ในความเป็นจริง ค่าเล่าเรียนถึงจะไม่สูง แต่ค่าครองชีพอังกฤษก็ดุดันอยู่ ดังนั้นประสบการณ์ของนักศึกษาอังกฤษที่ไม่ได้มาจากครอบครัวมีอันจะกิน ก็ต้องทำงานพิเศษมากมายเพื่อส่งเสียตัวเองเรียน
.
และนี่เองเป็นที่มาของ 'ผู้หญิงโปรไฟล์ดี แต่ขัดสนทางการเงิน'
.
ทั้งนี้น่าสนใจอีกว่า ในอังกฤษ การ 'บริจาคไข่แลกเงิน' นั้นผิดกฎหมาย แต่อีกหลายชาติไม่ผิด ดังนั้นในทางปฏิบัติคือคลินิกจากชาติ อย่างสเปน กรีซ สาธารณรัฐเชก และไซปรัส ก็จะไล่ส่งอีเมลไปหานักศึกษาปี 1 ในอังกฤษ ให้บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาบริจาคไข่ โดยยินดีจ่ายค่าเครื่องบิน ที่พัก ฯลฯ ให้หมด โดยถ้าบริจาคสำเร็จก็รับไปเลย เงินยูโร มูลค่า 200,000-400,000 บาท
.
ส่วนอเมริกาก็ยิ่งโหด เพราะคนอเมริกันเงินเยอะ 'ลูกค้า' แทบจะรีเควสต์โปรไฟล์ 'เจ้าของไข่' เลยทีเดียว ซึ่งก็จะมีตัวแทนไปทาบทาม โดยแบบนั้นคือถ้าบริจาคกับคลินิกอเมริกันสำเร็จ คลินิกยอมจ่ายเงินเป็นมูลค่า 2-3 ล้านบาทด้วยซ้ำ
.
แน่นอนเงินนั้นหอมหวาน แต่เป็นคนรุ่นเก่าๆ ก็อาจรู้สึกกระอักกระอ่วนกับอะไรแบบนี้
.
แต่นั่นไม่ใช่สาว Gen Z ในมหาวิทยาลัยสมัยนี้ ที่ทัศนคติเกี่ยวกับเรื่อง 'ขายไข่' ดูชิลมากๆ The Independent ไปสัมภาษณ์นักศึกษาสาวหลายคนต่างพูดกันเป็นเรื่องปกติมากๆ แถมชี้ไปว่าบางคน 'รับจ้างอุ้มบุญ' ด้วยซ้ำ เพราะได้เงินเยอะกว่า
.
แน่นอน สำหรับคนรุ่นก่อน ทัศนคติแบบนี้เข้าใจได้ยาก แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คือสาวๆ รุ่นที่ 'ทำ OnlyFans’ กันมากมายระดับทำให้สังคมยอมรับมากขึ้นเกี่ยวกับ 'งานทางเพศ' ซึ่งในแง่นี้ การแค่ 'รับจ้างบริจาคไข่' ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โต และเปลืองตัวน้อยกว่าเยอะด้วยซ้ำ
.
CR : BrandThink
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/brandthink.me/photos/biz-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88-%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7/1660010365687293/?set=a.811136580574680
บินฟรี นอนฟรี ได้เงินแสน! ทำไมคลินิกเด็กหลอดแก้วทั่วโลก ถึงแย่งกันซื้อ ‘ไข่’ สาว Gen Z
คลินิก ‘ทำเด็กหลอดแก้ว’ หลายประเทศ
พร้อมซื้อไข่สาวมหา’ลัย Gen Z
ให้ค่าตอบแทน 2-4 แสนบาท
.
ถ้าใครพอรู้ ในยุคที่ประชากรโลกน้อยลงเรื่อยๆ อีกด้านหนึ่ง 'คลินิกผู้มีบุตรยาก' ไปจนถึง 'คลินิกทำเด็กหลอดแก้ว' กลับเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง
.
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คนปัจจุบันทั้งชายและหญิง มักจะเริ่มรู้สึก 'พร้อมมีลูก' กันตอนมีอายุพอควรแล้ว ซึ่งผลก็คือมักจะต้องประสบความยากลำบากในการ 'มีบุตรตามธรรมชาติ' และ 'บริการ' ที่ทำให้คนเหล่านี้มีบุตรได้ก็เริ่มผุดมาสารพัด
.
เมื่อบริการเหล่านี้คิดค่าบริการแพงขึ้นๆ เหล่า 'ลูกค้า' ก็เริ่มต้องการ 'บริการ' ที่ดีขึ้น คลินิกพวกนี้ก็มักจะสต็อกสินค้า ที่ดีขึ้นๆ และสินค้าที่หายากคือ 'ไข่'
.
