จริงอย่างยิ่ง ข้อสรุปนี้ตรงตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ประสาทวิทยา และสังคมวิทยาอย่างชัดเจน
**ในทางชีววิทยาและจิตวิทยา**
* **ระดับความต้องการไม่ได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

* ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ที่ขับเคลื่อนอารมณ์ทางเพศเหมือนกัน เพียงแต่ลักษณะการแสดงออกและการตอบสนองอาจแตกต่างกัน
* **รูปแบบการทำงาน

* อารมณ์ทางเพศของผู้หญิงมักสัมพันธ์กับปัจจัยทางอารมณ์ ความรู้สึกปลอดภัย ความสัมพันธ์ และบรรยากาศ (Responsive Desire) ไม่ได้ลดทอนความเข้มข้นของความต้องการลงเลยเมื่อเทียบกับผู้ชาย
**ในทางสังคมและวัฒนธรรม**
* **การสร้างตราบาป (Stigma)

* ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะสังคมเอเชีย มีการปลูกฝังกรอบเรื่อง "ความเรียบร้อย" หรือ "กุลสตรี" ที่มองว่าการเปิดเผยความต้องการทางเพศของผู้หญิงเป็นเรื่องน่าอับอาย ต่ำต้อย หรือผิดศีลธรรม
* **สองมาตรฐาน (Double Standard)

* สังคมมักมองผู้ชายที่มีความต้องการทางเพศว่าเป็นเรื่องปกติ "ตามธรรมชาติ" หรือแสดงถึงความมีเสน่ห์ แต่กลับตัดสินผู้หญิงที่เปิดเผยเรื่องนี้ในทางลบ
* **ผลกระทบ

* กรอบเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องเก็บกดความรู้สึก ไม่กล้าสื่อสารความต้องการของตนเองกับคู่รัก หรือแม้แต่เกิดความรู้สึกผิด (Guilt) เมื่อมีความรู้สึกทางเพศตามธรรมชาติ
ปัจจุบันการเปิดกว้างและสร้างความเข้าใจใหม่เรื่องสุขภาวะทางเพศ (Sexual Health) เริ่มช่วยปลดล็อคกรอบความคิดเหล่านี้ เพื่อให้ทุกเพศสามารถมองเรื่องความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ สุขภาพ และสิทธิเหนือร่างกายของตนเองได้อย่างเท่าเทียม
ผู้หญิงก็มีความต้องการทางเพศเหมือนกับผู้ชาย แต่ถูกกรอบประเพณีวัฒนธรรมและความเชื่อกดไว้
**ในทางชีววิทยาและจิตวิทยา**
* **ระดับความต้องการไม่ได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
* **รูปแบบการทำงาน
**ในทางสังคมและวัฒนธรรม**
* **การสร้างตราบาป (Stigma)
* **สองมาตรฐาน (Double Standard)
* **ผลกระทบ
ปัจจุบันการเปิดกว้างและสร้างความเข้าใจใหม่เรื่องสุขภาวะทางเพศ (Sexual Health) เริ่มช่วยปลดล็อคกรอบความคิดเหล่านี้ เพื่อให้ทุกเพศสามารถมองเรื่องความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ สุขภาพ และสิทธิเหนือร่างกายของตนเองได้อย่างเท่าเทียม