ตั้งใจว่าจะนอนหัวค่ำเพื่อตื่นไปทำงานแบบสดชื่น เลยปิดไฟล้มตัวลงนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม
นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ครึ่งชั่วโมง กำลังเคลิ้มๆ เกือบจะหลับอยู่แล้ว
จู่ๆ ในหัวดันมีทำนองเพลงสากลเพลงหนึ่งลอยขึ้นมา มีเสียงผิวปากกับท่อนฮุกติดหู
จำทำนองได้เป๊ะ ร้องตามในหัวได้ทุกโน้ต แต่จำชื่อเพลงกับชื่อคนร้องไม่ได้เลยสักคำ
พยายามข่มตานอนต่อ บอกตัวเองว่าช่างมัน พรุ่งนี้ค่อยคิด แต่มันทำไม่ได้
สมองมันไม่ยอมปล่อย โฟกัสอยู่กับทำนองนั้นวนไปวนมาเป็นร้อยรอบ
ทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมาหยิบมือถือตอนตีหนึ่ง เปิดแอปฮัมเพลงใส่ก็หาไม่เจอ
เสิร์ชเนื้อเพลงมั่วๆ ตามที่จำสำเนียงได้ในกูเกิลก็ไม่ตรงสักเพลง
ยิ่งหายิ่งคาใจ ตาสว่างโร่ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
กว่าจะเจอว่าคือเพลงอะไร เวลาก็ปาเข้าไปตีสามครึ่งแล้ว
พอนึกออกปุ๊บก็รู้สึกโล่งใจไปสามวินาที แล้วตามมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
สุดท้ายต้องมานั่งมองเพดานห้องรอเสียงนาฬิกาปลุกตอนหกโมงเช้าเพื่อลุกไปอาบน้ำทำงานทั้งสภาพซอมบี้

พยายามนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม ตาสว่างยันตีสองเพราะคิดชื่อเพลงที่นึกไม่ออก
นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ครึ่งชั่วโมง กำลังเคลิ้มๆ เกือบจะหลับอยู่แล้ว
จู่ๆ ในหัวดันมีทำนองเพลงสากลเพลงหนึ่งลอยขึ้นมา มีเสียงผิวปากกับท่อนฮุกติดหู
จำทำนองได้เป๊ะ ร้องตามในหัวได้ทุกโน้ต แต่จำชื่อเพลงกับชื่อคนร้องไม่ได้เลยสักคำ
พยายามข่มตานอนต่อ บอกตัวเองว่าช่างมัน พรุ่งนี้ค่อยคิด แต่มันทำไม่ได้
สมองมันไม่ยอมปล่อย โฟกัสอยู่กับทำนองนั้นวนไปวนมาเป็นร้อยรอบ
ทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมาหยิบมือถือตอนตีหนึ่ง เปิดแอปฮัมเพลงใส่ก็หาไม่เจอ
เสิร์ชเนื้อเพลงมั่วๆ ตามที่จำสำเนียงได้ในกูเกิลก็ไม่ตรงสักเพลง
ยิ่งหายิ่งคาใจ ตาสว่างโร่ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
กว่าจะเจอว่าคือเพลงอะไร เวลาก็ปาเข้าไปตีสามครึ่งแล้ว
พอนึกออกปุ๊บก็รู้สึกโล่งใจไปสามวินาที แล้วตามมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
สุดท้ายต้องมานั่งมองเพดานห้องรอเสียงนาฬิกาปลุกตอนหกโมงเช้าเพื่อลุกไปอาบน้ำทำงานทั้งสภาพซอมบี้