แน่นอน การจะทำให้มนุษย์เกิดขึ้น มันต้องใช้อสุจิจากเพศขายและไข่จากเพศหญิงทั้งคู่ แต่จริงๆ อสุจิเพศชายหาไม่ยาก มีคนแบ็กกราวด์ดี มีการศึกษาพร้อม 'บริจาค' มากมาย
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หายากคือไข่ของเพศหญิง ที่การ 'บริจาค' ทำได้ยากกว่า เป็นกระบวนการที่คล้ายๆ การ 'ผ่าตัด' เล็กๆ เลย มีทั้งการฉีดยากระตุ้นไข่ ไปจนการเอาเข็มเข้าไปดูดไข่จากช่องคลอด เพื่อการนำ 'ไข่' จากร่างกายผู้หญิงมาเก็บไว้รอการปฏิสนธิ (กระบวนการเหมือน 'การแข่แข็งไข่') ซึ่งโดยทั่วไปก็ไม่มี 'สาวใจบุญ' คนไหนอยากผ่านกระบวนการเหล่านี้ เพราะหลายคนก็น่าจะเคยได้ยินว่าแค่ฉีดยากระตุ้นไข่ ก็มีผลกระทบทางฮอร์โมนแล้ว
.
นี่เลยทำให้ไม่มีผู้หญิงบริจาคไข่ และคลินิกเด็กหลอดแล้ว ก็ต้องหาวิธีในการทำให้ผู้หญิงมาบริจาคไข่
.
แน่นอนการ 'ให้เงิน' คือเทคนิคเบสิก แต่พวกเขาจะไปหาผู้หญิงโปรไฟล์ดี แต่ขัดสนเงินทองจากไหน
.
คำตอบคือ มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศที่นักศึกษาไม่มีเงินพอใช้อย่างอังกฤษ
.
ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่ามหาวิทยาลัยยุโรปส่วนใหญ่เรียนฟรี แต่อังกฤษภายใต้แนวคิดเสรีนิยมใหม่ รัฐไม่ควรจะให้สวัสดิการประชาชนมากเกินไป มหาวิทยาลัยอังกฤษจึงไม่มีนโยบายให้เรียนฟรีแบบชาติอื่นๆ
.
โดยทางภาครัฐถือว่าการลดค่าเล่าเรียนให้ 'คนอังกฤษ' จ่ายน้อยกว่า 'นักศึกษาต่างชาติ' ถือเป็นความใจดีแล้ว แต่ในความเป็นจริง ค่าเล่าเรียนถึงจะไม่สูง แต่ค่าครองชีพอังกฤษก็ดุดันอยู่ ดังนั้นประสบการณ์ของนักศึกษาอังกฤษที่ไม่ได้มาจากครอบครัวมีอันจะกิน ก็ต้องทำงานพิเศษมากมายเพื่อส่งเสียตัวเองเรียน
.
และนี่เองเป็นที่มาของ 'ผู้หญิงโปรไฟล์ดี แต่ขัดสนทางการเงิน'
.
ทั้งนี้น่าสนใจอีกว่า ในอังกฤษ การ 'บริจาคไข่แลกเงิน' นั้นผิดกฎหมาย แต่อีกหลายชาติไม่ผิด ดังนั้นในทางปฏิบัติคือคลินิกจากชาติ อย่างสเปน กรีซ สาธารณรัฐเชก และไซปรัส ก็จะไล่ส่งอีเมลไปหานักศึกษาปี 1 ในอังกฤษ ให้บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาบริจาคไข่ โดยยินดีจ่ายค่าเครื่องบิน ที่พัก ฯลฯ ให้หมด โดยถ้าบริจาคสำเร็จก็รับไปเลย เงินยูโร มูลค่า 200,000-400,000 บาท
.
ส่วนอเมริกาก็ยิ่งโหด เพราะคนอเมริกันเงินเยอะ 'ลูกค้า' แทบจะรีเควสต์โปรไฟล์ 'เจ้าของไข่' เลยทีเดียว ซึ่งก็จะมีตัวแทนไปทาบทาม โดยแบบนั้นคือถ้าบริจาคกับคลินิกอเมริกันสำเร็จ คลินิกยอมจ่ายเงินเป็นมูลค่า 2-3 ล้านบาทด้วยซ้ำ
.
แน่นอนเงินนั้นหอมหวาน แต่เป็นคนรุ่นเก่าๆ ก็อาจรู้สึกกระอักกระอ่วนกับอะไรแบบนี้
.
แต่นั่นไม่ใช่สาว Gen Z ในมหาวิทยาลัยสมัยนี้ ที่ทัศนคติเกี่ยวกับเรื่อง 'ขายไข่' ดูชิลมากๆ The Independent ไปสัมภาษณ์นักศึกษาสาวหลายคนต่างพูดกันเป็นเรื่องปกติมากๆ แถมชี้ไปว่าบางคน 'รับจ้างอุ้มบุญ' ด้วยซ้ำ เพราะได้เงินเยอะกว่า
.
แน่นอน สำหรับคนรุ่นก่อน ทัศนคติแบบนี้เข้าใจได้ยาก แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คือสาวๆ รุ่นที่ 'ทำ OnlyFans’ กันมากมายระดับทำให้สังคมยอมรับมากขึ้นเกี่ยวกับ 'งานทางเพศ' ซึ่งในแง่นี้ การแค่ 'รับจ้างบริจาคไข่' ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โต และเปลืองตัวน้อยกว่าเยอะด้วยซ้ำ
.
CR : BrandThink
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้